บทที่ 6 แพ้ให้เสียงในหัว (1/2)
“แล้วยังไงอ่ะ ไม่เห็นเกี่ยวกับเราเลยนี่นา”
“โห่ เม้าท์กับแกไม่สนุกเลยอ่ะยัยหวาน”
แตงโมหน้ามุ่ยแล้วกอดอกใส่ เวลาจะนินทาใครก็ต้องไปหาเพื่อนคนอื่น เพราะส้มหวานเป็นคนที่ไม่สุงสิงกับใครเลย
เจ้าหญิงเป็นดาวเด่นของคณะแพทย์ เธอเป็นลูกคุณหนูที่เบ้าหน้าฟ้าประทาน ผิวพรรณหน้าตาเนินนมไร้ที่ติไปหมด จนถูกจับตามองและพูดถึงเรื่องแอคเสียวกันให้แซ่ด
แอคเสียวแอคนั้นไม่เปิดเผยหน้าตา แต่บางคนบอกว่าหุ่นและรูปร่างคล้ายเจ้าหญิงมากๆ ถึงได้มีข่าวลือแพร่ไป
“ส้มหวาน” เสียงใสดังขึ้นตรงหน้า พอเธอเงยขึ้นมองก็พบกับเรือนร่างสะโอดสะองของเจ้าหญิงยืนยิ้มให้
“หื้อ” เธอนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาทัก
“หวัดดีนะส้มหวาน”
“หวะ- หวัดดีเจ้าหญิง”
ส้มหวานยังงุนงงที่เจ้าหญิงเข้ามาทัก แต่ก็ส่งยิ้มให้ตามมารยาท รู้สึกเกร็งนิดๆ เพราะเรียนจนขึ้นปีสองแล้วแต่ยังไม่เคยคุยกับอีกฝ่ายเลยสักประโยค
“รู้จักชื่อเราด้วยเหรอ ดีใจจัง ขอนั่งด้วยคนสิ”
“อื้ม นั่งสิ”
เจ้าหญิงยิ้มให้คนอัธยาศัยดี เธอหันไปมองแตงโมแล้วยิ้มให้เช่นกัน แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงนัยยะบางอย่างแปลกๆ ก่อนที่จะยื่นมือไปตรงหน้าส้มหวานจนเธอผงะไป
“เราอยากสนิทกับส้มหวานจัง... มาสนิทกันดีกว่านะ”
ร้านตัดแว่น
เรื่องเกิดเมื่อวานแต่วันนี้เสือพาส้มหวานมาตัดแว่นตามที่พูดไว้ ไม่ได้คิดจะบิดแถมมาดักรอเธอก่อนเลิกคลาสอีก ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะวัดค่าสายตาแล้วตัดแว่นเสร็จ
เสือควักเงินสดจ่ายค่าเสียหาย เบ็ดเสร็จแล้วก็ได้แว่นทรงเดิมที่เธอต้องการ พอมีแว่นก็ดูมั่นใจขึ้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลย
“เพิ่งรู้ว่าเธอสายตาสั้นมาก ตอนเด็กนั่งจ้องทีวีอ่ะดิ” เขาหันไปแซวเธอที่เดินก้มหน้าก้มตา
“เราไม่เคยนั่งจ้องทีวีสักหน่อย”
“แล้วทำไมสายตาสั้น”
“อ่านหนังสือบ่อยล่ะมั้ง”
“โคตรเนิร์ดเลยว่ะ เหอะ” เสือกลั้นขำก่อนหุบยิ้มแทบไม่ทัน
ส้มหวานมองค้อนใส่เขาอย่างลืมตัว พลางใช้หลังมือดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ชอบคำว่าเนิร์ดเลยมันเหมารวมกับคำว่าเฉิ่มแล้วก็เชยร่วมด้วย
ที่เขากล้าใช้คำพูดหยอกเย้าแบบนี้ก็เพราะสนิทกัน ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่เรียนมัธยมปลายแล้ว พอเสือสนิทกับสิงห์พี่ชายเธอเขาก็เลยคุ้นเคยกับเธอไปด้วยเลย
“ขอบคุณนะคะที่จ่ายค่าแว่นให้” ถึงจะงอนอยู่แต่ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณรุ่นพี่ แต่เขารวยจะตายจ่ายแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก
“แล้วมีอะไรที่อยากได้อีกมั้ย”
“คือเรา... เราอยากไปดูเครื่องสำอางหน่อย”
คนตัวสูงสวมช็อปแดงขมวดคิ้วใส่ เขาหยุดเดินเสียดื้อๆ แล้วล้วงมือใส่กระเป๋าเสื้อช็อป สายตาก็เพ่งพินิจพิจารณาใบหน้าเธออย่างถี่ถ้วน
“พี่จะมาจ้องเราทำไมคะ” เธอสบตาเขาแค่แปปเดียวก็หลบมองไปทางอื่น
เสือเล่นจ้องตาเธอกันโต้งๆ แบบนี้ใครก็ต้องเกร็งประหม่าทั้งนั้น ร่างสูงพ่นลมหายใจใส่ราวกับหงุดหงิดใจยุบยิบ
“จะแต่งไปทำไม แบบนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้ว”
“แบบนี้คือน่ารักตรงไหนล่ะ”
“แล้วไม่น่ารักตรงไหนวะ”
เสือแอบขึ้นเสียงเถียงเธอกลับ ก่อนจะชะงักไปเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแพ้ให้กับเสียงหัวตัวเองอีกแล้ว
เขากระแอมไอกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นเสยผมแล้วพยักพเยิดหน้าให้เธอเดินนำไป ชายชาตรีอย่างเขามันไม่มีความรู้เรื่องเครื่องสำอางของผู้หญิงหรอก
“เออๆ จะไปซื้อเครื่องสำอางที่ไหน นำไปดิ”
