บทที่ 3 ผู้ชายคนนั้น และ ผู้หญิงคนนี้
เพราะชีวิตระดับอัลตราลักชัวรี คือ สิ่งที่พริมรตาไม่เคยสัมผัส เธอจึงใช้มูด แอนด์ โทน ที่จดจำมาจากห้องประชุมหรู ๆ ที่เคยไปมา ลงในแปลนโครงการคอนโดมิเนียมของ ‘กวินทร์ กรุ๊ป’ เพื่อตอบโจทย์สเปกงานสุดหิน ที่เขาต้องการ
“ประธานบริษัทนั้นน่ะ เคี่ยวที่สุดเลยนะ ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็โดนสับ...เละ” เธอเลียนแบบคำพูดหัวหน้างานด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว อย่างจงใจล้อเลียน ก่อนสีหน้าจะถอดเป็นหมดอารมณ์ บูดบึ้ง...
“รู้อย่างนั้น...ก็ยังจะโยนมาอีกนะ...อีเป..ต!” พริมรตาพึมพำกับตัวเองพลางใช้ปากกาเคาะขมับ ก่อนจะใช้โทรศัพท์สแกนคิวอาร์โค้ด ที่หัวแฟ้ม จึงพบว่านอกจากประวัติของบริษัท ยังจะมีประวัติผู้บริหารโดยละเอียด
กวินท์ ภิรมย์รักษ์บดี
รูปถ่ายอย่างเป็นทางการของท่านประธานหนุ่มวัยสามสิบสองปีปรากฏบนหน้าจอมือถือ ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินอ่อน ดวงตาคมกริบเย็นชา และริมฝีปากหยักได้รูปที่เรียบตึง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยมีรอยยิ้ม เขาเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาฯ และนั่นไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะความเก่งกาจของเขา จึงประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย!
ประวัติของกวินท์นั้นช่างน่าทึ่ง จนเธออดคิดไม่ได้ว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จอย่างนั้นบ้างได้อย่างไร คิดไปพลางก็คว้าเอาแก้วน้ำมาดื่ม แต่ด้วยความซุ่มซ่าม เธอก็กะระยะระหว่างแก้วและปากไม่ถูก พานให้น้ำกระฉอกหกลงบนเสื้อ...
อึ้ย!
เธอก้มลงมองบนเสื้อ จึงเห็นรอยเก่าที่เปื้อนอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าที่เหนื่อยหน่ายอยู่แล้ว จึงระเหี่ยลงกว่าเดิม
“อะไรของแกเนี่ย...ยัยพริม...!”
หญิงสาวกุมศีรษะ พึมพำโอดครวญ แต่ด้วยความสู้ชีวิตที่มีเต็มร้อย เธอจึงรีบจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เดินเข้าห้องน้ำไปใช้กระดาษชำระซับคราบกาแฟบนเสื้ออีกครั้ง พร้อมกับนำเสื้อสูทคลุมตัวนอกของบริษัทมาใส่ทับเพื่อปิดรอยเปื้อน ใช้หวีซีกค่อยรวบผม ขึ้นทรงดัดลอนเรียบร้อย สวมแว่นตากรอบบางใสทรงคลาสสิก ที่ช่วยเพิ่มลุคความเป็นมืออาชีพ ก่อนจะหอบหิ้วแฟ้มแบบแปลนและโน้ตบุ๊กมุ่งหน้าไปยังตึกกวินทร์ กรุ๊ป
13:45 น.
อาคารสูงหกสิบชั้นของกวินทร์ กรุ๊ป ตั้งเด่นสง่าอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ตึกกระจกเงาวับสะท้อนแสงแดดยามบ่าย พริมรตาก้าวเท้าเข้ามาในตึกด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่นครแห่งความเกรงขาม พนักงานทุกคนแต่งกายดูเป็นทางการ ราวกับนุ่งห่มยูนิฟอร์มตั้งแต่หัวจรดเท้า บรรยากาศเงียบสงบและเป็นระเบียบ มีเพียงแต่เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอที่กระทบเข้ากับพื้นหินอ่อน ฟังดูโดดเดี่ยว และวังเวง
“คุณพริมรตา จากบริษัทเอเจนซี่ออกแบบใช่ไหมครับ? ผมกรณ์ เลขาฯ ส่วนตัวของของบ...เอ่อ...ของท่านประธานครับ” หนุ่มเอ่ยทักทายขึ้นเมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบห้า
“สวัสดีค่ะคุณเลขาฯ” พริมรตายกมือไหว้พลางส่งยิ้มแหยๆ
“เชิญด้านในเลยครับ ทีมออกแบบจากอีกสองบริษัทมาถึงแล้ว อีกสิบนาที ท่านประธานจะเข้าร่วมการพรีเซ้นท์ครับ” กรณ์เปิดประตูห้องประชุมกระจกบานใหญ่ให้เธอ พลางส่งสายตาเห็นอกเห็นใจมาให้เล็กน้อย
“สู้ๆ นะครับ วันนี้ท่านประธาน... อารมณ์บูดเป็นพิเศษนิดหน่อย”
นิดหน่อยของเลขาฯ แปลว่าสิบระดับในมาตราเรกเตอร์แน่ๆ! พริมรตาคิดในใจพลางยกฝ่ามือขึ้นปาดเหงื่อ
ห้องประชุมใหญ่ตกแต่งด้วยไม้เนื้อดี โทนสีเทาดำ โต๊ะประชุมยาวทำจากหินอ่อนสีดำตั้งอยู่ตรงกลาง บรรยากาศตึงเครียดจนสัมผัสได้ ทีมนักออกแบบชายหญิงจากบริษัทใหญ่คู่แข่งนั่งหน้านิ่ง เตรียมสไลด์กันอย่างแข็งขัน พริมรตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งซ้าย กางแบบแปลนและเปิดโน้ตบุ๊กเตรียมความพร้อม
เสียงเปิดประตูห้องประชุม ดังขึ้นในเวลาบ่ายสองตรงเป๊ะ!
พนักงานและนักออกแบบทุกคนในห้อง ผุดลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียง ร่างสูงโปร่ง กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของท่านประธานหนุ่ม ก้าวเดินเข้ามาในห้องประชุม แม้ท่วงท่าการเดินของเขาก็ดูมั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจ เขาอยู่ในชุดสูทสากลตัดเย็บ สีซุปเปอร์เกรย์ ทรงผมทันสมัยทว่าเรียบหรู ใบหน้าเรียบตึง กวาดดวงตาคมกริบ มองทุกคนในห้องประชุมด้วยสายตาเย็นชา
ทว่า... ทันทีที่ประธานผู้มีอำนาจเต็มก้าวผ่านประตูเข้ามาในระยะไม่กี่เมตร สายลมจากเครื่องปรับอากาศก็พัดพาเอากลิ่นบางกลิ่นที่คุ้นเคย มาปะทะจมูกของเขา
กวินท์ชะงักเท้าไปครู่หนึ่ง หัวใจในอกซ้ายกระตุกวูบอย่างแรง! มือหนากำเข้าหากันแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อแน่ใจว่า กลิ่นหอมอ่อนๆ นั้นคล้ายกับดอกคาร์โมไมด์อันคุ้นเคยที่สลักลึกอยู่ในความฝันของเขาตลอดสามปีเต็ม!
ดวงตาคมกริบของท่านประธานหนุ่ม ละสายตาจากเอกสารในมือทันที เขากวาดสายตามองไปทั่วห้องประชุมใหญ่เพื่อค้นหาต้นตอของกลิ่นหอมนั้น จนกระทั่ง... สายตาของเขาไปหยุดลงที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสูทตัวโคร่ง สวมแว่นตากรอบใส กำลังก้มหน้าก้มตาจัดแบบแปลนบนโต๊ะด้วยท่าทางเงอะงะเล็กน้อย
ในขณะเดียวกัน พริมรตาที่กำลังก้มหน้าก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ด้วยสายตาเร่าร้อนที่จ้องมองมายังเธอ ดึงดูดให้เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของแรงดึงดูดนั้น...
และในวินาทีนั้นเอง สายตาของกวินท์และพริมรตาก็ประสานกันกลางอากาศ!
หัวใจของพริมรตาเต้นผิดจังหวะ ไปหนึ่งสเต็ปอย่างหาสาเหตุไม่ได้ สายตาคู่คม ที่มองตรงมาที่เธอนั้นแฝงไว้ด้วยความตระหนก ทว่าน่าค้นหาอย่างลึกซึ้ง จนเธอรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว ที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือ... ทันทีที่กวินท์เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขา ก็ลอยอบอวลเข้ามาในโสตสัมผัสของเธออย่างชัดเจน
กลิ่นนี้... พริมรตาตาโต ลมหายใจสะดุดกึก
มันคือกลิ่นเดียวกับสามีในฝันของเธอ! กลิ่นที่เธอซบหน้าลงบนแผ่นอกเขา และสูดดมอยู่ทุกคืนตลอดสามปีเต็ม!
“ท่านประธานครับ... เชิญนั่งครับ” เสียงของกรณ์ช่วยดึงสติของกวินท์กลับมาจากห้วงความคิด
กวินท์ที่พยายามเก็บอาการตื่นตระหนกไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบ เขากระแอ่มเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่หัวโต๊ะประชุมใหญ่ สายตาคมยังคงแอบชำเลืองมองหญิงสาวที่สวมแว่นตาคนนั้นเป็นระยะๆ
“บริษัทละสิบนาที! เริ่มต้นการนำเสนอได้” น้ำเสียงทุ้มกร้าวเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง
การนำเสนอแบบเริ่มต้นขึ้น บริษัทแรกและบริษัทที่สองนำเสนอภาพจำลองสามมิติด้วยความมั่นใจ แต่กลับโดนกวินท์สับเละไม่เหลือชิ้นดี
“แสงในห้องนอนตื่นมาแล้วแสบตา ไม่ผ่าน”
“สเปกหินอ่อนตรงโต๊ะอาหารดูจัดจ้านเกินไป ไร้รสนิยม”
คำตัดสินสั้น ๆ ทว่าเย็นชาของท่านประธานทำเอานักออกแบบสองทีมแรกหน้าเสีย ถอยกลับไปนั่งด้วยความวิตก บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจ หายคอ ไม่ออก
“เชิญบริษัทต่อไป...เลยครับ คุณพริมรตาเชิญครับ” กรณ์ขานชื่อเธอ
พริมรตาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกขวัญและกำลังใจของตัวเอง เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกับหอบแฟ้มงานและเดินตรงไปยังหน้าจอโปรเจกเตอร์ แม้ขาจะสั่นนิดๆ ทว่าสายตาใต้แว่นตากรอบใส กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
