บทที่ 2 ตื่นจากฝันหวาน มาเจอชีวิตห่วย

สัมผัสอบอุ่นที่โอบรัดรอบเรือนเอว ผสมกับกลิ่นหอมสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘ไม้หอมผสมซีตรัส’ ยังคงเด่นชัดในความรู้สึก พริมรตารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังล่องละลอยอยู่บนปุยเมฆนุ่มละมุน ในห้วงนิมิตยามค่ำคืน ร่างสูงใหญ่ของชายปริศนากำลังโน้มใบหน้าลงมากระซิบคำหวานแนบชิดข้างหูของเธอ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นลูบไล้แผ่นหลังอย่างอ่อนโยน ก่อนที่สัมผัสผ่าวร้อนของริมฝีปากจะทาบทับลงมาบนผิวนวล... ช่างเป็นความฝันที่หวานละมุน จนหัวใจดวงน้อยในห้องอกสั่นรัวราวกับจังหวะกลอง

แต่แล้ว... ความหวานซ่าน ก็พลันถูกทำลายลงด้วยเสียงกวนใจอันแสนคุ้นเคย!

กริ๊ง!!!

เสียงนาฬิกาปลุกเรือนเก่า ส่งเสียงแผดก้องไปทั่วห้องนอนคับแคบ พริมรตาสะดุ้งโหยง มือบางไขว่คว้าหาสวิตช์เพื่อปิดเสียงอย่างเปะปะ ร่างเพรียวในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อโปร่ง ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าหวานยังคงเจือสีระเรื่อ แผงอกนวลยังคงร้อนผ่าวด้วยอัตราการเต้นของหัวใจที่ยังไม่กลับคืนสู่สภาวะปกติ

“อีกแล้ว... ฝันแบบนี้อีกแล้วเหรอเนี่ยยัยพริม!”

พริมรตายกสองมือขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง พลางพึมพำเสียงเบา เธอฝันถึงชายปริศนาคนเดิมมาตลอดสามปีเต็ม ตั้งแต่วันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีจนกระทั่งตอนนี้อายุยี่สิบแปด ในฝันเขานุ่มนวล สุภาพ และคลั่งรักเธอเสียจนคนไม่มีแฟนอย่างเธอแอบเคลิ้มตามทุกครั้ง

แต่ที่น่าเจ็บใจคือ... ไม่ว่าเธอจะพยายามมองหน้าเขาเท่าไร ภาพใบหน้าของเขาก็จะพร่ามัวคล้ายมีหมอกหนาปกคลุมอยู่เสมอ รับรู้เพียงแค่สัมผัส เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัว ที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้

“ฮือ... ตื่นมาเจอความจริงอันแสนหฤโหดอีกตามเคย” หญิงสาวบ่นพึมพำ พลางกวาดสายตามองห้องเช่ารังหนู ที่บนโต๊ะทำงานมีกองแบบแปลนและแผ่นสเก็ตช์ภาพวางเกลื่อนกลิ้งอยู่เต็มพื้นพี่

เมื่อหันไปมองนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียง ดวงตากลมโตก็พลันสว่างวาบ... 07:45 น.!

“ซวยแล้ว! อีกสิบห้านาทีเข้างาน!”

พริมรตากระโดดพรวดออกจากเตียงราวกับขาของเธอติดสปริง วิ่งกระโจนเข้าห้องน้ำด้วยความเร็วแสง ทั้งแปรงฟันและอาบน้ำเสร็จสรรพภายในไม่กี่นาทีถัดมา เธอรีบคว้าเสื้อสีเบจและกางเกงยีนตัวเก่งมาสวมแบบลวก ๆ ก่อนจะรวบผมปล่อยหางม้าทิ้งมาตรงกลางหลัง แล้วกระโจนออกจากห้องเช่าพร้อมกระเป๋าถือและแฟ้มงานคู่ใจ

เธอสับเท้าวิ่งตามรถเมล์ที่กำลังจะจอดเทียบท่า ทว่าชายคนหนึ่งก็ดันวิ่งเข้ามาชนไหล่ของเธออย่างจัง กาแฟโบราณร้อนๆ ในมือก็เกิดกระฉอกออกจากแก้ว รดลงบนเสื้อสีเบจตรงบริเวณหน้าอกจนเป็นรอยด่างขนาดใหญ่!

“เสื้อตัวโปรดของฉัน!” พริมรตาก้มหน้ามองรอยเปื้อน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังชัดอยู่ในอก ชายคู่กรณีกล่าวคำขอโทษพร่อย ๆ แล้วรีบวิ่งจากไป เธอจึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ากัดฟันข่มอารมณ์ รีบควักกระดาษทิชชูมาซับรอยกาแฟ ด้วยความหงุดหงิดใจ แต่ยิ่งเช็ด ก็ยิ่งเห็นว่ามันขยายวงกว้างออก เธอจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการ เอาแฟ้มงานเล่มใหญ่ถือแนบไว้กับอก เพื่ออำพรางรอยเปื้อนเอาไว้ ก่อนจะสับเท้าวิ่งต่อสุดชีวิต

08:10 น.

พริมรตาก้าวขาเข้าบริษัทที่เธอทำหน้าที่อินทีเรียอยู่ หลังจากเข้างานไปแล้วสิบนาทีเต็ม! ดูเหมือนว่าทุกอย่างในทุกวันจันทร์จะไม่เคยใจดีกับเธอเลยสักครั้ง...

“มาสายอีกแล้วนะเธอ ยัยพริม!!” น้ำเสียงแหลมสูงของหัวหน้าทีมออกแบบดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวผ่านประตูเข้ามา

“หนูขอโทษค่ะพี่ เมื่อเช้ามีอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะค่ะ...” พริมรตายกมือขึ้นไหว้ เธอให้เหตุผลด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ ค่อย ๆ แง้มแฟ้มงานออกจากอกที่บดบังรอยกาแฟบนอกเสื้อ

“ไม่ต้องมาอ้าง! เอ้า เอานี่ไป...”

จู่ ๆ แฟ้มเอกสารหนาเตอะก็ถูกโยนลงบนโต๊ะของพริมรตาเสียงดัง ปัง! จนแรงลมที่เกิดจากแรงกระแทก ตีเข้าหน้าตา ไม่ต่างจากการถูกตบ

“โปรเจกต์ ‘กวินทร์ กรุ๊ป’ สเปกงานทั้งด่วน ทั้งโหด ฉันยกให้เธอรับผิดชอบเต็มตัวเลยก็แล้วกันนะ”

พริมรตาตาโตด้วยความตกใจ นี่คือการลงโทษแบบใด แบบโยนความรับผิดชอบ มันไม่ยุติธรรมกับเธอ

“เอ๋? แต่โปรเจกต์นี้หัวหน้าเป็นคนดูแลไม่ใช่เหรอคะ? แล้วเห็นว่าลูกค้าเคี่ยวมาก...”

“ประธานบริษัทนั้นน่ะ เคี่ยวที่สุด ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็โดนสับเละ เธอรับ ๆ ไปซะ ฉันจะถือว่าเป็นการไถ่โทษที่เธอมาทำงานสายบ่อย ๆ” หัวหน้าจอมเกี่ยงพูดตัดบทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินเชิดหน้าได้สองสามก้าว จากนั้นก็เดินวกกลับมา...ท่ามกลางความงุนงงของคนที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น...ไม่ไปไหน

“...พรุ่งนี้เตรียมตัวนำเสนอแบบด้วยล่ะ!”

แล้วก็สับขาเดินกลับออกไปอีกครั้ง ทิ้งให้พริมรตายืนถอนหายใจยาวอย่างหนักใจ

“หากตื่นมาแล้วเจอเรื่องห่วย ๆ ก็อยากหลับไม่อยากตื่นมาเจอความจริงเลย”

…

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ภายใต้เสื้อเชิ้ตขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด และกางเกงสแล็กสีดำสนิท ยืนขมวดคิ้วยุ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตาคมกริบคู่สวยเต็มไปด้วยรอยคล้ำเจือความเหนื่อยล้า ท่ามกลางห้องนอนขนาดใหญ่เงียบสงบและเย็นเยือก ของเพนต์เฮาส์หรู ชั้นสูงสุดใจกลางเมือง

เขาตื่นขึ้นพร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดขั้นสุด... อีกครั้ง! กวินท์ยกมือขึ้นนวดคลึงขมับที่ปวดตึง พลางถอนหายใจหนักๆ ออกมาเป็นสายยาว

หลายปีที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับอาการนอนไม่หลับขั้นรุนแรง และสาเหตุหลักก็ไม่ได้มาจากความเครียดจากงานที่มาจากธุรกิจพันล้านของเขา แต่มาจาก ‘ความฝัน’ ที่ตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกค่ำคืนที่เขาหลับตาลง

ทุกครั้งที่เขาหลับตา เขาจะฝันถึง... หญิงสาวคนหนึ่ง ที่เขาตระกองกอดเธอไว้ในอ้อมกอด เธอมีกลิ่นกายหอมดั่งดอกคาโมมายด์ เสียงหัวเราะสดใสของเธอ ทำให้หัวใจอันเย็นชาของเขาให้สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอย่างประหลาด เขารักเธอจนหมดหัวใจ ประคบประงมและพะนอเอาใจเธอทุกอย่าง

แต่เมื่อตื่นขึ้นมา ข้างกายกลับมีเพียงความว่างเปล่า และเขาก็ไม่เคยจำใบหน้าของเธอได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว!

“นอนไม่หลับอีกแล้วเหรอครับบอส”

คนที่เข้านอกออกในสถานที่ของกวินท์ได้ ก็เห็นจะมีแต่ ‘กรณ์’ เพราะเขาเป็นเลขาฯ คนสนิทของบอสแห่งกวินท์ กรุ๊ป ที่ทำงานกับกวินท์มาหลายปีจนเขาไว้ใจ ในเช้าวันนี้เขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารในมือถือด้วยท่าทางระมัดระวัง เพราะสีหน้าของเจ้านายของเขาดูตึงเครียดราวกับกำลังซ่องสุมขุมพลังของพายุอารมณ์ระดับสิบเอาไว้!

“ไม่ต้องพูดมาก” กวินท์ชายตามองเลขาฯ คนสนิทด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงทุ้มต่ำจนเกือบดุดัน พาให้เขาก้มหน้างุด

“เรื่องงานประกวดแบบคอนโดเฟสใหม่ไปถึงไหนแล้ว?”

“วันนี้ช่วงสิบเอ็ดโมง บริษัทคู่แข่งและบริษัทเอเจนซี่จะนำเสนอแบบ พร้อมโมเดลที่ห้องประชุมใหญ่ครับ”

“อืม...” กวินท์เดินไปหยิบเสื้อสูทแบรนด์เนมมาสวม ปรับไทให้เข้าที่ด้วยท่าทางสง่างาม

“หวังว่าวันนี้จะไม่เสียเวลาเปล่านะ!”

ท่านประธานหนุ่ม ย้อนนึกถึงคราวก่อนหน้านี้ ที่มีผลงานไก่กา ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเข้ามานำเสนอมากมายจนเขาเสียเวลา ทำให้เขาไล่ตะเพิด กลับทันทีโดยไม่ให้รายไหนแก้ตัวสักราย!

“ครับ!” เลขาหนุ่มขานรับเสียงแข็งขัน ในใจแอบไว้อาลัยให้เหล่าสถาปนิกและนักออกแบบที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นนายของเขา

กวินท์หมุนตัวเดินนำออกจากห้องพัก ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ทว่าในลึกๆ ของหัวใจ ชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงแรงกระพือแปลกประหลาดที่อกซ้าย... ราวกับว่าสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงกำลังจะพัดพาใครบางคนเข้ามาในชีวิตของเขาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป