บทที่ 6 ไม่ใช่แฟน?

ตอนที่6 ไม่ใช่แฟน?

“ฮึบ!” ฉันออกแรงดึงกางเกงยีนส์ของเจ้าคุณออกจากตัวด้วยความยากลำบากหลังจากถอดเสื้อของเขาเสร็จ แต่อย่าพึ่งตกใจไป ฉันเอาฉันเอาผ้าขนหนูมาคลุมไว้ก่อนจะถอด แล้วก็ถอดแค่ตัวนอกเท่านั้นแหละ ส่วนตัวในก็เรื่องของเขา

“ปวดหัวฉิบหาย” เสียงบ่นของเขาดังขึ้นอีกครั้ง แต่ก็แค่บ่นเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ สุดท้ายก็ไม่ลืมตามองอะไร และไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ฉันเอาทิชชู่มาเช็ดอ้วกที่พื้นด้วยความพะอืดพะอม ไม่ได้ดัดจริตหรอกนะ แต่นี่มันอ้วกนะไม่ใช่ข้าวต้ม พอซับจนมันเกือบสะอาดฉันก็ไปหาผ้าขนหนูในตะกร้าที่เขาใช้แล้วมาตัดเป็นสามชิ้นก่อนจะเช็ดไปอีกรอบหนึ่ง เอาอีกผืนไปชุบน้ำและน้ำยาถูพื้นมาเช็ดอีกรอบ ก่อนจะเอาชิ้นสุดท้ายเช็ดให้แห้งแล้วทิ้งลงขยะ

ฉันเดินกลับไปที่ห้องน้ำอีกครั้งพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำ และล้างมือตัวเองก่อนจะออกมาด้านนอกเพื่อเช็ดตัวให้เจ้าคุณ จะไม่เช็ดก็สงสารเพราะกลิ่นอ้วกของเขาไม่พึงประสงค์เลยสักนิด

“กลับมาทำไม” เจ้าคุณจับมือฉันไว้ก่อนจะพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองฉัน แต่อะไรคือกลับมาทำไม

“.....” ฉันไม่ได้ตอบแต่เลือกจะดึงมือตัวเองออกจากมือของเจ้าคุณก่อนจะเช็ดตัวของเขาต่อ

“บอกแล้วไง ว่าให้แยกกันอยู่ ไม่ฟังที่พูดหรือไง” เจ้าคุณยังคงพูดต่อไม่หยุด และจับจ้องฉันเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เขาพูดก็พอทำให้ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าที่ไปเมาแบบนี้ก็คงทะเลาะกับแฟนตัวเองสินะ แล้วที่กลับมาไม่เจอผู้หญิงคนนั้นก็เพราะว่าพวกเขาแยกกันอยู่นี่เอง

แต่เรื่องของพวกเขาเถอะ ฉันเช็ดตัวให้เสร็จก็จะกลับแล้ว ใครมีปัญหาหรือเลิกกันยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน เพราะยังไงสุดท้ายฉันก็ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเขา

“ลุก” ฉันพูดพร้อมกับออกแรงดึงเจ้าคุณให้ลุกจากพื้นเพื่อขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ หลังจากเช็ดตัวเสร็จ

“.....” เจ้าคุณเงยหน้ามองฉัน ไม่ได้พูดอะไร และไม่ยอมลุกตามที่ฉันบอก

“จะนอนกับพื้นใช่ไหม” ฉันถามขึ้นอย่างเริ่มเหนื่อยกับการทำนั่นทำนี่ แล้วถ้าไม่ลุกก็แล้วแต่เลย ฉันก็จะปล่อยให้นอนพื้นไปนี่แหละ

สุดท้ายเจ้าคุณก็ยอมลุก ซึ่งฉันก็ออกแรงดึงเขาอีกแรงก่อนจะพยายามพยุงคนเมาที่เซไปมาไม่หยุด

ตุบ! แต่สุดท้ายฉันก็ออกแรงดันเขาไปทางเตียงจนเขาล้มลงไป ฉันไม่ได้ผลักเขาหรอกนะ แต่เขาเซเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉันแค่เปลี่ยนทิศทางให้เขาล้มไปทางที่ควรจะล้มก็เท่านั้นเอง

“จะไปไหน” พอฉันจัดท่านอนให้เขาเสร็จแล้วจะเดินออก เขาก็ถามขึ้น

“กลับห้องสิ” หน้าที่ของฉันเสร็จแล้ว

“จะกลับห้องหรือกลับไปหาไอ้นั่น!” แล้วเขาก็ว่าขึ้นเสียงแข็งทันทีราวกับกำลังโมโห

“.....” ฉันได้แต่ส่ายหัวให้กับความเมาของเขาก่อนจะบิดมือตัวเองออก แล้วหมุนตัวเพื่อออกจากห้องนอนเจ้าคุณ แต่สุดท้ายคนเมากลับลุกจากเตียงตามฉันมา

“บอกมาว่าจะไปหามันใช่ไหม!” ฉันรีบหันไปตามเสียงก่อนจะเข้าไปประคองเขาไว้ทันที เพราะเขาเซหนักมาก คือถ้าไม่จับก็มีสิทธิ์ล้มหัวฟาดพื้นได้อ่ะ

“จะลุกมาทำไมอีก!” ฉันว่าอย่างหงุดหงิดก่อนจะออกแรงบังคับเขาไปทางเตียง แต่เขากลับดื้อต่อด้านฉัน

“ที่พี่ให้กลับไปอยู่คอนโด เพื่อทบทวนตัวเอง ไม่ใช่ให้ไปหามัน!” เจ้าคุณจับต้นแขนสองข้างของฉันไว้แน่นก่อนจะพูดขึ้น ฉันก็ได้แต่ยืนให้มั่นเพื่อไม่ให้ล้มลงไปทั้งสองคน

“ดูให้ชัดก่อนสิ ฉันไม่ใช่แฟนนาย!” ฉันพยายามพูดให้เขาได้สติกลับมาบ้าง และเหมือนจะได้ผล

“ไม่ใช่แฟน?” เขาเลิกคิ้วถามกลับพร้อมกับจ้องมองฉัน

“ใช่ ฉันไม่ใช่แฟนนาย แล้วนายก็กลับไปนอนได้แล้ว” ฉันออกแรงดันเขาให้เดินไปทางเตียงอีกครั้ง เพราะถ้าเกิดล้มมาตอนนี้รับรองได้ล้มลงพื้นกันทั้งสองแน่เพราะจนตอนนี้ฉันก็ยังสู้แรงเขาไม่ได้เลย

“เหอะ! ให้แยกกันอยู่ยังไม่ถึงคืน แต่กลับมาพูดว่าไม่ใช่แฟน” เจ้าคุณแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยันแล้วพูดขึ้นเหมือนประชดกัน

สิ่งที่ฉันคิดว่าได้ผลเมื่อกี้ฉันคิดผิดใช่ไหม เขาไม่ได้เข้าใจสิ่งที่ฉันพูดเลยใช่ไหม ไม่สิ เขาเข้าใจเป็นอย่างอื่นแทน

“นายเมามากแล้วเจ้าคุณ” ฉันพูดขึ้นด้วยความเหนื่อย จะปล่อยก็ไม่ได้เพราะเขาบีบต้นแขนฉันไว้แน่น จะบังคับให้ไปเดินไปทางเตียงเขาก็ยื้อตัวเองไว้ไม่ยอมเดินตามที่ฉันออกแรงดัน

“ใช่พี่เมา! แต่คิดว่าเมาแล้วสิ่งที่เธอพูดพี่จะไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ” เจ้าคุณตอบกลับสิ่งที่หูตัวเองรับไป แต่กลับไม่สามารถกลั่นกรองได้เลยว่าประโยคจริงๆ ทั้งหมดมันคืออะไร มันเหมือนกับเข้าไปในหูเขาแค่ส่วนหนึ่ง แล้วเขาก็คิดไปเองว่าฉันพูดอย่างที่เขาได้ยิน

“.....” ฉันจะทำยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ล่ะ มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยนะ เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปเขาก็เข้าใจเป็นอื่นไปหมด แต่ยังมีหน้ามาพูดว่าเมาแล้วพูดกันรู้เรื่อง

“เงียบคืออะไร! เถียงไม่ออกเหรอ” แล้วเขาก็ตวาดขึ้นอีกครั้งหลังจากฉันกำลังคิดหาทางออกกับเรื่องนี้อยู่

“นายฟังฉันนะ ฉันเจ้าขา ไม่ใช่แฟนนาย” ฉันพูดกับเขาๆ เน้นย้ำออกไปให้เขาได้เข้าใจ

“เจ้าขา เหอะ!...” เจ้าคุณพูดทวนชื่อฉันก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา

“.....” และนั่นก็สร้างความแปลกใจให้ฉันว่าเขาจะแค่นหัวเราะทำไม แต่คำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้ฉันเข้าใจ

“บอกแล้วใช่ไหม ว่าอยู่กับพี่ห้ามพูดถึงผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด!” เจ้าคุณตวาดออกมา และนั่นก็ทำให้ฉันรู้ว่าเขาคงสั้งห้ามทุกคนรอบตัวเขาเอ่ยถึงฉัน

“.....” ฉันเงียบไม่ได้พูดอะไรกลับไป เพราะเขาเมาจนจำอะไรมองอะไรผิดเพี้ยนไปหมด แต่ความเกลียดชังฉันไม่เคยลบหายไปแม้แต่วินาทีเดียว

“เธอก็รู้ว่าพี่เกลียดยัยนั่นมากแค่ไหน เธอก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมันร้ายทั้งแม่ทั้งลูก...”

“อย่ามาพูดถึงชื่อนั้นให้พี่ได้ยินอีก!” เจ้าคุณสั่งออกมาเสียงเด็ดขาด แต่เขาจะรู้ไหมว่าคำพูดของเขามันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแค่ไหน

“.....” ฉันอยากจะด่าเขากลับไปไม่ต่างกัน อยากจะปกป้องตัวเองว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด แต่ฉันกลับทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาพูดมันถูกยังไงล่ะ แม่ฉันเคยร้ายที่ไปแย่งคุณพ่อจากแม่ใหญ่ เคยร้ายที่วางแผนหลายๆ อย่างเพื่อกำจัดแม่ใหญ่และเขา ฉันเคยร้ายเพื่อแย่งความรักและความสนใจจากคุณพ่อ

แต่เขาจะรู้ไหม ว่าตอนนั้นฉันทำเพราะฉันไม่รู้เรื่อง ฉันทำเพราะแม่ให้ฉันทำ ฉันทำเพราะแม่บอกว่าถ้าฉันไม่ยอมทำแบบนั้นฉันจะเสียคุณพ่อไป ฉันถึงได้เข้าไปแทรกแซงทุกครั้งที่คุณพ่อจะเข้าหาเขา จนสุดท้ายมันกลายเป็นแบบนี้ แต่ถ้าถามฉันตอนที่ฉันรู้เรื่อง ฉันอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าฉันไม่ได้อยากทำแบบนั้น และฉันก็ไม่ได้คิดจะไปแย่งความรักของคุณพ่อจากเขาอีกแล้ว

“ถ้านายเกลียดฉันมากก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันคือเจ้าขา ไม่ใช่แฟนนาย!” ฉันพูดขึ้นอีกครั้งอย่างไม่พอใจเมื่อนึกไปถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเอง

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเมาจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง แต่ในเมื่อเขายังจำได้ว่าเขาเกลียดฉัน ไม่อยากได้ยินชื่อฉัน ฉันก็จะพูดเพื่อให้เขาโกรธและเอ่ยปากไล่ฉันที่คิดว่าเป็นแฟนเขาอยู่นั่นเอง

“พี่บอกว่าอย่าพูดชื่อนั้นไง!” น้ำเสียงเยือกเย็นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมแรงบีบที่ต้นแขนของฉันอย่างแรง

“ก็ฉันคือเจ้าขา! นายเข้าใจไหมว่าฉันคือเจ้าขา!” ฉันเลยตะคอกกลับไปอย่างเหลืออดเหมือนกันที่พูดกันไม่รู้เรื่อง

“เงียบ!” เจ้าคุณตะคอกขึ้นทันทีหลังจากฉันพูดชื่อตัวเองซ้ำๆ ไม่หยุด และฉันก็ตกใจกับอาการของคนตรงหน้าตอนนี้ที่หน้าแดงก่ำทั้งจากแอลกอฮอล์และความโกรธ

“ฉันเจ้าขา ไม่ใช่แฟนนาย” ฉันกลั้นใจพูดออกไปอีกครั้งเพื่อให้เขาทนไม่ไหวแล้วก็รีบโกรธรีบไล่ฉันออกไปให้พ้นทันที

“ไม่ฟังที่พี่ห้ามเลยใช่ไหม” เจ้าคุณพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ เมื่อฉันพูดชื่อตัวเองซ้ำๆ ราวกับเหลืออดแล้วเหมือนกัน

“ฉันบอกว่าฉันคือเจ้าขา ไม่ชะ...”

ตุบ!

“อึก!!” ร่างฉันถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรงหลังจากกำลังพูดยืนยันชื่อตัวเองออกไปอีกครั้ง แต่แค่ขึ้นด้วยคำว่าเจ้าที่เขาไม่แม้แต่จะอยากฟังก็ลงมือทันที ซึ่งมันทั้งจุกและเจ็บไปหมด

“เรื่องไอ้บาสยังไม่เคลียร์ เธอก็หาเรื่องที่พี่เกลียดมาทำอีก!” เจ้าคุณยืนโซเซตรงหน้าฉันก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุดันกับการกล่าวโทษแฟนตัวเอง

“.....” ฉันค่อยๆ ขยับตัวเพื่อจะลุกออกจากห้องนี้อย่างไม่คิดจะพูดอะไรอีกแล้ว เขาอยากเข้าใจอะไรก็เรื่องของเขา

หมับ! แต่ร่างสูงของเจ้าคุณกลับก้าวเข้ามาหาฉันอย่างเร็วก่อนจะจับฉันไว้อีกครั้งผิดๆ ถูกๆ จนโดนตัวฉัน

“เจ็บ!” ฉันเอ่ยออกไปหลังจากถูกบีบที่ต้นแขนซ้ำที่เดิมอีกครั้งแรงกว่าเดิม

“ตอบมาสิ ว่าพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นอีกไหม!” เขากัดฟันถามฉันขึ้นพร้อมอย่างเดือดดาลแรงบีบที่ต้นแขน

“.....” ถ้าฉันบอกว่าไม่พูด เขาจะโกรธจนไล่ฉันออกไปไหม แต่ถ้าฉันบอกว่าพูดอีก เขาจะโกรธจนทำร้ายฉันอีกไหมนะ

“ตอบ!” เจ้าคุณตวาดขึ้นอย่างดังจนฉันเผลอสะดุ้ง

“ไม่พูด” ฉันส่ายหัวตอบกลับอย่างทำอะไรไม่ได้ อารมณ์เขาตอนนี้น่ากลัวเกินไปที่ฉันจะไปจี้ปมของเขา เพราะขนาดเขาคิดว่าฉันเป็นแฟนเขา เขายังกล้าผลักฉันขนาดนี้ มันก็พิสูจน์ได้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาเกลียดฉันมากแค่ไหน

“น่ารัก” เมื่อได้ยินคำตอบที่ทำให้เขาพอใจ แล้วเจ้าคุณก็ลูบหัวฉันก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเหมือนกับเอ็นดู อารมณ์เปลี่ยนเร็วจนน่ากลัว

“ที่นายบอกว่าแยกกันอยู่ งั้นก็ปล่อยฉันสักทีสิ ฉันจะกลับห้องแล้ว” ในเมื่อตอนนี้เขาเข้าใจว่าฉันเป็นแฟนเขา และฉันก็พอรู้สถานการณ์ของเขากับแฟนเขาตอนนี้ ฉันก็ขอสวมรอยเพื่อออกไปจากที่นี่หน่อยแล้วกัน

“คืนนี้นอนนี่แหละ ดึกแล้วไม่ต้องกลับ” แต่ผิดคาด เจ้าคุณได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าและสายตาที่ดีกว่าเดิม

แต่สายตาเขาที่จ้องมองฉันมันหวานเยิ้มบ่งบอกถึงความเมาของเขาได้อย่างดี

“ไม่ ฉันจะกลับ” ฉันพูดขึ้นอย่างไม่ยอม ให้ฉันนอนนี่เหรอ มีหวังเขาตื่นมาสร่างเมามาเจอฉัน คงหาเรื่องฉันไม่หยุดแน่ ฉันไม่มีแรงปะทะกับเขาตัวต่อตัวหรอกนะ

“พาพี่ไปนอนหน่อย” แล้วอยู่ๆ เจ้าคุณก็พูดขึ้นเหมือนกับหมดแรงและทนไม่ไหวแล้ว

“อืม” ฉันตอบกลับไปอย่างไม่รอช้า ในที่สุดก็ยอมนอนสักทีเรื่องทุกอย่างจะได้จบ

ฉันลุกขึ้นก่อนจะประคองเจ้าคุณที่ยังเดินไม่ตรงไปที่เตียงโดยครั้งนี้เขาไม่ต่อต้านอะไร และยังให้ความร่วมมือเลยทำให้ฉันพาเขาเดินไปได้ไม่ยากจนมาถึงเตียง

ตุบ!

“อ๊ะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป