บทที่ 2 ไม่มีวันนั้น

ตอนที่2 ไม่มีวันนั้น

เจ้าคุณ

“ไงเรา เดินชนพี่เขาซะแรงเลยนะ” พ่อทักผมขึ้นหลังจากขึ้นรถตามมาพร้อมกับแม่

“ผมไม่มีพี่ครับ!” ผมตอบกลับเสียงห้วน เพราะผมบอกพวกท่านมาตลอด ว่าผมไม่มีพี่ และไม่คิดจะนับญาติกับใครโดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่แม่เธอเคยทำร้ายแม่ผม เคยคิดจะทำร้ายผมถึงแก่ชีวิต ถึงแม้ว่าแม่เธอจะได้รับโทษของตัวเองแล้ว แต่ยัยนั่นยังไม่ได้รับโทษของตัวเอง เพราะผมจำได้ไม่ลืม ว่าเธอพยายามแย่งความรักจากพ่อไปจากผมมากแค่ไหน

แล้วสิ่งที่เธอแสดงออกทุกวันนี้ ผมก็ยังมั่นใจว่ามันเป็นแค่การเสแสร้งเพื่อเรียกร้องความรักและความสงสารจากคนในบ้านผมอย่างที่เธอเคยทำ คนที่เสแสร้งแสดงเก่งตั้งแต่เด็ก มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่โตมาจะจริงใจแบบนี้ อีกอย่างแม่เธอก็ปลูกฝังเรื่องแบบนี้มาดี ถึงช่วงหนึ่งที่เธอจะมาอยู่บ้านผม ได้รับการอบรมสั่งสอนจากแม่ผมและคุณย่า แต่ผมเชื่อว่ายังไงเลือดก็ยังข้นกว่าน้ำอยู่ดี

“ลูกแม่ไม่น่ารักเลยนะ” แม่ผมว่าออกมาอย่างเหนื่อยใจ แต่แล้วยังไง ผมทำให้แม่ได้ทุกเรื่อง แต่เว้นเรื่องนี้ไว้เรื่องหนึ่งที่ผมจะไม่ทำ และไม่คิดจะทำด้วย

“ปล่อยลูกไปเถอะเดี๋ยวแกโตกว่านี้แกก็เข้าใจเอง” พ่อพูดขึ้น ที่ผ่านมาผมรู้ว่าพ่อก็หวังให้ผมกับยัยนั่นดีกัน แต่เพราะความผิดที่พ่อเคยทำ เลยทำให้พ่อไม่เคยบังคับผมเรื่องนี้หรอก

“เข้าใจว่าโตขึ้นไม่ควรมีเมียมากกว่าหนึ่งคนครับ” ผมประชดพ่อขึ้น ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาผมจะรู้และเห็นว่าพ่อรักแม่มากแค่ไหน แต่สิ่งที่พ่อเคยทำกับแม่ผมก็ยังคงจำได้ ถึงตอนนั้นผมจะจำอะไรได้ไม่หมด แต่สิ่งที่ผมจำได้คือ พ่อไม่เคยสนใจแม่กับผมเลย

ถามว่าผมรู้สึกยังไงกับพ่อ ผมก็รักพ่ออย่างที่ลูกคนหนึ่งรักนั่นแหละ ผมยอมรับและชื่นชมในตัวพ่อทุกอย่าง แต่เรื่องเดียวที่ผมยังคงทำใจลืมและไม่รู้สึกอะไรไม่ได้ ก็คงเป็นเรื่องที่พ่อทำให้แม่ผมเสียใจบ่อยๆ นั่นเอง ผมก็เข้าใจนั่นแหละว่าตอนนั้นมันเป็นความต้องการของคุณย่าทวด แต่ถ้าพ่อผมรักแม่มากกว่านี้ พ่อก็คงไม่ยอมทำตามที่คุณย่าบอกแน่นอน

“ไม่เอาลูก ไม่พูดแบบนี้” แม่พูดออกมา เพราะแม่คอยสอนผมให้เข้าใจเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเสมอ เพียงแต่ผมที่เคยแอบเห็นแม่ร้องไห้ เคยเห็นแม่เหม่อตอนเด็กๆ  ผมยังจำมันได้ดี 

“แม่ก็ใจอ่อนให้พ่อตลอด” ผมว่าแม่ขึ้นเสียงอ่อน ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่สุดท้ายคนที่ผมรักที่สุดก็คือแม่ เพราะแม่คือทุกอย่างสำหรับผม แต่ไม่ใช่แค่แม่คนเดียวหรอกที่ผมรักมาก ทั้งคุณย่าทวดที่จากไปแล้ว รวมถึงคุณปู่คุณย่าผมก็รักมากเหมือนกัน ส่วนพ่อเหรอ ก็รัก แต่ผมไม่อยากแสดงออกมาเท่าไหร่

“ครอบครัวเดียวกัน ต้องรักกันสิครับ ไม่งอนกันไปงอนกันมาแบบนี้นะ” แม่หันเบี่ยงตัวหันมาพูดกับผมแล้วยื่นมือมาจับมือผม ซึ่งผมก็ยื่นมือไปจับมือแม่เหมือนกัน

“.....” ผมเลือกจะเงียบอย่างไม่อยากเถียงแม่เท่าไหร่

“งั้นกลับบ้านดีกว่า ป่านนี้คุณปู่คุณย่าคงเตรียมของขวัญรอหลานรักเสร็จแล้วมั้ง” แล้วอยู่ๆ พ่อก็พูดขึ้น

“อะไรครับ!” นั่นเรียกความตื่นเต้นให้ผมทันที จะไม่ให้ผมตื่นเต้นได้ยังไงกันล่ะ เพราะสิ่งที่ปู่กับย่าให้ผมแต่ละครั้งนั้น มันโคตรใหญ่และพิเศษมากเลย

“ไว้ไปดูเองแล้วกัน บอกไปเดี๋ยวปู่กับย่าด่าพ่อพอดี” พ่อพูดขึ้นก่อนจะขับรถออกจากมหาลัยตรงกลับบ้านทันที

“ชิ๊!” ผมทำเสียงขึ้นอย่างเซ็งๆ  พูดให้อยากรู้แต่ไม่ยอมบอก แบบนี้ก็นั่งลุ้นไปสิกว่าจะถึงบ้านอีก พ่อนะพ่อ

“รักเธอจัง” แล้วอยู่ๆ พ่อก็พูดขึ้นก่อนจะใช้มือโอบหัวแม่ดึงเข้ามาซบที่ไหล่ตัวเอง

“พอเลยครับ อย่ามาฉวยโอกาส” ผมรีบแทรกขึ้นทันทีแล้วพยายามแยกแม่ออกจากพ่อ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้พ่อแสดงความรักต่อแม่หรอกนะ เพียงแต่ผมแค่หมั่นไส้พ่อก็เท่านั้นแหละ ถ้าเมื่อก่อนรักแม่แบบนี้ป่านนี้บ้านคงมีความสุขมากกว่านี้แล้ว อีกอย่างผมอยากให้ทำให้พ่อรู้ว่าแม่มีค่ามากแค่ไหน ถ้าอยากแสดงความรักต่อแม่มันก็ต้องยากหน่อย ให้รู้ถึงคุณค่าของคนที่ตัวเองรักบ้าง

“นี่เมียพ่อนะ จะใช้ว่าฉวยโอกาสไม่เกินไปเหรอ” พ่อว่าออกมาอย่างไม่จริงจัง แต่แล้วไงล่ะ

“จะอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ เพราะนี่แม่ผม”

“แม่เราแต่เมียพ่อไง”

“ผมไม่สน ตอนผมยังไม่รู้จักแยกทำไมไม่แสดงออกล่ะ มาแสดงออกตอนผมโตก็ช่วยไม่ได้ครับ เพราะนี่แม่ผม” ผมว่าออกไปอย่างหมั่นไส้พ่อ เมื่อก่อนอยากละเลยแม่ดีนัก ตอนนี้จะขวางให้เข็ดเลย

“หึ! วันไหนมีลูกแล้วเจอแบบนี้จะหัวเราะให้” พ่อพูดขึ้นราวกับผมจะเป็นเหมือนท่าน

“ไม่มีวันนั้นหรอกครับ เพราะผมจะมีเมียแค่คนเดียว แล้วลูกก็จะรักผมมากด้วย!” ผมเถียงในจุดอ่อนของพ่อกลับไปทันที เพราะผมรู้ว่าถ้าใช้ไม้นี้พ่อต้องเถียงกลับไม่ถูกแน่

“แล้วพ่อจะคอยดู” พ่อพูดขึ้น แต่คอยดูไปเถอะ เพราะที่ผมพูดมันคือเรื่องจริง ถ้าเกิดวันหนึ่งที่ผมมีเมีย ผมจะมีคนเดียว แล้วจะให้ความรักกับเธอแค่คนเดียว ผมไม่อยากให้ครอบครัวของผมเป็นอย่างที่พ่อเคยทำกับแม่ ไม่อยากให้ลูกของผม เคยถูกพ่อเมินเหมือนกับผม

“เฮ้อ! พอเลยทั้งสองคนนั่นแหละ เลิกทะเลาะกันเป็นเด็กได้แล้ว” แม่ห้ามออกมาเหมือนทุกครั้งที่เราสองคนทะเลาะกัน

“ลูกชายเธอสิ ชอบหาเรื่องพ่ออย่างฉัน” พ่อฟ้องแม่ขึ้นอย่างเรียกความน่าสงสาร

“พ่อนั่นแหละ ชอบทำให้เกิดเรื่อง...”

“ผมรักแม่นะครับ” ฟอดด! ผมบอกรักแม่ก่อนจะหอมท่านด้วยความรัก เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็มีแม่นี่แหละที่อยู่เคียงข้างผมตลอดมาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และผมก็จำได้ว่าแม่เคยไม่มีความสุขแค่ไหน

“แม่ก็รักลูกครับ” ฟอดด! แม่หอมผมกลับ และผมไม่เคยรู้สึกเขินอายเลยที่แสดงความรักแบบนี้กับแม่ ยกเว้นกับพ่อ

“ยังมีผัวอยู่กคนนะ บอกรักกันบ้างสิ” แล้วพ่อก็เรียกร้องความสนใจจากแม่อีกครั้ง

“แม่ครับ ดูคลิปอะไรสนุกๆ ดีกว่า” แล้วผมก็รีบหยิบโทรศัพท์เปิดคลิปที่มีการแชร์ระหว่างทำกิจกรรมวันนี้ให้แม่ ซึ่งมันเป็นคลิปที่ค่อนข้างตลกพอสมควร และแน่นอนว่าผมทำเพื่อเปลี่ยนเรื่องไม่ให้แม่บอกรักพ่อนั่นเอง

แต่จริงๆ ผมก็รู้ว่าพ่อรักแม่มากแค่ไหน ท่านเองก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกันที่เคยทำผิดต่อแม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมก็ได้เห็นการดูแลเอาใจใส่แม่จากพ่ออย่างดีมาตลอด จากตอนแรกที่ผมคิดว่าพ่อไม่สำคัญต่อเราแล้ว แต่สุดท้ายท่านก็พิสูจน์ให้เห็นว่าท่านได้พยายามชดเชยทุกอย่างอย่างดีที่สุด และพยายามแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองให้มันดีกว่าเมื่อก่อนจนทำให้แม่ยิ้มได้อีกครั้ง และทำให้ผมรู้ ว่าพ่อคือคนสำคัญอีกคนในครอบครัวเรา

ผมเจ้าคุณ ชื่อที่คุณย่าทวดสุดที่รักของผมตั้งให้ ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านวรพงษ์ธรรมสกุล ไม่มีพี่น้องและไม่คิดจะมีด้วยต่อให้ใครจะพยายามหาญาติให้ผมเพิ่มก็ตาม แต่ผมไม่ต้องการและไม่คิดจะนับ

ครอบครัวของผมอยู่ด้วยกันพ่อแม่ลูก และคุณปู่คุณย่า บ้านที่ตอนนี้มีแต่ความรักความอบอุ่นหลังจากไม่มีตัวปัญหาที่คอยสร้างความวุ่นวายเหมือนเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาอยู่แล้ว และมันก็ทำให้ผมมีความสุขกับครอบครัวแบบนี้มาก

หลายคนอาจจะมองว่าผมทำนิสัยเด็กเกินไปหรือเปล่า แต่ผมบอกเลยว่าถ้าใครไม่เคยมาอยู่ในจุดที่ผมเคยอยู่ พวกคุณจะไม่รู้หรอก ว่าการที่ต้องเห็นพ่อเมินแม่ เมินตัวเอง ไปให้ความรักเมียกับลูกอีกคน มันรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้าผมจะเกลียดคนพวกนั้น และต้องการสั่งสอนคนพวกนั้นให้รู้สึก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป