บทที่ 4 สงครามประสาท
“สวัสดีค่ะท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่าน... ฉันพริมรตา สิริวิวัฒน์ ตัวแทนจากทีมออกแบบค่ะ” น้ำเสียงหวานสดใสแต่หนักแน่นของเธอฟังดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด
ทันทีที่เธอเอ่ยปากพูด... กวินท์ที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็ถึงกับชะงัก! ด้วยคุ้นเคยทั้งน้ำเสียง... และจังหวะการพูด...
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มจ้องมองริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อของหญิงสาวที่กำลังขยับพูดบรรยายงานอย่างไม่คลาดสายตา กลิ่นกายหอมอ่อนๆ น้ำเสียงหวานละมุน และเรือนร่างเพรียวบางตรงหน้า... ทุกอย่างมันกำลังซ้อนทับกับภาพ "หญิงสาวในฝัน" ยามค่ำคืนของเขาอย่างน่าประหลาดใจ!
กวินท์เอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคู่คมเบิ่งกว้างขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขามุ่งตรงไปยังสถาปนิกสาว รอยยิ้มมุมปากที่ยากจะสังเกตเห็นปรากฏขึ้นแวบหนึ่งบนใบหน้าที่เคยเรียบตึง
ในที่สุด... ฉันก็เจอเธอแล้วสินะ!
ผู้หญิงที่กอดเขาไว้ทุกคืนตลอด 3 ปีเต็ม!
"ท่านประธานครับ... นี่คือทีมสถาปนิกจากบริษัทคู่สัญญาครับ" เลขากรณ์เอ่ยแนะนำขึ้นเบาๆ เพื่อทลายความเงียบอันชวนอึดอัด
กวินท์พยายามควบคุมสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงตามเดิม เขาเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ สายตายังคงไม่ละไปจากร่างของพริมรตา ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้หนังนุ่ม มือเรียวยาวประสานกันไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลัง
"เริ่มเสนอแบบได้แล้ว ผมมีเวลาไม่มาก"
พริมรตาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกขวัญและกำลังใจที่หายไปให้กลับคืนมา เธอรีบหยิบรีโมตคอนโทรลขึ้นมากดเปิดหน้าจอโปรเจกเตอร์ แม้ในใจรู้สึกสับสนกับกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขา ละม้ายคล้ายกลิ่นกายของ 'สามีในฝัน' ของเธอจนน่าประหลาดใจก็ตาม
"สวัสดีค่ะท่านประธานและคณะผู้บริหารทุกท่าน" พริมรตาเริ่มนำเสนอ เสียงของเธอสั่นเพราะความประหม่า ในตอนแรก แต่เมื่อพูดถึงเรื่องงานที่เธอหลงใหล น้ำเสียงก็นุ่มนวลฉะฉานขึ้นมาทันที
"สำหรับคอนโดมิเนียมระดับอัลตราลักชัวรีโครงการนี้ ทางเราเน้นแนวคิด 'Hidden Sanctuary' หรือที่พักพิงอันสงบเงียบใจกลางเมือง..."
ขณะที่พริมรตากำลังอธิบายรายละเอียดของการตกแต่งภายในของคอนโดมิเนียมอย่างตั้งใจ ดูเหมือนว่ากวรินท์จะไม่ได้รับฟังเนื้อหาสักเท่าใดนัก เขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียงของเธอ น้ำเสียงนุ่มหวาน มีจังหวะจะโคน และเจือความสดใส... มันคือเสียงเดียวที่เคยกระซิบข้างหูเขาในความฝัน
'ตื่นได้แล้วนะคะคนดี'
ยิ่งมอง ยิ่งฟัง หัวใจของกวินท์ก็ยิ่งเต้นระส่ำ ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสน
มันเป็นไปไม่ได้! ยัยผู้หญิงโก๊ะๆ สวมแว่นตาหนาเตอะ ไร้รสนิยม คนนี้เนี่ยนะ จะเป็นคนเดียวกับภรรยาของเขา?
ด้วยความอยากรู้ และต้องการทดสอบว่า เธอใช่นางในฝันจริงๆ หรือเป็นแค่ความบังเอิญ กวินท์จึงตัดสินใจทำบางสิ่งขึ้นทันที!
"หยุดก่อน!" กวินท์ยกมือขึ้นขัดจังหวะ เสียงเรียบเย็นของเขาทำให้คนที่กำลังใช้สมาธิพรีเซ้นต์งานชะงักค้างไปกลางอากาศ
"... มีอะไรผิดพลาดตรงไหนเหรอคะท่านประธาน?" พริมรตาถามพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฟังก์ชันการใช้งานตรงโซน Living Room" กวินท์ชี้ไปที่หน้าจอด้วยสายตาจับผิด
"คุณจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ มันบังทิศทางลมและแสงธรรมชาติ ไม่ทราบว่าคิดถึงการใช้งานจริงบ้างหรือเปล่า? หรือแค่เขียนแบบเอาสวยงามเพื่อมาหลอกขายงานไปวันๆ?"
คำพูดที่ตรงมาของเขา ทำเอาพนักงานในห้องประชุมถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่งด้วยความเสียวไส้!
ใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าแสงโปรเจคเตอร์ชาวาบ รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าต่อหน้าสาธารณะชน ดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาคู่คมของเขาผ่านเลนส์แว่นตาหนา ในใจเริ่มมีไฟโทสะโหมกระพือขึ้นมาเบาๆ
อีตานี่...ปากเสียชะมัด!
แม้ในใจจะก่นด่าเสีย ๆ หาย ๆ ต่าง ๆ นานา ไปหลายรอบ แต่ด้วยสปิริตของสถาปนิกมืออาชีพ พริมรตาจึงกัดฟันยิ้มสู้ เธอขยับแว่นตาให้เข้าที่ ก่อนจะยืดอกขึ้นตอบกลับอย่างฉะฉาน ข่มความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ
"ขออนุญาตอธิบายอีกครั้งค่ะ" พริมรตาเปลี่ยนสไลด์ไปยังหน้าแปลนรายละเอียดทิศทางลม
"โซน Living Room ที่เห็นอยู่นี้ ถูกออกแบบโดยอิงจากสถิติทิศทางลมของกรุงเทพฯ ตลอดทั้งปีค่ะ การวางตำแหน่งโซฟาและฉากกั้นไม้ระแนงตรงนี้ ไม่ได้บังลม แต่ช่วย 'ลดแรงลมกระแทก' ในช่วงมรสุม และกรองแสงแดดยามบ่ายไม่ให้สะท้อนเข้าตาโดยตรงต่างหากค่ะ"
กวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แปลกใจที่ยัยเด็กกระโปรงบานคนนี้ไม่เพียงแต่น้ำตาไม่ร่วง แต่ยังกล้าจ้องตาเขาตรงๆ และเถียงกลับด้วยเหตุผลที่แน่นปึ้ก
"แล้วเรื่องกระจกนิรภัยกั้นโซนนั่นล่ะ?" กวินท์ยังคงรุกต่อ ยืดตัวหลังตรงขึ้นนิด ๆ สายตาจับจ้องใบหน้าหวานที่เริ่มมีสีเลือดฝาดด้วยความโกรธ
"การใช้กระจกโค้งแบบนี้ ต้นทุนสูงขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ คุณกำลังจะทำให้งบประมาณที่ใช้ในโปรเจกต์นี้บานปลาย"
"ต้นทุนสูงขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในส่วนของกระจก แต่สามารถลดการใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร ได้ถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ในระยะยาวค่ะ" เธอชี้แจงด้วยเหตุผลโดยสู้ไม่ถอย
เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะที่ชายหนุ่มเจ้าบงการนั่งอยู่ เพื่อชี้จุดในแบบแปลน
"ถ้าคำนวณตามหลัก Return on Investment (ROI) ในอีกสามปีข้างหน้า ลูกค้าจะประหยัดค่าไฟได้มหาศาล และนั่นจะกลายเป็นจุดขายหลักที่ทำให้คอนโดของท่านประธานแตกต่างจากคู่แข่งค่ะ!"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนเกือบจะกลายเป็นสนามรบ เลขากรณ์และทีมงานคนอื่นๆ ต่างนั่งเหงื่อตก มองสลับระหว่าง 'ท่านประธานจอมเรื่องมาก' กับ 'สถาปนิกสาวผู้สู้ไม่ถอย'
ก่อนหน้านี้ไม่ว่า ใครที่โดนกวินท์ติงานแรงๆ มักจะหน้าเสีย ปากสั่น หรือไม่ก็ยอมก้มหน้ารับผิดชอบและรีบนำกลับไปแก้ แต่พริมรตากลับตรงกันข้าม เธอยิ่งสู้กลับ ยิ่งแผ่รังสีความมุ่งมั่นและความมั่นใจออกมาอย่างน่าประหลาด
กวินท์มองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่กำลังพูดเจื้อยแจ้ว อธิบายเรื่องสเปกวัสดุอย่างไม่หยุดยั้ง... จังหวะที่เธอขยับเข้ามาใกล้เพื่อวางเอกสารเพิ่มบนโต๊ะ กลิ่นหอมที่เขาคุ้นเคยก็ลอยกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
ความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งผ่านแผ่นอกของชายหนุ่ม...
สายตาแบบนี้ ไหวพริบแบบนี้ และริมฝีปากที่ขยับพูดไม่หยุดแบบนี้... มันเหมือนยัยตัวดีในฝันเวลาที่เถียงเขาเรื่องจัดบ้านไม่มีผิด!
กวินท์แอบยิ้มในความคิด แต่ใบหน้าภายนอกยังคงนิ่งสนิทราวกับหินสลัก เขายกมือขึ้นแตะคาง ทำทีเป็นครุ่นคิดอย่างหนัก
"ก็...ฟังดูมีเหตุผล..." เจ้าของงานเอ่ยเสียงเรียบ
"แต่ผมยังไม่ปักใจเชื่อหรอกนะว่างานจริงจะได้ตามที่พูด"
พริมรตาแอบถอนหายใจยาวในใจ แปะป้าย 'คนดื้อด้าน' ให้ประธานหนุ่มในทันที
หล่อซะเปล่าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง!
"หากท่านประธานยังสงสัย ทางเรามีแบบจำลองสามมิติและการจำลองอุณหภูมิห้องให้ดูเพิ่มเติมค่ะ" พริมรตากล่าวด้วยรอยยิ้มเคลือบแฝงทว่ากลับประชดประชัน
"หรือถ้าท่านประธานอยากได้การทดสอบวัสดุจริง ฉันก็ยินดีจัดหามาให้ตรวจถึงห้องทำงานเลยค่ะ!"
"ได้อย่างนั้นก็ดี!" กวินท์ตอบรับทันควันอย่างไม่ให้เสียเวลาคิดแม้สักวินาทีเดียว
"งั้นจัดหาวัสดุทั้งหมดมาให้ผมตรวจที่ห้องทำงานพรุ่งนี้แปดโมงเช้า... และต้องมาด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มมองนิ่งด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“คุณชื่ออะไรนะ?” ก่อนจะถามซ้ำด้วยท่าทียียวนกวนประสาท
“พริมรตาค่ะ!” เจ้าของชื่อบอกเชื่อตัวเองก่อนที่จะ ขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะประโยคก่อนหน้านี้
"แปดโมงเช้าเลยเหรอคะ?" พริมรตาอุทานเสียงหลง ดวงตาโตภายใต้แว่นตาขยายกว้างด้วยความตกใจ
"แต่ปกติเราต้องส่งผ่านทีมประสานงาน..." เธอเริ่มชี้แจง
"ผมเป็นคนจ่ายเงิน และผมต้องการตรวจงานกับคนออกแบบโดยตรง" คนเอาแต่ใจยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ลุกขึ้นยืนกดดันหญิงสาวที่เขาทำให้ตกเป็นเบี้ยล่างตรงหน้า
"หรือว่าคุณสถาปนิกเก่งแค่ปาก แต่ไม่กล้าเอาของจริงมาพิสูจน์?"
พริมรตากำหมัดแน่นภายใต้แขนเสื้อสูท ความตั้งใจจะเอาชนะและรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองขึ้นมาเต็มที่ เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าคุณต้องการแบบนั้น! ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้แปดโมงเช้า ฉันจะหอบวัสดุทั้งหมดมาวางบนโต๊ะทำงานของท่านประธานให้ดูด้วยตาตัวเองเลยค่ะ!"
กวินท์กระตุกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่แทบสังเกตไม่เห็น แต่กลับทำให้ใบหน้าเย็นชาของเขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด จนพริมรตาถึงกับชะงักและหัวใจกระตุกไปจังหวะหนึ่ง
"แล้วผมจะรอ... คุณพริมรตา"
