บทที่ 4 ตอนที่4 ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด

ตอนที่4

ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด

ลลินมองเขาอย่างตกใจ“แต่ลินเพิ่งได้รับการตอบรับจากอีกบริษัท และฝ่ายบุคคลอาจจัดเตรียมงานไว้แล้วนะคะ ถ้าเปลี่ยนทันทีจะเสียระบบหรือเปล่า”

“ผมจะให้เลขาจัดการประสานงานให้ งานทั้งสองแห่งอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

“ลินเกรงว่าคนอื่นจะคิดว่าได้ทำงานที่สำนักงานใหญ่เพราะเป็นลูกแม่บ้านของบ้านคุณค่ะ”

ภาคินมองหน้าเธอตรง ๆ“แล้วคุณคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอหรือ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ลินมั่นใจว่าตัวเองทำงานได้ แต่การถูกมองว่าได้รับอภิสิทธิ์ทำให้เริ่มต้นยากกว่าคนอื่น ต่อให้ลินทำดีสิบครั้ง คนก็อาจบอกว่าเพราะมีคนหนุนหลัง แต่ถ้าพลาดเพียงครั้งเดียว ทุกคนจะบอกทันทีว่าลูกแม่บ้านไม่ควรขึ้นมาทำงานระดับนั้นตั้งแต่แรก”คำพูดของเธอทำให้ภาคินนิ่งไป

ในแววตาของหญิงสาวไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจ มีเพียงความเข้าใจโลกอย่างตรงไปตรงมา ลลินไม่ได้ปฏิเสธเพราะขาดความมั่นใจ แต่กำลังปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองจากการถูกดูแคลนล่วงหน้า

“ผมเข้าใจสิ่งที่คุณกังวล” เขากล่าวช้าลง “แต่ผมไม่ได้ชวนคุณเข้าทำงานเพราะน้ามาลีเป็นแม่บ้านของบ้านผม ผมชวนเพราะคุณมีประสบการณ์ที่ฝ่ายงานกำลังต้องการ หากทำไม่ได้ คุณก็จะถูกประเมินตามปกติ ไม่มีใครปกป้องคุณเพราะรู้จักผม และถ้าทำได้ดี ผลงานก็เป็นของคุณเอง ไม่ใช่ของผม”

ลลินสบตาเขา ความจริงจังในน้ำเสียงทำให้คำปฏิเสธติดอยู่ในลำคอ

ภาคินกล่าวต่อ“คนจะคิดอย่างไรเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าคุณปฏิเสธโอกาสทุกครั้งเพราะกลัวถูกมองว่าไม่คู่ควร สุดท้ายคุณก็จะใช้ชีวิตตามกรอบที่คนอื่นวางไว้ให้ตลอด คุณเคยออกไปสร้างชีวิตของตัวเองมาแล้วไม่ใช่หรือ อย่าเพิ่งกลับมาแล้วปล่อยให้คำว่าลูกแม่บ้านดึงคุณกลับไปอยู่ที่เดิม”ประโยคนั้นกระทบส่วนลึกในใจลลินอย่างรุนแรง

มันคล้ายกับข้อความที่เขาเคยเขียนบนที่คั่นหนังสือเมื่อหลายปีก่อน ต่างกันเพียงวันนี้เธอไม่ได้เป็นเด็กหญิงที่รอให้ใครมอบอนาคตให้อีกแล้ว

“ถ้าลินรับงานนี้ คุณจะไม่ให้ใครดูแลลินเป็นพิเศษใช่ไหมคะ”

“ผมรับรองว่าคุณจะถูกใช้งานหนักกว่าคนอื่นเสียด้วยซ้ำ เพราะผมไม่ชอบให้คนที่ตัวเองเลือกเข้ามาทำให้เสียชื่อ”

ลลินหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรก“ฟังแล้วไม่ค่อยน่าอยากรับงานเลยนะคะ”

“แต่คุณยังไม่ปฏิเสธ”

“ลินจะลองดูค่ะ ถ้าทำไม่ดี คุณภาคินก็ประเมินตามจริงได้เลย ลินไม่อยากให้ใครเกรงใจเพราะเรื่องของแม่”

“ตกลงตามนั้น พรุ่งนี้แปดโมงเช้า ผมจะให้รถรับคุณไปพร้อมกัน”

หญิงสาวรีบส่ายหน้า“ลินไปเองได้ค่ะ ไม่ต้องนั่งรถคันเดียวกับคุณหรอก ถ้าคนที่บริษัทเห็นคงยิ่งเข้าใจผิด”

“คุณคิดมากกว่าตอนเด็กจริง ๆ”

“เพราะตอนเด็ก ลินยังไม่รู้ว่าคำพูดของคนทำร้ายเราได้มากแค่ไหนค่ะ”

น้ำเสียงอ่อนลงของเธอทำให้ภาคินมองใบหน้านั้นอย่างพิจารณาอีกครั้ง เขาเหมือนอยากถามว่าหลายปีที่ผ่านมาเธอเคยพบเจออะไรบ้าง แต่เสียงเรียกจากด้านในทำให้บทสนทนาต้องหยุดลง

“ลลิน เอายามาให้แม่หรือเปล่าลูก”

“อยู่ตรงนี้ค่ะ”

ลลินหันไปตอบ ก่อนก้มศีรษะให้ภาคิน“ถ้าอย่างนั้นลินขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณเรื่องงานค่ะ”

“ลลิน”

หญิงสาวหยุดแล้วหันกลับมา

ภาคินยืนอยู่ใต้แสงโคมไฟกลางโถง ดวงตาคมเข้มมองเธออย่างไม่ปิดบังความแปลกใจ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ”คำว่าบ้านทำให้ลลินรู้สึกเหมือนกำแพงซึ่งสร้างไว้หลายปีเกิดรอยร้าว

เธอฝืนยิ้มโดยไม่ปล่อยให้ความรู้สึกแสดงออกมากเกินไป

“ขอบคุณค่ะคุณภาคิน”

หญิงสาวเดินจากไปโดยไม่รู้เลยว่า ภาคินยังคงยืนมองแผ่นหลังของเธอจนลับจากโถง

เขาจำลลินได้ว่าเป็นเด็กหญิงผอมบางซึ่งชอบนั่งอ่านหนังสืออยู่หลังครัว เป็นเด็กที่ตกใจทุกครั้งเมื่อถูกเรียก และมักรีบหลีกทางให้คนอื่นเสมอแต่ผู้หญิงที่เพิ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้มีแววตาของคนซึ่งพร้อมก้มศีรษะให้ทุกคำตัดสินอีกแล้วความอ่อนโยนยังคงอยู่ ทว่าภายใต้ความนุ่มนวลนั้นมีความเข้มแข็งซ่อนอยู่เงียบ ๆ

ภาคินไม่รู้ว่าทำไมตนเองจึงสนใจการเปลี่ยนแปลงนั้นมากกว่าที่ควร

เสียงโทรศัพท์ในมือดังขึ้นขัดความคิด เมื่อเห็นชื่ออรณิชาบนหน้าจอ สีหน้าของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย

“ว่าอย่างไรครับ”

“ภาคินถึงบ้านแล้วหรือคะ อรโทรไปตั้งหลายครั้ง ทำไมไม่รับเลย”

“ผมคุยเรื่องงานอยู่ มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรสำคัญค่ะ แค่อยากได้ยินเสียงคุณ พรุ่งนี้อย่าลืมว่าเรามีนัดเลือกสถานที่จัดงานหมั้นนะคะ คุณแม่ของอรเตรียมรายละเอียดไว้เยอะมาก ถ้าคุณยังทำเหมือนเรื่องแต่งงานเป็นการประชุมธรรมดา ท่านคงน้อยใจแย่”

ภาคินยกมือกดหว่างคิ้ว ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและงานที่คั่งค้างทำให้เขาไม่อยากพูดเรื่องพิธีการในเวลานี้

“ผมจำได้ครับ พรุ่งนี้หลังประชุมช่วงบ่ายผมจะไปหา”

“อย่าให้รอนานนะคะ อรคิดถึงคุณ”

“ครับ พรุ่งนี้เจอกัน”

เขากดวางสาย แล้วสายตากลับเคลื่อนไปยังประตูที่ลลินเพิ่งเดินผ่านโดยไม่รู้ตัว

ชั่วขณะหนึ่ง ภาคินรู้สึกว่าคำว่า “คิดถึง” จากคนรักซึ่งคบหามาหลายปี กลับไม่ได้ทำให้หัวใจอบอุ่นเท่าคำว่า “ขอบคุณค่ะ” จากหญิงสาวที่เพิ่งกลับมา

เขาสลัดความคิดนั้นออกทันที ก่อนเดินกลับขึ้นห้องทำงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป