บทที่ 1 ละอายใจ
ตอนที่1 ละอายใจ
เจ้าขา
“เจ้าขา” เสียงอบอุ่นสายหนึ่งที่ฉันคุ้นเคยดังขึ้นเรียก นั่นทำให้ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะหันไปหาต้นเสียงทันที
“คุณพ่อ...” และใช่ คนที่เรียกฉันคือคุณพ่อ ผู้มีพระคุณต่อฉันอย่างเหลือล้นจนไม่มีวันลืมได้
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ สวัสดีค่ะแม่ใหญ่” ฉันรีบลุกไปหาคุณพ่อก่อนจะยกมือไหว้ท่านกับแม่ใหญ่อย่างนอบน้อม
“จ้ะ” แม่ใหญ่รับไหว้ฉันด้วยท่าทีปกติเหมือนทุกครั้ง ซึ่งฉันไม่รู้หรอกว่าท่านรู้สึกยังไงกับฉัน แต่ท่านก็ไม่เคยกีดขวางหรือมีท่าทีรังเกียจฉันเลยสักครั้งตั้งแต่เด็กจนโต และยังไม่เคยห้ามที่ฉันเรียกท่านว่าแม่ใหญ่แบบนี้ด้วย แต่ยิ่งท่านใจดีกับฉันเท่าไหร่ มันกลับยิ่งทำให้ฉันรู้สึกละอายใจกว่าเดิมมากเท่านั้น
“เป็นไงเรา โตขึ้นเยอะเลยนะ” คุณพ่อพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเคยไม่เปลี่ยน
“แล้วนี่คุณพ่อกับแม่ใหญ่มารับเจ้าคุณเหรอคะ” ฉันยิ้มรับก่อนจะถามกลับไปอย่างที่น่าจะเป็น เพราะตอนนี้เจ้าคุณเข้าเรียนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนั่นเอง ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันแรกที่มีการปฐมนิเทศเด็กปีหนึ่ง
“ใช่ แล้วนี่ก็ของฝากของเรา พ่อกับแม่ใหญ่เลือกเองกับมือเลยนะ” คุณพ่อพูดพร้อมกับยื่นถุงกระดาษใบใหญ่มาให้ฉัน และถึงมันจะทำให้ฉันดีใจที่ได้รับ แต่มันก็ทำให้ฉันลำบากใจเหมือนกันทุกครั้ง
“ขอบคุณมากค่ะ...” ฉันยกมือไหว้ก่อนจะรับมา
“แต่เจ้าขาเกรงใจ คุณพ่อกับแม่ใหญ่ให้เจ้าขามากเกินไป อีกอย่างเจ้าขาก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ของพวกนี้หรอกค่ะ” ของที่พวกท่านให้ฉันมาแต่ละครั้ง มันมีแต่ของแพงๆ ทั้งนั้น และฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ใช้มันหรือเปล่า อีกอย่าง ฉันเกรงใจพวกท่านเหลือเกินที่คอยมีของฝากฉันอยู่ตลอด
“ตอนนี้ไม่ได้ใช้ อนาคตเราโตกว่านี้เดี๋ยวก็ได้ใช้เองนั่นแหละ” คุณพ่อพูดพร้อมกับวางมือบนหัวฉันอย่างเอ็นดูไม่เปลี่ยนแล้วโคลงเบาๆ
แต่ทำไมนะฉันถึงไม่ได้เกิดเป็นลูกแท้ๆ ของท่านจริงๆ ทำไมโชคชะตาถึงได้ทำร้ายฉันแบบนี้
“เจ้าขาขอบคุณคุณพ่อกับแม่ใหญ่มากนะคะ ที่ยังเอ็นดูเจ้าขามาตลอด” ฉันพูดขึ้นอย่างเจียมตัวและซาบซึ้ง แม้ว่าเมื่อก่อนแม่ฉันจะเคยทำไม่ดีกับท่านไว้ รวมถึงฉันที่เคยเป็นเด็กไม่น่ารักกับท่านด้วย แต่ถึงอย่างนั้น...
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว แล้วอีกอย่างเจ้าขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้พ่อกับแม่ใหญ่ ทำไมพ่อกับแม่ใหญ่ต้องโกรธเจ้าขาด้วยล่ะ” คุณพ่อที่ท่านรู้ว่าฉันกังวลและรู้สึกยังไงก็ยังเป็นคุณพ่อเหมือนเดิมที่ไม่เคยโกรธเกลียดหรือโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเลย
“เลิกคิดเรื่องนั้นได้แล้ว แล้วก็ตั้งใจเรียนอย่างที่คุณพ่อหวังไว้ก็พอ” แม่ใหญ่พูดขึ้นบ้างอย่างไม่ได้คิดอะไร
แต่จะให้ฉันเลิกคิดง่ายๆ มันก็ไม่ง่ายเลย เพราะความผิดที่ฉันเคยทำไว้ มันก็ยังฝังใจฉันมาตลอด ถึงฉันจะจำได้ไม่หมด แต่ฉันก็ยังคงจำได้ในหลายๆ เรื่องเลย
“ค่ะ เจ้าขาจะไม่ทำให้คุณพ่อกับแม่ใหญ่ผิดหวังนะคะ” แต่ถึงยังไงฉันก็ตอบรับออกไปอย่างตั้งใจ ฉันจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังเด็ดขาด ยิ่งพวกท่านใจดีและเมตตากับฉันขนาดนี้ มันยิ่งทำให้ฉันต้องทำให้ดีที่สุด
แล้วที่ฉันได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะใคร ถ้าไม่ใช่คุณพ่อและครอบครัวของท่านที่สนับสนุนและให้ทุนการศึกษาแก่ฉันกับน้อง ถ้าไม่ได้พวกท่านฉันกับน้องคงไม่ได้เรียนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยดีๆ แบบนี้ ดีไม่ดีฉันก็คงได้จบแค่มัธยมปลายแค่นั้น
“ดีแล้ว” คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มให้ฉันและฉันก็ยิ้มให้ท่าน
แต่...
พลั่ก!!!
“กลับกันได้แล้วครับ!” หลังจากฉันถูกชนจนเกือบล้ม เสียงเข้มที่ฉันจำได้ขึ้นใจโดยไม่ต้องหันไปมองก็ดังขึ้น
“.....” ฉันได้แต่มองตามร่างสูงที่อายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปี แต่กลับตัวสูงกว่าฉันมากไป แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรกับการกระทำของเขา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้
ถึงแม้ว่าเรื่องในอดีตทุกคนจะให้อภัยฉันและไม่ได้โกรธเกลียดฉัน แต่ก็มีคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้คิดเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะตั้งแต่เริ่มโตจนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงเกลียดฉันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน และไม่เคยนับญาติกับฉันเลยสักครั้ง
ทุกครั้งที่เราเจอกัน เขาจะมองฉันด้วยสายตาเกลียดชังและอาฆาตแค้น พร้อมกับคำพูดกระแทกแดกดัน หรือไม่ก็การกระทำที่ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บตัวเสียหน้าอย่างเมื่อกี้ แต่ฉันก็เข้าใจว่าเมื่อก่อนตอนฉันยังเด็กและไม่เข้าใจอะไรมาก ฉันเคยทำตัวไม่ดีกับเขา เพียงแต่หลังจากฉันเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว ฉันก็เลิกนิสัยนั้นไปอย่างสิ้นเชิง แต่เขาคงจะฝังใจนั่นแหละก็เลยทำให้เกลียดฉันไม่เปลี่ยนไปเลย
“งั้นพ่อกลับก่อนนะ ถ้าว่างแวะไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าบ้างล่ะ” คุณพ่อที่ถอนหายใจออกมาเบาๆ กับพฤติกรรมของลูกชายคนเดียวของท่านพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มกับฉัน
“ได้ค่ะ แล้วเจ้าขาจะแวะไปนะคะ สวัสดีค่ะคุณพ่อ สวัสดีค่ะแม่ใหญ่” ฉันเองก็ตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างไม่สนใจการกระทำเล็กน้อยพวกนั้นเหมือนที่ผ่านมา
“จ้ะ” แล้วคุณพ่อก็เดินตามแม่ใหญ่ขึ้นรถไป
ฉันได้แต่ยืนมองตามทั้งสามคนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเสียใจ อิจฉา และก็น้อยใจในโชคชะตาตัวเอง
แต่ไม่สิ ฉันจะหวังอะไรมากไปทำไมกัน เพราะถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เกิดเป็นลูกแท้ๆ ของท่านจริงๆ แต่ช่วงหนึ่งฉันก็เคยเป็นลูกสาวของท่าน และท่านก็เอ็นดูฉันขนาดนี้ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญของฉันมากแล้ว
ฉันชื่อ เจ้าขา ชื่อที่ฉันชอบมาก เพราะเป็นชื่อที่คุณย่าทวดตั้งให้ฉัน ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ใช่คุณย่าทวดแท้ๆ ของฉัน แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งฉันก็เคยได้รับความรักจากพวกท่าน และยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพวกท่านจนถึงตอนนี้
ครอบครัวจริงๆ ของฉันมีกันสี่คน นั่นคือยาย แม่ น้องชายของฉัน และฉัน เพียงแต่ตอนนี้ แม่ของฉันไม่ได้อยู่กับพวกเรา เพราะว่าท่าน... ตั้งแต่ฉันจำความได้ฉันเคยอยู่อย่างสุขสบายในบ้านหลังใหญ่ของคุณพ่อ แต่หลังจากเกิดเรื่องราวหนึ่งขึ้น ฉันกับแม่ก็ถูกส่งตัวกลับไปอยู่บ้านตัวเองพร้อมกับน้องในท้องของแม่ ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิดเพราะยังเด็กอยู่
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่เข้าใจในตอนนั้นก็คือ แม่ฉันถูกตำรวจจับ ฉันอยู่กับยายฉันที่ด่าทอแม่ให้ฉันฟังทุกวัน หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนเอาน้องที่พึ่งคลอดมาส่งให้ยายดูแล แต่กลับไม่เห็นแม่มาด้วย ตอนนั้นฉันอยู่อย่างอดๆ อยากๆ เพราะยายไม่ค่อยให้ความสนใจ จนสุดท้ายคุณพ่อก็มารับฉันไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่อีกครั้ง พอฉันเริ่มโตขึ้นฉันก็เข้าใจทุกอย่างทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉันเลยตัดสินใจขอกลับไปอยู่กับยายและน้อง เพราะฉันรู้สึกละอายแก่ใจตัวเองและทุกคนมาก
แต่ทุกคนที่บ้านหลังใหญ่ก็ยังใจดีกับฉันเสมอมา พวกท่านยังคงให้ทุนการศึกษาสำหรับฉันและน้องมาโดยตลอด แล้วไหนจะยังคงมีของฝากให้ฉันทุกครั้ง นั่นยิ่งสร้างความรู้สึกผิดให้กับฉัน รู้สึกอิจฉาที่เห็นคนอื่นๆ ได้รับความรักจากพ่อแม่ และก็สร้างความน้อยใจที่ฉันไม่ได้เกิดเป็นลูกแท้ๆ ของพวกท่านนั่นเอง
“เจ้าขา กลับกัน” เสียงของเพื่อนสนิทฉันดังขึ้นเรียกสติของฉันอีกครั้ง
“อ๋อ อื้ม” ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวก่อนจะกลับไปหาเพื่อนตัวเองเพื่อกลับไปเตรียมตัวทำงานนั่นเอง
