บทที่ 6 หนีไม่ได้
Organ part
วันต่อมา
06.55 น.
@ร้านอาหาร
ฉันมาถึงที่ร้านอาหารที่พี่ซีโน่แชร์โลเคชั่นมาให้...บอกตามตรงนะ เดินออกตอนนี้ยังทันปะวะแต่พี่เขาจองโต๊ะไว้แล้วฉันก็เดินเข้ามาแบบเก้ ๆ กัง ๆ
คนในร้านไม่ค่อยเยอะมาก มีดนตรีคลาสสิคเปิดคลอเบา ๆ ตลอด สาบานเลยว่าฉันจะไม่สั่งอะไรเด็ดขาดแม้แต่น้ำเปล่าก็ไม่คิดจะแตะ เห็นราคาเมนูแล้วลมแทบจับ
ฉันขอเลื่อนเวลาเซ็นสัญญาให้ไวขึ้นเพราะต้องเอาโน๊ตบุ๊คลูกรักไปซ่อมต่อ เพราะเมื่อวานฉันเผลอทำน้ำหกใส่เครื่องไป พอน้ำหกทีเครื่องก็ค้างไปเลย ฉันทำอะไรไม่ถูกนอกจากร้องไห้กับป้า แล้วงานฉันอยู่ในนี้ไง ฮือออ!
"เห้อ เช้าแบบนี้จะมีร้านเปิดไหมวะ" ฉันก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วถอนหายใจ
"มานานหรือยังครับ?" เจ้าของร่างสูงในชุดเชิ้ตสีดำกับกางเกงแสล็คมันขับให้ผิวขาวของเขาสว่างจนออร่า
ต่างหูเขาเท่มากเลยอะ ลุคดูแบดบอยเวอร์ ๆนึกว่าหลุดออกมาจากตัวร้ายในนิยาย
"มองไรเหรอ?" เขาทักขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉัน
"เปล่า ไหนอะสัญญาเราจะรีบเซ็น"
"รีบไปไหนอะ พี่ไม่รีบ" แต่ฉันรีบไง!
"เราจะเอารินลดาไปซ่อม"
"ฮะ!?"
"จะเอาโน๊ตบุ๊คไปซ่อม เข้าใจยัง?"
"อ๋อ ฝากพี่ไปซ่อมไหมพี่รู้จักร้านอยู่นะ เวลานี้ร้านยังไม่ค่อยเปิดหรอก"
"ฝากพี่ไปซ่อม ค่าซ่อมคงแพงอะดิ"
"พี่ออกให้ก่อนได้"
"อย่าให้เราเป็นหนี้พี่ไปมากกว่านี้เลย"
"ก็...แลกกับการที่เราแทนตัวเหมือนเดิมกับพี่ เรียกพี่ว่าเฮียแทนตัวเองว่าน้อง โอเคนะ?"
ฉันถึงกับขมวดคิ้วด้วยความมึนงง จู่ ๆ ก็มาเข้าเรื่องสรรพนามแทนตัว? เอาไงดีวะ ถ้าฝากกับเขาค่าซ่อมก็ไม่ต้องเสียแต่ถ้าเอาไปให้ร้านซ่อมเองเราก็ต้องเสีย!? เพราะงั้นยอมเรียกก็ไม่เสียหายอะไร
อะไรที่มันฟรีตอนนี้ฉันก็ยอม ๆ ไปก่อนและเศรษฐกิจแบบนี้การเงินฉันมันย่ำแย่หมดจนเละไม่เป็นท่า
"โอเค เหี้ยก็เหี้ย"
"เฮียครับน้องเกี๊ยว"
"เราไม่ให้เรียกเกี๊ยว!" ฉันรีบแย้งเขาทันที ชื่อนี้ฉันจะให้แต่คนสำคัญเรียกเท่านั้น!ไอ้เกี๊ยวเอ๊ย!ไม่น่าไปบอกชื่อนี้กับเขาตอนนั้นเลย
"เฮียบอกว่าไง? หืม" อีกคนเลิกคิ้วถามด้วยอย่างยียวน ฉันได้แต่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ไฟบนหัวมันดับลง
"อย่าเรียกน้องว่าเกี๊ยว " ฉันกัดฟันแทนตัวเหมือนเมื่อก่อน
"อ๊ะ ๆ นี่เจ้านายนะครับ" เขาพูดพร้อมกับยิ้มอย่างพึงพอใจจากนั้นเขาก็เอานิ้วชี้มาแตะริมฝีปากฉันเบา ๆ แล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด! ฉันอ้าปากตั้งใจจะงับนิ้วของเขาแต่เขาดันยกมือออกไปเสียก่อน!
"คันฟันหรือไง"
"น่าเบื่อ" ฉันบ่นอุบอินแล้วหันไปมองทางอื่นที่มันเจริญหูเจริญตาตากว่านี้
"ก่อนเซ็นสัญญาเรามาทานอาการก่อนดีกว่าเนอะ" ฉันหันขวับกลับมามองเขาทันที อีกคนกวักมือเรียกพนักงานจากนั้นก็สั่งอาหารสารพัดอย่างจนฉันฟังไม่ทัน
ฉันกระพริบตาปริบ ๆ แล้วมองราคาอาหารในเมนูแต่ละอย่าง ถ้าฉันสั่งหนึ่งอย่างบอกเลยเดือนนี้ฉันไม่มีกินแน่ ๆ
"เกี๊ยวจะทานอะไรครับ?"
"น้องไม่หิว น้องทานมาแล้ว" ต้มมาม่ารสต้มยำต้อนรับตอนเช้าไปเลยสิคะ รีบมากเพราะตื่นสายเลยไม่ได้แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง
"ตัวเล็กเหมือนกระต่าย กินเยอะ ๆ จะได้โตไว ๆ "
"น้องโตแล้ว!"
"ตัวเท่าอก"
"ฮึ่ม!ชอบบูลลี่ส่วนสูงคนอื่น!ไอ้พวกตัวสูง!"
"หึ จะทานอะไรครับเนี่ย ไม่เลือกเฮียสั่งให้เลยนะ"
ฉันกอดอกแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หงุดหงิดต้อนรับตอนเช้ามันไม่ดีเพราะจะทำให้ทั้งวันนี้ของฉันมันแย่ ใจเย็นไว้เกี๊ยว!อย่าลุกขึ้นมาข่วนหน้าพี่เขาเลย
ท่องไว้ เพื่อเงิน!เพื่อเงิน!เพื่อเงิน!
"เกี๊ยว"
"..."
"งอนหรือไง ตัวเล็กก็น่ารักดีอยู่แล้วน่า " คนตรงหน้าถามพร้อมกับยื่นมือมาบีบแก้มฉันทั้งสองข้าง ทั้งบีบทั้งบี้!จะเก็บตังค์คอยดูเถอะ!
"อย่ามาจับแก้มน้องตามใจชอบได้ไหมเนี่ย! ไม่ใช่แก้มสาธารณะสักหน่อย!"ฉันโวยวายพลางปัดมือเขาออกด้วยความรู้สึกรำคาญ แต่อีกคนกลับหัวเราะชอบใจต่างจากอารมณ์ฉันตอนนี้ลิบลับ
"เฮียถามได้ไหม ทำไมถึงหางานทำเป็นว่าเล่นจังล่ะ "
"หาเงินช่วยป้าใช้หนี้น่ะ ตอนนี้ครอบครัวน้องไม่ได้มีฐานะเหมือนแต่ก่อน พอพ่อกับแม่เสีย...ก็เลยเป็นแบบนี้" ฉันพยายามเลี่ยงที่จะนึกเหตุการณ์วันนั้นมาตลอด
ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อไปติดหนี้ใครไว้หลังจากพ่อกับแม่เสีย พอถามป้า ป้าก็ไม่บอก วันนั้นเจ้าหนี้มันถึงได้มาทวงกับป้าฉันแบบนั้น ตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันช่วยป้าหาเงินทุกทางพอเลิกเรียน แล้วก็มาทำงานเป็นแบบนี้อยู่ทุกวัน
ฉันไม่รู้ว่าหนี้ที่ติดมันมีเท่าไหร่...แต่เท่าที่แอบฟังวันนั้น
มันเยอะมากจนแทบจะใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด มันมีเป็นหลายสิบล้านเลยล่ะลำพังแค่ป้าทำอาชีพหมอดูกับฉันที่ทำพาร์ทไทม์แทบจะไม่พอกิน
ที่ป้าเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆส่วนหนึ่งก็คงหางานทำนี่แหละมั้งหรือหนีเจ้าหนี้ก็ไม่รู้
ตอนที่ชีวิตฉันเหมือนตกไปอยู่จุดต่ำสุดของชีวิต คนใจร้ายตรงนี้ก็มาทำร้ายฉันซ้ำด้วยการปฏิเสธความรักของฉันและทำให้ฉันอับอาย
พูดแล้วก็เสียใจ…มันไม่มีหรอกความแค้นพวกนั้นน่ะ
"เฮียขอโทษนะที่ถามแล้วก็...เฮียเสียใจด้วยนะ" ้
"อื้ม ไม่เป็นไรมันผ่านมาแล้วแหละ แล้วนี่เท่าที่น้องรู้มาพี่-เอ้ย! เฮียมีน้องแค่น้องซีลีนไม่ใช่เหรอ?"
"ก็ใช่ เดี๋ยวเฮียเล่ารายละเอียดให้ฟัง..แล้วก็เอาโน๊ตบุ๊คเรามาเดี๋ยวเฮียเอาไปฝากร้านซ่อมให้"
"อย่าทำรินลดาหายนะ" ฉันพูดพร้อมกับยื่นกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คให้อีกคนไป
"หายก็ซื้อใหม่สิ เฮียซื้อให้ก็ได้"
"งานกับข้อมูลน้องอยู่ในนั้น มันหายไม่ได้"
"อ๋อ "
"แล้วจะให้เซ็นต์สัญญาตอนไหนเนี่ยสรุป"
"หลังจากทานข้าวเสร็จ พอทานเสร็จเฮียจะเอาให้เซ็นต์ ไม่งั้นเกี๊ยวก็หนีเฮียอีก"
"เบื่อคนรู้ทันชะมัด" ฉันบ่นแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
