บทที่ 3 02
“มึงงง มาถ่ายรูปแก้เบื่อกัน อีโช หยุดแดกแล้วมาถ่ายรูปก๊อน สกายเลิกสูบบุหรี่ก่อนมาถ่ายรูปกัน”
ลินดาเอ่ยชวนขึ้นเพราะต้องรอเก้าเพื่อนชายอีกคนของกลุ่มมาถึงก่อน จึงจะเริ่มดื่มของมึนเมากันอย่างเต็มที่ หลังจากนั่งคุยเรื่องต่างๆกันพักใหญ่ความเงียบก็เริ่มก่อตัว เธอจึงตัดสินใจชวนถ่ายรูปตามมุมสวยๆของดาดฟ้าแทน
แน่นอนว่านี่ไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นการแก้เบื่อแต่เธอมั่นใจว่ามันน่าจะพอขัดบรรยากาศที่ค่อยๆเงียบลงระหว่างพวกเขาสี่คนที่นั่งห่าง ๆ กันได้บ้าง
และน่าจะดึงความสนใจของสกายจากเรื่องที่อยู่ในใจไปได้สักพัก
เธอไม่รู้หรอกว่าสกายกังวลเรื่องอะไรอยู่ แต่ถ้าสกายเศร้า ปลายฟ้าตัวน้อยของเธอก็จะเศร้าไปด้วย และถ้าเหตุผลเป็นเพราะสกายต่อให้เอาตลกคาเฟ่มาเล่นเป็นสิบคณะเพื่อนสาวของเธอก็ไม่ยิ้มหรอก
เพราะงั้นแล้วการดึงความสนใจของสกายจากเรื่องที่ว่านั้นคือทางออกที่ดีที่สุด!
“เซลฟี่เหรอ หรือใครจะถ่าย” โชวางกุ้งค็อกเทลที่สั่งมาในมือลงก่อนจะเดินเข้าไปหาลินดาที่ถือสมาร์ตโฟนราคาแพงอยู่ในมือ
“กูถ่ายให้ไหม” สกายเอ่ยขึ้นหลังจากดึงสติตนเองออกจากเรื่องเครียด ๆ ในหัวได้แล้ว
เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาหาลินดาที่ถือสมาร์ตโฟนเครื่องแพงไว้ในมือ
“ได้หมดค่า แต่ถ้ามึงถ่ายกูหน้าดำ กูจะเอาหมอนฟาดมึงให้แขนหัก”
“เว่อร์วังนัก หมอนอันเล็กเท่าแขนฟ้าคงจะตีกูแขนหักได้หรอก” สกายเอ่ยตอบลินดาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ อารมณ์คุกรุ่นที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่ก็พลันมลายหายไปทันที
เขาไม่ได้อยากเอาเรื่องงานหรือเรื่องอื่น ๆ มาคิดมากตอนอยู่กับเพื่อน แต่บางทีบางครั้งสมองก็ดึงเอาเรื่องราวที่ไม่อยากนึกถึงมาให้คิดจนน่ารำคาญ ทั้งยังสลัดออกไม่ได้จนชวนหงุดหงิด
ในเมื่อสลัดออกไม่ได้ เขาจึงทำได้แค่คิดทบทวนหาทางออกของมันไปก็กว่าจะมีเรื่องมาดึงความสนใจได้เท่านั้น
“เราถ่ายให้ได้-”
ปลายฟ้าที่กลัวว่าจะยังสกายอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่จึงเสนอตัวถ่ายให้ แต่มือเรียวของโชยกขึ้นห้ามก่อนจะดึงมือถือในมือลินดามาถือไว้เอง
“หยุดค่ะที่รัก ไม่ต้องเถียงกันค่ะ กูถ่ายให้เอง”
โชเสนอตัวขึ้นเพราะวันนี้ตนไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มอย่างที่แต่งทุกวันทำให้ไม่อยากถ่ายรูปอะไรมากนัก อีกอย่างคือถ้าจะถ่ายรูปรวมพวกเขาค่อยไปเรียกเฮียคินขึ้นมาถ่ายให้ก็ยังได้ แต่โชรู้ดีว่านี้คือวิธีการดึงบรรยากาศของลินดา ทำให้เขาถือโอกาสเก็บรวมโมเมนต์ดี ๆ ของเพื่อนแทน
โดยเฉพาะโมเมนต์ปลายฟ้ากับสกาย คู่ชิปในดวงใจของโช
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าหล่อนจะทำอะไรน่ะ แต่เอาเถอะถ่ายกูสวยๆ พอ เคมั้ยคะ! ฟ้าจ้า มาถ่ายรูปกัน มาเร็ววว”
ปลายฟ้าลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นจากชิงช้าไปหาลินดาที่คว้าเธอเข้าไปกอดหมับทันทีที่เธอเดินถึงระยะอ้อมแขน
ร่างเพรียวถูกกอดรัดพลางนัวเนียตรงแก้มนิ่มสองสามครั้งด้วยความคิดถึง ก่อนจะโดนดันมายืนข้าง ๆ เพื่อให้โชถ่ายรูปได้
ทั้งสามคนยืนเรียงกันโดยมีลินดายืนอยู่ตรงกลาง ประกบข้างซ้ายขวาด้วยสกายและปลายฟ้าที่ฝ่ายหนึ่งยืนโพสในท่ามือล้วงกระเป๋ายืดตัวตรงอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ ส่วนปลายฟ้ายืนกุ่มมือเอนศีรษะเล็กน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาโชเป็นอย่างมาก
เพราะโชรู้ดีว่านั้นไม่ใช่ท่าทีเสแสร้งเหมือนดาราคนสวยที่
แอ๊บเนียนทำตัวเรียบร้อยอย่างที่เขาเจอ
“โชมึงอย่าลืมปรับแสงนะเดี๋ยวหน้าดำ!”
“เอ่อ ค่า! ถ่ายละนะ 1 2 3!”
เสียงกดชัตเตอร์รัว ๆ ดังขึ้นอยู่สองสามครั้งก่อนที่โชจะหยุดถ่ายและเรียกรูปจากแกลลอรี่มาดูด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“มึงงง เป็นไงคะ สวยไหม เอารูปมาดูหน่อย”
“....”
“อีโช เอารูปมาดูหน่อย”
“....”
“อีโช! มึงเหม่อไรเนี่ยเอารูปมาดูหน่อย! ถ้าไม่สวยจะได้ลบแล้วถ่ายใหม่”
ลินดาเอ่ยเรียกเพื่อนชายใจสาวของตนเองที่ยืนดูรูปนิ่ง ๆ พลางหน้านิ่วคิ้วขมวดจนเธอนึกกังวลว่าในรูปนั่นถ่ายติดอะไรแปลก ๆ อย่างที่เธอเคยเห็นตามกระทู้ในอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า
“อีลิน” เสียงทุ้มติดหวานใสของโชเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนสาวทั้งสองจนคนยืนบริเวณกลางเฟรมสะดุ้งเฮือก
“วะ ว่า...อีโช มึงนี่ อย่าเงียบไปแล้วเรียกชื่อกูสิวะ กูใจหายหมด! กรี๊ด มึงจะดึงกูทำไมเนี่ย!”
โชลากแขนของเพื่อนออกมาจากจุดที่สาวเจ้ายืนอยู่ เรียกเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจจากลินดาที่นึกกลัวความพิศวงของรูปถ่ายตามเรื่องเล่าในอินเทอร์เน็ตที่ได้อ่านผ่าน ๆ ตามาตั้งแต่ยังเยาว์วัยกว่านี้ไปอีกเป็นเท่าตัว
เรือ(Ship)หาย แกะ(Sheep)หาย แล้วไหม หรือว่า..ข้างหลังเรามันมีอะไรจริง ๆ!!
“อย่าร้อง! เก้งคนนี้ขอสั่งให้ชะนีหยุดร้องค่ะ ปลายฟ้า สกาย พวกมึงขยับเขาชิดๆกันหน่อย” โชตะโกนแข่งกับเสียงกรี๊ดของลินดาพลางเอ่ยสั่งให้สกายและปลายฟ้าขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมก่อนที่นิ้วเรียวของนักข่าวสุดเริ่ดจะกดถ่ายภาพอีกครั้ง
แชะ! ๆ
เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นรัว ๆ ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของลินดาที่เริ่มเข้าใจความคิดของเพื่อนสาวคนนี้เพราะทำงานด้วยกันมานาน ยิ่งเข้าใจความคิดก็แอบที่จะลอบมองบนในความขี้ชิปของโชไม่ได้
สรรหาโมเมนต์จริง ๆ เลยอีโช อีตัวร้าย!
“โอเคละ แบบนี้ค่อยสบายตา สบายใจหน่อย” รูปถ่ายคู่ของคู่ชิปในดวงใจถูกกดส่งเข้าไลน์กลุ่มพร้อมเสียงโวยวายของลินดาที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโดนหลอกด่าทางอ้อม
“อีโช อีเลววว มึงจะบอกว่ากูเป็นส่วนเกินใช่ไหม!” ลินดาเดินตรงเข้าไปโวยวายเสียงดังใส่โชพร้อมฟาดมือลงที่ไหล่ของชายตัวน้อย(?)อย่างไม่จริงจังมากนัก
“โอ๊ย ๆ โทษกูไม่ได้ค่า มึงไม่ทันกูเองนี่ แบร่!”
“มึงนี่! เชอะ! เอามือถือมาเลย กูไม่ถง ไม่ถ่ายมันแล้ว อารมณ์เสีย” ลินดาแบมือขอมือถือคืนจากโช แต่คุณผู้ชายคนสวยก็ไม่มีทีท่าจะยอมส่งคืนแต่โดยดี
“อยากได้ก็มาเอาคืนไปสิคะ คุณผู้หญิง! ว้ากกกก อีลินน กูล้อเล่นมึงอย่าเพิ่งถอดส้นสูงงงง กรี๊ดดด”
โชที่เห็นลินดาถอดรองเท้าส้นสูงคู่โปรดออกพร้อมทำท่าจะวิ่งไล่ตนก็กรีดร้องเสียงดังก่อนจะเริ่มวิ่งหนีเพื่อนสาวคนสวยของตัวเองไปรอบ ๆ ดาดฟ้าด้วยความสนุกสนานที่ผสมความหวาดกลัวไปด้วย 1 ส่วน
ปลายฟ้ามองภาพเพื่อนทั้งสองที่วิ่งไล่กันไปมาเหมือนสมัยเรียนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะละความสนใจมามองรูปคู่ของเธอและสกายที่โชจับถ่ายในมือถือ ริมฝีปากบางแย้มยิ้มกว้างอย่างมีความสุขก่อนที่เธอจะกดเซฟรูปนั้นไว้ในเครื่องอย่างรวดเร็วนึกดีใจที่ตนเองเร่งทำงานทั้งที่บริษัทและที่บ้านแล้วออกมาพบเพื่อน ๆ ในวันนี้
คุ้มค่ากับที่ไม่ได้ค่าโอทีในวันหยุดละนะ...
.
.
“อ้าว ชนนนน”
“แด่ความสำเร็จของพวกมึงทุกคนค่าาาา”
เสียงของกลุ่มวัยรุ่นอายุไล่กันดังขึ้นบนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์สามชั้น เสียงชนแก้วดังขึ้นเป็นระยะก่อนพวกเขาทั้ง 5 คนจะยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกัน พลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระของกันและกันไปด้วย
บรรยากาศของชั้นดาดฟ้า โซนพิเศษของร้านอาหารขนาดกลางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวที่นัดกันมาสังสรรค์ดังขึ้นไม่ขาดสาย
เครื่องดื่มและอาหารเลิศรสยิ่งอร่อยขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อทานร่วมกันกับเพื่อนที่รู้ใจ
“โช เติมเหล้าให้หน่อย”
“แป๊บ ๆ”
นักประกาศข่าวชายคนสวยตอบรับเพื่อนชายของตัวเองอย่างรีบร้อนพลางพยายามเคี้ยว ๆ กลืน ๆ สเต๊กในปากในหมด ก่อนจะคว้าแก้วเปล่าของเก้ามาเติมน้ำแข็งแค่พอเย็นและเทมิกเซอร์พร้อมรินเหล้ายี่ห้อโปรดของอีกฝ่ายลงไปให้ปริมาณพอเหมาะ เพื่อกันไม่ให้เพื่อนชายเมาแอ๋จนหลับเสียก่อน
เวลามาดื่มกัน โชจะเป็นรับหน้าที่ชงเหล้าเพราะอีกฝ่ายจำได้ว่าใครดื่มอะไร และชอบดื่มแบบไหน ทำให้หน้าที่นี่ตกเป็นของเขาไปโดยปริยาย ซึ่งโชก็รับมันมาอย่างเต็มใจ
“อะ อีเก้าเหล้ามึง”
“ขอบคุณค้าบบ คุณนักข่าวชื่อดัง”
เก้ารับแก้วเหล้าจากโชไปพร้อมเอ่ยแซวที่อีกฝ่ายกับลินดาทำช่องยูทูปข่าวด้วยกันจนดังและได้เซ็นสัญญากับช่องข่าวมีชื่อ ตอนนี้ทั้งสองคนเป็นนักข่าวชื่อดังที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักในฐานะ ผู้ประกาศข่าวคู่ของวงการ
“ขอบคุณค่าท่านประธาน ขอให้ร่ำขอให้รวย ขอให้เงินทองไหลมาเทมา ธุรกิจไม่มีวันเจ๊งนะคะ!” โชเอ่ยคำอวยพรให้กับชายหนุ่มที่กำลังเปิดธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อของตัวเอง ไม่ใช่ธุรกิจเดิมที่ได้รับสืบทอดมาจากบิดามารดา
“งั้นกูดื่มแก้วนี้เป็นการยินดีกับนักข่าวคนสวยของเราทั้งสองคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนะคร้าบบบบ” เก้ากล่าวอวยพรก่อนจะนำเพื่อน ๆ ดื่มฉลองให้กับโชและลินดาตามธรรมเนียม
“เช่นกันค่าาา”
ชายหนุ่มจริตสาวสวยยกแก้วเครื่องของตนไปชนกับเก้า นัยน์ตาคมเฉี่ยวทั้งสองคู่สบกันอย่างจริงใจ ไร้ซึ่งคำอวยพร เพราะแค่เพียงสบตาต่างก็รับรู้แล้วว่าคนตรงหน้ายินดีกับพวกเขามากขนาดไหน
ปลายฟ้ายิ้มหวานให้กับพฤติกรรมของเก้าที่ติดมาจากที่บ้าน ก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มของตนขึ้นดื่มหนึ่งอึก ไม่ได้ยกดื่มจนหมดแก้วเหมือนคนอื่น ๆ เพราะเธอไม่ใช่คนชอบดื่มมาตั้งแต่แรกทั้งยังดื่มไม่เก่ง
แต่เพราะงานวันนี้เป็นการฉลองให้กับทุกคนที่เธอรัก เธอจึงยอมดื่มบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ
“เอ่อ สกายแล้วมึงละ เป็นไงบ้าง ได้รับตำแหน่งยัง?”
เก้าเอ่ยเรื่องที่ติดในใจขึ้นมาถามเพื่อนชายอีกคนของกลุ่มที่นั่งเงียบตั้งแต่เริ่มดื่ม เพราะเขาพอทราบจากเรื่องซุบซิบในปาร์ตี้มาบ้างว่าชื่อของประธานบริษัทที่เป็นของพ่อแม่สกายยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แต่เขาก็รู้จักสกายดีจนมั่นใจว่าเรื่องนั้นคงไม่นานเกินรอ...
“ยัง พวกคนแก่ในบอร์ดยังไม่ยอมน่ะ”
สกายเล่าเรื่องที่ตัวเองกำลังเผชิญออกไปอย่างวางใจ เขารู้ดีว่ากลุ่มคนทั้ง 4 ที่นั่งล้อมเขาอยู่นี้สามารถไว้ใจได้ และสามารถช่วยเขาได้หากเขาเจอปัญหา
ติดเพียงเรื่องภายในที่เขาสามารถจัดการเองได้โดยไม่ต้องให้เพื่อนออกแรง
“ถือหุ้นหรือญาติละ ถ้าถือหุ้นละก็กูช่วยได้นะ” เก้าเอ่ยขึ้นหลังจากจิบยินรสนุ่มในมือสลับกับเหล้าชงรสมือโชที่นานครั้งจะได้ดื่มไปพลาง ๆ แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดไปไม่ได้ล้อเล่น
“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้กูจัดการได้” มือแกร่งยกแก้วเครื่องมือในมือขึ้นจิบก่อนจะขยับยกอีกครั้งเป็นสัญญาณบอกเพื่อนสนิทว่าตนเองสามารถจัดการเรื่องต่างๆเองได้
“งั้น...หวังว่ากูจะได้ยินข่าวดีของมึงเร็ว ๆ นี้นะ”
“อืม เหมือนกัน กูขอให้ธุรกิจมึงดีวันดีคืน มียอดถล่มทลาย คู่แข่งทำลายไม่ได้ไปตลอดทาง”
เสียงแก้วบรั่นดีเนื้อดีกระทบกันดังขึ้นก่อนที่สกายและเก้าจะยกดื่มเพื่ออวยพรให้กันและกัน
ลินดาที่สังเกตเห็นความเงียบของปลายฟ้าก็สะกิดเอวจี้ถามเพื่อนสาวคนสวยของตนเสียงอ่อนเสียงหวานเพราะเธอในตอนนี้นั้นเริ่มกรึ่มจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดแล้ว
“นี่ตัวเองงงง เป็นไงบ้างคะ ชีวิตช่วงนี้ดีไหม งานหนักรึเปล่า สนใจเช็กห้าหลักสักใบไหม เพื่อนคนนี้ให้ฟรีเลยเป็นรางวัลความน่ารักของเธอ” มือเรียวของลินดาเอื้อมไปบีบแก้มนิ่มของปลายฟ้าเบาๆด้วยความเอ็นดู
“มะ ไม่-”
“อีลิน อีเวร มึงลืมเหรอว่าให้เงินฟ้าตรง ๆ ไม่ได้ เพราะงั้นฟ้ามาทำงานกับกูไหม เป็นแค่ผู้ช่วยด้านจิตใจกูพอ ถือกระเป๋าหรือนั่งเป็นกำลังใจก็ได้นะ เก้งคนนี้ต้องการตุ๊กตาดินปั้นสุดน่ารักมาเป็นกำลังใจ”
“ไม่ ๆ ไม่มีทางฟ้าต้องทำงานกับกูครับเพื่อน ฟ้าธุรกิจใหม่เราอะ ขาดผู้จัดการ สนใจไหม เงินเดือนครึ่งแสนเลย เราไม่โม้ เราให้ฟ้าได้สบาย”
เก้าเอ่ยขัดตาทัพทั้งลินดาและโชที่พยายามแย่งตัวปลายฟ้าไปทำงาน อย่างไม่ยอมแพ้ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้โกหก เขาขาดผู้จัดการในธุรกิจที่กำลังจะเปิดจริงๆ และหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าจะมาทาบทามปลายฟ้าไปทำ
แน่นอนว่าเรื่องเงินเดือนเองก็ไม่ได้โป้ปด เขายินดีจ่ายให้ปลายฟ้าครึ่งแสนต่อเดือนจริง ๆ ตามที่พูด
“เรา...”
“ปฏิเสธ ๆ ฮึ๊ ใช้สิ ปลายฟ้าปฏิเสธพวกเราแน่ ๆ ฮึก เวรกรรมของ
ลินดา ที่สู้ไปยังไงก็ไม่ชนะ เพราะสุดท้ายถ้าให้ฟ้าเลือก ฟ้าก็จะทำงานกับคนที่รู้ใจฟ้าที่สุดอยู่ดี” ดวงตาหวานเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ของลินดาปรายมองไปทางสกายสลับกับปลายฟ้าสองสามรอบก่อนจะเอ่ยต่อ
“ดูสิ ขนาดเสื้อยังใส่เหมือนกันเลย”
สกายที่นึกรำคาญการแซวของลินดาก็ขยับเข้าไปกอดคอปลายฟ้าและออกแรงเบา ๆ แค่พอดึงรั้งร่างเพรียวบางเข้ามาให้อ้อมแขนได้
“นี่ใช่ไหมที่พวกมึงอยากเห็น อยากเห็นกูกับฟ้าคบกันให้ได้ว่างั้น” สกายเอ่ยแซวกลับความคิดของเพื่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไร้อารมณ์คุกรุ่นแต่อย่างใด
พฤติกรรมและปฏิกิริยาของสกายทำให้ปลายฟ้าใจเต้นแรง เธอรู้ว่าสกายแค่ล้อเล่นเท่านั้นไม่ได้คิดจริงจังอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ไม่อาจห้ามใจตัวไม่ให้ตกหลุมรักอีกฝ่ายได้เช่นกัน
“เอ่อ นี่แหละที่พวกกูอยากเห็น”
“ไอ้เวรเก้า”
สกายเอาแขนออกจากไหล่บางของปลายฟ้าก่อนจะปาน้ำแข็งก้อนเล็กไปทางเก้า เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนที่นั่งอยู่ด้วยกันไม่เว้นแม้แต่ลินดาที่เมาจนจวนจะหลับ
แก้วเหล้าราคาแพงถูกยกขึ้นชนสลับกันไปมาอีกครั้งก่อนที่สกายจะเป็นคนแรกที่ขอตัวกลับ ตามด้วยปลายฟ้า และ โช เหตุเพราะเริ่มดึกมากแล้วผนวกกับลินดาเริ่มเมาหากดื่มต่ออาจจะเป็นอันตรายได้แม้คนพากลับจะเป็นโชก็ตาม
ทุกคนบอกลากันที่หน้าร้าน โดยไม่ลืมที่จะให้สัญญากับกันและกันว่าจะมาสังสรรค์เล่าเรื่องในชีวิตของตัวเองให้เพื่อนฟังที่นี่ทุกเดือน
