บทที่ 5 พ่อของแม่และพ่อของลูก

บทที่ 5 พ่อของแม่และพ่อของลูก

ตอนนั้นวันวิวาห์รู้สึกเสียใจมากที่แม่ไม่ยอมบอกความจริงเรื่องบิดา เพราะเธอต้องการพ่อมาตลอด อยากมีพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ บ้าง แต่เธอก็ต้องยอมรับความจริงว่าบิดาเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เธอยังไม่เกิดตามที่แม่ของเธอได้บอกมาตลอด และตอนนี้ในสถานะที่วันวิวาห์ก็เป็นแม่แล้วเหมือนกันจึงเข้าใจแม่ของเธอดีว่าทำไมแม่ถึงได้ทำแบบนั้น เพราะแม่ทำทุกอย่างที่คิดว่าดีเพื่อเธอ เหมือนที่เธอก็ทำทุกอย่างที่คิดว่าดีเพื่อวันพิเศษเหมือนกัน

เมื่อตอนวันพิเศษอายุได้ 2 ขวบ คุณอรวรรณมารดาของเธอเริ่มเจ็บออดๆ แอดๆ มีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด เธอจึงพามารดาไปตรวจที่โรงพยาบาล แล้วพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ท่านกังวลว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานจึงติดต่อหาคุณดำรงแล้วบอกความจริงกับเธอว่า บิดายังมีชีวิตอยู่ก็คือคุณดำรงนั่นเอง เพื่อจะได้ให้บิดาเป็นคนดูแลเธอกับวันพิเศษแทนท่าน ที่รู้ตัวดีว่าคงจะอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นาน

เหตุผลที่มารดาของเธอปิดบังเรื่องบิดามาตลอด เพราะไม่อยากให้เธอโดนตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย กลัวจะเป็นปมด้อย จึงไม่ให้เธอรู้เลยว่าบิดาเป็นใครมาจากไหน ตัดขาดการติดต่อกับบิดาตั้งแต่ที่แม่ของเธอรู้ตัวว่าตั้งท้องและรู้ว่าบิดามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว ยอมทนเหนื่อยเลี้ยงลูกคนเดียวเพียงลำพังมาเป็นอย่างดี และบอกกับเธอว่าบิดาของเธอนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เธอยังไม่เกิด

จนกระทั่งตรวจเจอโรคร้ายท่านจึงตัดสินใจติดต่อบิดาไปอีกครั้ง เพราะเป็นห่วงเธอกับลูกว่าจะไม่มีคนดูแลคอยช่วยเหลือยามที่ท่านไม่อยู่แล้ว บิดาก็รับเธอเป็นลูกอย่างเต็มใจเพราะท่านรู้มาตลอดว่าเธอเป็นลูก และคอยติดตามดูแลแม่กับเธออยู่ห่างๆ โดยไม่ให้รู้ตัว

ตอนนั้นวันวิวาห์รู้สึกทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน ดีใจที่ได้เจอบิดา เสียใจที่ไม่มีความรู้สึกผูกพันกับบิดาเลย ต้องมาเริ่มต้นความสัมพันธ์พ่อลูกกันใหม่ แต่เธอก็ไม่โกรธเคืองมารดา อาจจะเสียใจบ้างแต่ก็พยายามทำความเข้าใจในเหตุผลของท่าน ไม่นานหลังจากนั้นมารดาของเธอก็เสียชีวิต เธอกับลูกจึงอยู่ในความดูแลของบิดามาโดยตลอด แต่ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของมารดา

เมื่อวันพิเศษเริ่มรู้ความและถามถึงพ่อของเขา วันวิวาห์จึงบอกความจริงว่าพ่อของเขาเป็นใคร และทำอะไรอยู่ที่ไหนเท่าที่เธอรู้อย่างไม่ปิดบัง โดยเธอบอกลูกชายไปว่าพ่อกับแม่เลิกกันก่อนที่จะตั้งท้องวันพิเศษ และพ่อของเขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เธอให้วันพิเศษเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะคิดกับพ่อของเขาอย่างไร เธอสอนให้ลูกเผชิญหน้ากับความจริงตั้งแต่เด็ก และไม่เคยสอนให้ลูกต้องเกลียดพ่อ หากวันใดวันหนึ่งพ่อกับลูกได้เจอกัน วันพิเศษจะได้ไม่ต่อว่าเธอว่าเป็นคนโกหกหลอกลวง เธออยากให้ลูกภูมิใจในตัวพ่อและแม่ของเขา ไม่ว่าเธอจะต้องเจ็บปวดกับอดีตแค่ไหนก็ตาม!

วันวิวาห์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าอย่างไม่ค่อยสดใสนัก พยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเหมือนทุกครั้งที่ลูกชายถามถึงพ่อของเขา ระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามันทำให้สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะลืมพ่อของลูกเธอไปได้ จึงฝังเก็บเขาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ จากความรักกลายเป็นความโกรธเกลียด แต่เธอก็ไม่เคยเอาความเกลียดไปลงที่ลูก เพราะลูกคือชีวิตและจิตใจของเธอ

เธอหันไปมองลูกชายที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกออกจากเตียงนอนเพื่อลงไปทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้วันพิเศษได้ทานก่อนไปโรงเรียน เมื่อทำเสร็จแล้วจึงค่อยขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว แล้วจึงค่อยปลุกลูกชายให้อาบน้ำแต่งตัวบ้าง

“น้องวุ่นตื่นได้แล้วครับ ได้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนแล้วครับ”

“ค้าบ...แม่”

วันพิเศษลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงแม่ปลุก พลางยืดแขนยืดขาบิดขี้เกียจ วันวิวาห์คลี่รอยยิ้มบางอย่างแสนอ่อนโยนให้ลูกชายที่ทำท่าทางตลกๆ ให้เธอเห็น ทำให้เธออารมณ์ดีแต่เช้า เพียงแค่นี้ก็ทำให้อารมณ์ดีไปได้ทั้งวัน

บนโต๊ะอาหารเช้าวันพิเศษทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เต็มไปด้วยความเรียบร้อยไม่หกเลอะเทอะ วันวิวาห์ระบายยิ้มหวานอย่างพึงพอใจที่ลูกของเธอว่านอนสอนง่าย และเป็นเด็กดีของเธอมาโดยตลอด

“คืนนี้เราต้องไปนอนบ้านคุณตาใช่ไหมคับ”

วันพิเศษเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ แล้วจะได้ไปนอนค้างบ้านของคุณตาทุกครั้งในคืนศุกร์เสาร์และอาทิตย์

“ใช่แล้วครับ”

“เย่! วุ่นคิดถึงลุงแดน เราไปเล่นบอร์ดเกมกับลุงแดนกันอีกนะคับ”

“ได้สิครับ แต่วันนี้น้องวุ่นต้องตั้งใจเรียนก่อนนะครับ ลุงแดนจะได้ภูมิใจ”

ความโชคดีอีกอย่างหนึ่งของเธอก็คือ พี่ชายต่างมารดาอย่างแดนเทพรักและดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ ที่คลานตามกันออกมา แถมเผื่อแผ่ความรักและเอ็นดูมาถึงวันพิเศษด้วย

“คับแม่”

“งั้นก็ไปโรงเรียนกันได้แล้วครับ”

วันวิวาห์เอ่ยชวนเมื่อเห็นลูกชายทานอาหารเช้าเสร็จและหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มเรียบร้อยแล้ว เธอลุกขึ้นจากโต๊ะทานอาหารก่อนพลางหยิบกระเป๋านักเรียนยื่นให้วันพิเศษ แล้วเดินนำไปที่รถที่จอดอยู่ข้างร้านคาเฟ่ พอดีกับที่ฟองจันทร์กำลังเปิดประตูร้านเข้าไป เธอจึงเอ่ยบอกก่อนจะขับรถไปส่งวันพิเศษที่โรงเรียน

“พี่ฟองคะ วุ้นจะกลับมาช้าหน่อยนะคะ ว่าจะเลยไปซื้อพิมพ์วุ้นเพิ่ม”

“ค่ะน้องวุ้น เดี๋ยวพี่ทำขนมตามที่น้องวุ้นสั่งไว้ก่อนค่ะ”

ฟองจันทร์รับคำเจ้านายสาวคนสวยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอรู้สึกโชคดีมากที่ได้ทำงานที่นี่ มันเป็นงานที่เธอรัก เพราะเธอชอบทำขนมมาตั้งแต่เด็ก แถมได้เจ้านายใจดีอย่างวันวิวาห์ที่ให้ที่พักกับคนไร้บ้านไร้ที่พึ่งพิงอย่างเธอ วันวิวาห์เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนสนิทที่เธอไม่มีวันจะทรยศหักหลังเป็นอันขาด

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยววุ้นจะรีบไปรีบมานะคะ”

วันวิวาห์บอกยิ้มๆ เธอได้ฟองจันทร์ช่วยดูแลร้านให้จึงหายห่วงไปได้เยอะเลย ซึ่งสามารถทำแทนเธอได้ทุกอย่าง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็ขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียนเป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด เพราะมันเป็นหน้าที่ที่เธอต้องดูแลลูกชายด้วยตัวของเธอเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป