บทที่ 6 ตอนที่6 ความสงสัย
ตอนที่6
ความสงสัย
อีกด้านหนึ่งของชั้นทำงาน อรณิชาเดินออกจากห้องภาคินด้วยสีหน้าไม่พอใจ ทั้งสองเพิ่งมีปากเสียงกันเรื่องนัดเลือกสถานที่จัดงานหมั้น เพราะภาคินยืนยันว่าต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากมีประชุมด่วน
เมื่อเห็นลลินนั่งทำงานอยู่ อรณิชาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล
เธอไม่ชอบสายตาที่ภาคินมองลูกสาวแม่บ้านคนนั้นตั้งแต่แรก แม้จะไม่มีสิ่งใดเกินเลย แต่ผู้หญิงด้วยกันย่อมมองออกว่าความสงบในดวงตาของลลินซ่อนความรู้สึกไว้มากเพียงใด
อรณิชาหยิบโทรศัพท์ขึ้นอ่านข้อความจากอธิปซึ่งส่งมาถามว่าเธอจะไปพบที่โรงแรมเมื่อไร ก่อนรีบปิดหน้าจอเมื่อภาคินเดินออกมาส่ง
“คืนนี้อรมีงานเลี้ยงกับคุณพ่อนะคะ อาจกลับดึก คุณไม่ต้องโทรตาม”
“ครับ ดูแลตัวเองด้วย”
“คุณพูดเหมือนไม่ได้สนใจเลยว่าอรจะไปไหน”
ภาคินถอนหายใจ“ผมเพียงไม่อยากควบคุมคุณ ทุกคนควรมีพื้นที่ส่วนตัว ถ้ามีอะไรจำเป็นก็โทรหาผมได้ตลอด”
อรณิชาฝืนยิ้ม ก่อนยื่นหน้าไปจูบแก้มเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าพนักงาน
“อย่างนั้นพรุ่งนี้อย่าลืมชดเชยเวลาให้อรนะคะ”
ภาคินพยักหน้ารับ แต่สายตากลับเหลือบไปยังโต๊ะของลลินโดยไม่ตั้งใจ
หญิงสาวก้มหน้าทำงานเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ทว่าเขาสังเกตเห็นว่าปลายนิ้วซึ่งถือปากกาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นในอก ก่อนภาคินจะตำหนิตนเองทันที เขามีคนรักและกำลังจะแต่งงาน ส่วนลลินเป็นเพียงหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักมาตั้งแต่เด็กไม่มีเหตุผลใดที่เขาต้องใส่ใจว่าเธอรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นภาพเมื่อครู่
ภาคินเลิกงานเกือบสองทุ่ม ขณะที่ลลินกลับบ้านไปพร้อมรถของพนักงานตั้งแต่ช่วงเย็นแล้ว
ชายหนุ่มนั่งอยู่ในรถเพียงลำพัง กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มวางอยู่ข้างตัว ภายในเป็นแหวนเพชรซึ่งเขาเลือกไว้สำหรับมอบให้อรณิชาก่อนงานหมั้นอย่างเป็นทางการ
ตลอดหลายปีที่คบกัน อรณิชาเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขาทุกด้าน ครอบครัวอยู่ในแวดวงเดียวกัน การศึกษา หน้าที่การงาน และภาพลักษณ์ล้วนสมบูรณ์แบบ ภาคินอาจไม่ได้เป็นคนโรแมนติก แต่เชื่อว่าความสัมพันธ์มั่นคงเกิดจากความเข้าใจและความซื่อสัตย์มากกว่าความหวือหวา
เขาจึงตั้งใจแวะไปหาเธอที่โรงแรมซึ่งบอกว่ามีงานเลี้ยง เพื่อมอบแหวนให้เป็นการชดเชยที่เลื่อนนัดช่วงบ่าย
เมื่อรถมาถึงโรงแรม ภาคินโทรหาอรณิชา แต่ไม่มีคนรับ เขาจึงติดต่อผู้จัดการซึ่งรู้จักกันและทราบว่างานเลี้ยงของครอบครัวอรณิชาไม่ได้จัดอยู่ที่นี่ ความสงสัยทำให้เขาถามถึงหมายเลขห้องซึ่งมีชื่อของเธอเป็นผู้จอง
ผู้จัดการลังเล แต่สุดท้ายยอมพาขึ้นไปเพราะไม่ต้องการมีปัญหากับครอบครัวของภาคิน
ทางเดินชั้นบนเงียบสงบ ประตูห้องพักหรูอยู่ตรงหน้า ภาคินยืนมองหมายเลขห้องด้วยหัวใจที่เริ่มหนักอึ้ง
เขาไม่ได้เคาะประตูทันที แต่โทรหาอรณิชาอีกครั้งเสียงเรียกเข้าดังลอดออกมาจากด้านใน ตามด้วยเสียงหัวเราะของผู้ชายซึ่งเขาจำได้ดี
อธิป คู่แข่งทางธุรกิจที่เพิ่งพยายามแย่งโครงการใหญ่จากบริษัทของเขา ภาคินยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนเลือดทั่วร่างเย็นเฉียบ ผู้จัดการโรงแรมเห็นสีหน้าของเขาจึงรีบส่งคีย์การ์ดสำรองให้แล้วถอยออกไปประตูถูกเปิดเข้าไปอย่างเงียบงันเสื้อผ้าของผู้ชายกับผู้หญิงตกกระจายอยู่บนพื้น กลิ่นน้ำหอมของอรณิชาซึ่งภาคินคุ้นเคยลอยปะปนกับกลิ่นเครื่องดื่มราคาแพงเสียงหัวเราะจากห้องนอนหยุดลงทันทีเมื่อเขาปรากฏตัว
อรณิชาดึงผ้าห่มขึ้นปิดร่าง ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนหมดเลือด ส่วนอธิปขยับตัวลุกขึ้นด้วยสีหน้าตกใจไม่ต่างกัน
“ภาคิน…”เสียงเรียกชื่อเขาสั่นพร่า
ภาคินไม่ตะโกน ไม่ถามว่าภาพตรงหน้าหมายความว่าอย่างไร เพราะไม่มีคำอธิบายใดเปลี่ยนแปลงความจริงได้เขายืนอยู่หน้าประตูห้องนอน มือข้างหนึ่งกำกล่องแหวนแน่นจนขอบแข็งกดลงบนฝ่ามือ
“คุณบอกผมว่ามีงานเลี้ยงกับครอบครัว”
“อรอธิบายได้นะคะ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น อธิปกับอรแค่…”
ภาคินหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ปราศจากความขบขันจนคนฟังยิ่งหวาดกลัว
“คุณไม่ต้องดูถูกสติปัญญาผมด้วยคำว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก ผมไม่ได้เข้ามาเห็นคุณสองคนนั่งคุยธุรกิจกันบนเตียงในสภาพนี้”
อธิปรีบกล่าวแทรก“ฟังก่อนภาคิน ผมกับอรณิชาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะ…”
“คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายกับผม” ภาคินตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คนที่มีข้อตกลงเรื่องความซื่อสัตย์กับผมไม่ใช่คุณ”
เขาเปิดกล่องกำมะหยี่ มองแหวนเพชรซึ่งเคยคิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของครอบครัว ก่อนเดินไปวางลงบนโต๊ะข้างเตียง
อรณิชามองแหวนแล้วน้ำตาไหลออกมาทันที
“ภาคิน อรผิดไปแล้ว แต่อรยังรักคุณนะคะ อรไม่ได้คิดจะทิ้งคุณ ทุกอย่างระหว่างอรกับอธิปเป็นเพียง…”
“อย่าพูดว่ารักผมในขณะที่คุณนอนอยู่บนเตียงกับผู้ชายคนอื่น”น้ำเสียงของเขายังคงไม่ดัง แต่ทุกถ้อยคำหนักแน่นจนห้องทั้งห้องเงียบสนิท
“ผมเคยบอกคุณแล้วว่ามีเพียงเรื่องเดียวที่ผมยอมรับไม่ได้ นั่นคือการโกหกกับการทรยศ ถ้าคุณหมดรักผม คุณบอกได้ ถ้าคุณไม่ต้องการแต่งงาน คุณเดินออกไปได้ ผมอาจเสียใจ แต่จะไม่ดูถูกคุณเลย ทว่าคุณเลือกให้ผมเตรียมงานแต่งงาน ในขณะที่ตัวเองแอบมานอนกับผู้ชายอีกคน แล้วคุณยังคิดว่าคำว่ารักจะทำให้ทุกอย่างเบาลงหรือ”
อรณิชาร้องไห้หนักขึ้น“อรขอโทษค่ะ อรยอมรับว่าผิด แต่คุณให้โอกาสอรได้ไหม อรจะเลิกกับเขา จะไม่พบเขาอีก อรทำทุกอย่างที่คุณต้องการได้ อย่ายกเลิกงานหมั้นเลยนะคะ ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงครอบครัว ทุกอย่างจะพังหมด”
ภาคินมองผู้หญิงที่คิดว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความรู้สึกว่างเปล่าสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บที่สุดไม่ใช่ภาพร่างกายของเธอในอ้อมกอดคนอื่น แต่เป็นประโยคสุดท้ายซึ่งยืนยันว่าแม้ในเวลานี้ สิ่งที่อรณิชากลัวที่สุดก็ยังเป็นชื่อเสียงและความเสียหายของครอบครัว ไม่ใช่การสูญเสียเขา
“งานหมั้นยกเลิก”
“ภาคิน!”
“ผมจะไม่เปิดเผยสาเหตุให้สื่อรู้ อย่างน้อยนี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมทำให้คุณได้ ส่วนหลังจากคืนนี้ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
เขาหันหลังเดินออกจากห้อง อรณิชารีบคว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งตามมา แต่ประตูลิฟต์ปิดลงก่อน
ภาคินยืนอยู่ในพื้นที่แคบเพียงลำพัง ภาพเงาของตนเองสะท้อนจากผนังโลหะ ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนคนไม่มีความรู้สึก ทว่าทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดสนิท มือซึ่งกำอยู่ข้างลำตัวกลับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
ความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาอย่างโหดร้าย ภาพมารดานั่งร้องไห้ในห้องนอน หลังรู้ว่าบิดามีผู้หญิงอีกคน ภาพกระเป๋าเดินทางซึ่งถูกลากออกจากบ้าน และเสียงผู้ใหญ่เถียงกันว่าเรื่องนอกใจเป็นเพียง ความผิดพลาดที่ควรให้อภัย
ภาคินเคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันทำให้ครอบครัวของตนเองเป็นเช่นนั้น เขาเลือกอรณิชาเพราะเชื่อว่าเธอรู้จักเขาดี เข้าใจว่าความซื่อสัตย์สำคัญเพียงใดแต่สุดท้ายเขากลับเป็นคนโง่ไม่ต่างจากมารดา
