บทที่ 9 ยัยน้องเสียจูบแรก (1/1)

เสือขับรถมาส่งส้มหวานที่คอนโด แต่ขอใช้ห้องน้ำเธอเพื่อปล่อยเบาแล้วก็กำลังกลับ ไม่คิดจะอยู่ยื้อเวลาให้เธอดูไม่ดี

เขาสะบัดมือหลังเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอเดินออกมาก็พบว่าส้มหวานเหยียบเก้าอี้ปีนไปหยิบหนังสือบนหลังชั้น

“เฮ้ยๆ เดี๋ยวก็ตกหรอกไอ้หมวยจิ๋ว” เขาพูดฉายาเธอที่เป็นคำติดปากมานาน ถึงส้มหวานไม่ชอบเขาก็เรียกอยู่ดี

“เรามีชื่อนะพี่เสือ มาเรียกหมวยจิ๋วได้ยังไง” เธอหันมาทำหน้าดุเขา ก่อนจะเขย่งปลายเท้าหยิบหนังสือที่อยู่ในมุมลึก

“ทำอะไรของเธอวะ บอกว่าเดี๋ยวก็ตกหรอก”

“หนังสือติวตอนมอปลาย เราจะส่งต่อให้รุ่นน้องน่ะ”

“ลงมา พี่หยิบให้เธอเอง”

ส้มหวานไม่ยอมรับการช่วยเหลือ เธอยืดแขนจนสุดแล้วก็คว้าหนังสือด้านในออกมาได้ พอหยิบได้ก็โบกชูให้เสือดู แต่คงไม่ทันระวังตัวเธอก็เลยเซจะล้ม

“นี่ไงเจอแล้ว... เหวอ”

ร่างสูงรีบออกตัวเข้าไปรับตามสัญชาตญาณ คนตัวเล็กเสียการทรงตัวล้มหน้าเกือบคะมำ ก่อนที่จะได้เสืออ้าแขนรับไว้แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่เช่นกัน

ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่กะพริบตาเดียวโลกก็หมุนเควัง ทั้งคู่ร่วงหล่นลงบนเตียงนอน เธอหลับตาปี๋เพราะกลัวเจ็บแต่ดันไปโดนจุดนิ่มนิ่มบางอย่างเข้า

“อึก” ส้มหวานลืมตาโพลงตกใจ เมื่อรู้ว่าสิ่งนุ่มนิ่มที่สัมผัสปากเธออยู่คือริมฝีปากของรุ่นพี่

เธอรีบผงะหน้าออก ก่อนที่สติจะหลุดล่องลอย ใจเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกจากอก หูอื้อตาพร่าราวกับถูกปิดสวิตช์ในการได้ยินและมองเห็น

“หมวย... หมวยจิ๋วโว้ย”

“คะ”

“ลุกออกไปสักทีดิ”

เสือช่วยเรียกสติเธออีกแรง ยังดีที่ล้มลงบนเตียงนอนก็เลยไม่เจ็บตัวอะไร จะมีก็แค่เจ็บปากเพราะโดนปากกระแทกนี่ล่ะ

คนตัวเล็กมุ่นคิ้วเว้าวอนใบหน้าห่างจากเสือไม่ถึงคืบ เธอหลุกหลิกตาไปมาแล้วเบะริมฝีปากจะร้องไห้ แต่แล้วน้ำตาก็หยดแหมะบนแก้มขาวทำเสือตกใจหนัก

“เฮ้ย ร้องไห้ทำไม” เขามองเธอที่หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ

“นั่นมันจูบแรกของเรา...”

“ถึงกับร้องไห้เลยหรือไง”

“ก็ ฮึก... ก็เราเก็บไว้ให้แฟน”

ส้มหวานเบ้หน้าร้องไห้เหมือนเด็กน้อย ก่อนเธอจะลุกออกจากตัวเขาแล้วนั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ รู้สึกเหมือนเสียความบริสุทธิ์ไป เธอตั้งปณิธานไว้ว่าจะเก็บจูบแรกไว้ให้แฟนหนุ่ม

แต่เสือกลับมาขโมยไปเฉยเลย...

“คิดว่าแค่ปากแตะกัน มันไม่ถึงขั้นจูบหรอก”

“แค่ปากแตะกันเหรอ เราไม่ใช่เด็กสักหน่อย”

เธอหันไปขึ้นเสียงนิดๆ ใส่เขา เธอไม่ใช่เด็กน้อยสักหน่อยที่ไม่รู้ว่าจูบคืออะไร

แค่ปากแตะกันก็หมายถึงจูบแล้วไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ก็จูบเต็มปากจะไม่เรียกว่าจูบได้ไง แต่เธอจะหลอกสมองเอาก็แล้วกันว่าไม่ใช่จูบ

“แตะเบาๆ ก็เรียกว่าจุ๊บ จุ๊บก็เหมือนจูบนั่นแหละ ฮือ” เธออธิบายแล้วเบะปากปล่อยโฮออกมา

“พูดแบบนี้แปลว่าไม่เคยจูบกับใครเลยสักอ่ะดิ”

“แล้วมันต่างกันยังไงก็จูบเหมือนกันนี่”

ส้มหวานสะอื้นเบาๆ ขณะที่ถูกเขาจ้องมองริมฝีปากไม่วางตา ปากนิดจมูกหน่อยภาพรวมคือน่ารังแกฉิบเป๋งเลย

เสือกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาเป็นพวกไม่ชอบน้ำตาผู้หญิงด้วยนี่สิ เห็นแล้วมันน่ากำราบด้วยวิธีที่ได้ผลดีชะงักมาหลายต่อหลายราย

“อยากรู้มั้ยว่ามันต่างกันยังไง...”

“แล้วมันต่างกันยะ... อื้อ”

ส้มหวานยังไม่ทันพูดจบ เสือก็คว้าลำคอเธอเข้ามาจูบ แต่เป็นการจูบที่ริมฝีปากแตะกันเบาๆ ไม่ได้รุกล้ำแต่อย่างใด

พอริมฝีปากแตะกันเสือก็ผละออก แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาสบดวงตาคู่สวยที่มีน้ำตาคลอแล้วรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา

“แค่แตะ”

“พี่... อื้อ”

อีกครั้งที่เสือทาบทามริมฝีปากลงมา แต่คราวนี้มันต่างไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาเริ่มขยับริมฝีปากขบเม้มปากเธอขึ้นลง ไม่ทันให้ส้มหวานได้ตั้งรับกับการรุกล้ำครั้งนี้

ดวงตากลมโตหลุบมองริมฝีปากตัวเอง เธอถูกเขาจูบอย่างละเมียดละไมเหมือนกำลังชิมปากเธออยู่ เสือเริ่มเลื่อนมือลงไปโอบเอวบางลูบวนจนร่างกายร้อนผ่าว

“อึก- อื้อ” เธอตีอกเขาเพราะหายใจไม่ทัน อีกฝ่ายพยายามจะสอดลิ้นเข้ามาแต่แล้วก็ผละออกไป

ส้มหวานหายใจแรงหนักๆ หน้าแดงใจสั่นเป็นลูกตำลึงสุก

“แบบนี้คือจูบ... ทีนี้ต่างหรือยัง” เสือเลิกคิ้วใส่เธอ เขาใช้หลังมือเช็ดมุมปากแล้วจ้องมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำ

“พะ- พี่หลอกขโมยจูบเรานี่” เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก

“เขาเรียกว่าสาธิตพร้อมลงมือปฏิบัติจริง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป