บทที่ 4 ไม่ต้องการพ่อแล้วก็ได้
บทที่ 4 ไม่ต้องการพ่อแล้วก็ได้
หลังจากปิดร้านเรียบร้อยตอนสองทุ่มแล้ว วันวิวาห์เตรียมพาวันพิเศษเข้านอนไม่ให้เกินสามทุ่ม เพราะพรุ่งนี้ลูกชายของเธอต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า
“น้องวุ่น มานอนได้แล้วครับ”
วันวิวาห์เอ่ยเรียกลูกชายที่กำลังเล่นหุ่นยนต์ตัวโปรดอยู่ที่พื้นข้างเตียง
“คับแม่”
วันพิเศษขานรับทันทีอย่างว่าง่าย แล้วลุกขึ้นจากพื้นเพื่อเอาหุ่นยนต์ไปเก็บไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือของตนเอง ก่อนจะวิ่งกลับมาหามารดาที่กำลังนอนรออยู่บนเตียง แล้วเข้าไปนอนซุกอกกอดแม่ไว้แน่นเหมือนทุกคืนก่อนนอน
วันวิวาห์ใช้มือลูบแผ่นหลังของลูกชายอย่างเบามือเพื่อกล่อม พลางก้มลงหอมหัวของลูกเบาๆ ด้วยความรักทั้งหมดที่มี
“วันเสาร์นี้ตอนค่ำแม่ต้องไปงานกับคุณตาและลุงแดน น้องวุ่นอยู่บ้านกับพี่ฟองนะลูก เดี๋ยวแม่พาพี่ฟองไปนอนบ้านคุณตาด้วยกัน”
“วุ่นไปด้วยไม่ได้เหรอคับ”
วันพิเศษเงยหน้าขึ้นมองมารดาพลางอ้อน ไม่เข้าใจเลยทำไมแม่ไม่พาเขาไปด้วย เขาไม่ดื้อสักหน่อย!
“ไม่ได้ครับ งานนี้เป็นงานของผู้ใหญ่ ไว้ให้ลูกโตกว่านี้แล้วแม่จะพาไปด้วยนะครับ”
วันวิวาห์หลบสายตาของลูกชายแล้วอธิบายถึงเหตุผลที่ให้ไปด้วยไม่ได้ เธอไม่อยากมองสายตาอ้อนวอนแบบนั้นนานเลย เพราะกลัวจะใจอ่อน แล้วต้องมาลำบากใจทีหลัง
“ว้า...แต่วุ่นอยากไปกับแม่ด้วยนี่คับ นะค้าบ”
“เอางี้ วันอาทิตย์แม่พาไปเที่ยวดีมั้ย ทดแทนที่ไม่ได้ไปงานวันเสาร์กับแม่”
เมื่อเห็นลูกชายยังอ้อนขอไปด้วยไม่หยุด เธอจึงเสนอทางเลือกอื่นที่คิดว่าวันพิเศษจะต้องสนใจ และก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อเห็นอาการดีใจของลูกชายที่จะได้ไปเที่ยว เธอจึงยิ้มออกมาได้บ้าง
“ดีคับ”
“น้องวุ่นอยากไปเที่ยวไหนคิดไว้เลย”
เธอจึงให้ลูกเป็นคนเลือกสถานที่เที่ยวที่อยากไป เพื่อเป็นการเอาใจและตามใจลูกชายของเธอบ้าง
“ไปต่างประเทศได้ไหมครับ”
วันพิเศษบอกออกมาอย่างกระตือรือร้น เพราะแม่เคยบอกเขาว่าพ่อไปเรียนอยู่ที่ต่างประเทศเลยไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาจึงอยากไปมาก อยากรู้ว่าที่ต่างประเทศมีอะไรดีทำไมพ่อถึงไปเรียนนานมากแล้วถึงไม่ยอมกลับมาสักที!
วันวิวาห์หัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู
“หืม...วันเดียวเองจะไปต่างประเทศเลยเหรอลูก”
สงสัยเธอคงต้องหาเวลาพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศบ้างแล้ว เรียกร้องอยากไปขนาดนี้
“ไม่ได้เหรอคับ มันไกลมากเลยเหรอคับแม่”
วันพิเศษเอ่ยถามอย่างสงสัย แม่พูดแบบนี้อดไปแน่ๆ
“ใช่ครับ มันไกล ทำไมถึงอยากไปต่างประเทศล่ะลูก”
วันวิวาห์ถามยิ้มๆ วันนี้ลูกชายของเธอมาแปลก ปกติจะร้องอยากให้เธอพาไปเที่ยวสวนสัตว์บ้าง เที่ยวทะเลบ้าง หรือไม่ก็ร้องให้พาไปกินอาหารอร่อยๆ ในห้างสรรพสินค้า แต่วันนี้วันพิเศษอยากไปต่างประเทศ ไปเอามาจากไหนกัน!
“ไปหาพ่อไงคับ”
“...”
“ไปตามหาพ่อกัน พ่อจะได้รู้ว่ามีลูกที่เก่งและเป็นเด็กดีอย่างวุ่น”
เมื่อเห็นแม่เงียบเขาจึงบอกเหตุผลที่อยากไปต่างประเทศออกไปให้แม่ฟังอีก พลางกอดและซบอกอุ่นของแม่ไว้อย่างออดอ้อน
วันวิวาห์เงยหน้าหนีเพื่อแอบซ่อนน้ำตาที่มันไหลออกมาทันทีเมื่อได้ยินลูกชายของเธอร้องหาพ่อ เธอทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ได้ไม่ดีหรืออย่างไร ลูกชายของเธอถึงได้เรียกร้องหาคนอื่น คนที่ไม่เคยดูดำดูดีเธอเลยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เชื่อว่าลูกในท้องของเธอเป็นลูกของเขา เธอแอบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าและพยายามหยุดร้องไห้เพื่อไม่ให้ลูกเห็น เธอเสียใจมามากพอแล้ว เรื่องแค่นี้เธอก็ต้องผ่านมันไปให้ได้
“น้องวุ่นอยากเจอพ่อขนาดนั้นเลยเหรอครับ น้องวุ่นมีแม่ มีคุณตา มีลุงแดน มีพี่ฟอง มีพี่ๆ ในร้าน ที่รักและเอ็นดูน้องวุ่นหลายคนขนาดนี้ ให้ความรักท่วมท้นหัวใจของน้องวุ่นแล้ว ยังไม่พอเหรอครับ”
“แต่ก็ไม่มีพ่อนี่คับ”
วันพิเศษเงยหน้ามองแม่ที่ก้มลงมาสบตากันพอดีด้วยความรู้สึกหลากหลาย บางครั้งเขาก็รู้สึกอิจฉาเพื่อนที่มีพ่อไปรับไปส่งที่โรงเรียน เขาอยากได้รับสัมผัสอบอุ่นจากพ่อบ้างก็เท่านั้นเอง
“น้องวุ่นมีพ่อครับ ไม่อย่างนั้นน้องวุ่นจะเกิดมาได้ยังไง จริงมั้ย แค่พ่อของลูกไม่ได้อยู่ด้วยกันกับพวกเราแค่นั้นเอง”
เขาจะพยายามเข้าใจก็ได้ วันพิเศษแอบเห็นแม่มีน้ำตาจึงไม่เซ้าซี้อีก เขาพูดถึงพ่อทีไรแม่ต้องร้องไห้แบบนี้ตลอด ต่อไปนี้เขาจะไม่ถามถึงแล้ว ไม่อยากเจอพ่อแล้วก็ได้ ถ้าการถามถึงและการอยากเจอพ่อมันทำให้แม่ของเขาเป็นทุกข์ เขาอยากเห็นแม่มีความสุขมากกว่าต้องเห็นแม่แอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว ตอนนี้เขาโตแล้วและมีความสุขดี ไม่ต้องการพ่อแล้วก็ได้!
“คับแม่ วุ่นไม่อยากเจอพ่อแล้ว ถ้าวุ่นคิดถึงพ่อ วุ่นจะส่องกระจกมองหน้าตัวเองแล้วจะเห็นหน้าพ่อตามที่แม่บอกคับ”
“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจแม่”
วันวิวาห์ก้มลงจูบหน้าผากของลูกชายเบาๆ พลางยิ้มทั้งน้ำตา วันพิเศษถอดแบบออกมาจากพ่อของเขาเลยทีเดียว ไม่เหมือนเธอเลยสักนิด แม้แต่สีผิวก็เป็นสีแทนเหมือนกัน ในขณะที่เธอผิวขาวอย่างคนเชื้อสายจีน มันจึงทำให้เธอไม่สามารถลืมพ่อของวันพิเศษได้เลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
“แม่ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะคับ เดี๋ยวไม่สวยน้า...”
วันพิเศษยกมือลูบแก้มมารดาที่ชื้นไปด้วยน้ำตาเบาๆ อย่างอ่อนโยน พลางเอ่ยปลอบเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้
“จ้ะ นอนหลับฝันดีนะครับลูก”
“ฝันดีเช่นกันคับแม่ วุ่นรักแม่นะคับ”
วันวิวาห์นอนกอดลูกชายไว้แนบอก แล้วใช้เสียงหวานๆ ของเธอร้องเพลงกล่อมเพื่อให้ลูกชายได้นอนหลับสนิทอย่างสบายใจและมีความสุขที่สุด ช่วยปัดเป่าสิ่งรบกวนภายในจิตใจให้หมดไปจากใจของวันพิเศษ ผู้ชายคนเดียวที่เธอสามารถยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเขา ไม่ว่าจะต้องสละชีวิตก็ตาม!
“แม่ให้สัญญานะครับ ว่าแม่จะทำเพื่อลูกให้ดีที่สุด”
ลูกชายของเธอหลับไปแล้ว แต่วันวิวาห์ยังไม่สามารถที่จะข่มตานอนหลับลงได้เลย ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือคิดผิดที่บอกความจริงทุกอย่างกับวันพิเศษ ตอนที่ลูกเริ่มรู้ความและถามถึงพ่อของเขา เธอตัดสินใจบอกความจริงมาตลอด และพูดถึงแต่สิ่งดีๆ ไม่เคยใส่ร้ายป้ายสีให้วันพิเศษต้องรู้สึกเกลียดพ่อของเขา เพราะกลัวว่าลูกจะเป็นเหมือนเธอ ที่เพิ่งมารู้ว่าบิดายังมีชีวิตอยู่เมื่อตอนที่มารดาของเธอใกล้จะจากโลกนี้ไปแล้ว
