บทที่ 3 สถานะเมียขัดดอก บทที่ 2 อดีตอันฝังใจ / 1

บทที่ 2 อดีตอันฝังใจ

“คะ คืนนี้เลยเหรอคะ”

“ใช่ ฉันอยากให้หนูบัวทำความรู้จักกับลูกชายฉันด้วย ไม่ว่ายังไงหนูบัวก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ ลูกชายของฉันไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันทำหรอกนะ เพราะงั้นทำยังไงก็ได้ให้เขานอนกับหนูบัวให้ได้ ไม่งั้นจะถือว่าหนูบัวไม่ได้ทำตามข้อตกลงของเรา และหนี้สินของพ่อหนูบัวฉันคงจะต้องคิดดอกเบี้ยเพิ่ม”

สิ้นคำพูดของคุณนายจิตรลดา บัวบูชาก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจำยอม เพราะยังไงก่อนหน้าที่จะมายังบ้านหลังนี้เธอก็ได้เตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว ถึงแม้จะหวาดกลัวแต่บัวบูชายอมรับข้อเสนอนี้เอง เพราะงั้นจะถอยตอนนี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว

แสงสีส้มเข้มบนท้องฟ้าเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมืด และมันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงเวลาเลิกงานของนายคนใหม่แห่งไร่จิตรลดาด้วยเช่นกัน เจ้าของร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้มได้รูป ผิวติดคล้ำเพราะตากแดดจากการทำงาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เจตนิพัทธ์ดูหล่อเหลาน้อยลงเลยสักนิด ในทางกลับกันเขาดูยิ่งหล่อเท่และเร้าใจผู้หญิงมากกว่าตอนที่ยังเป็นเด็กหนุ่มซะอีก

เจตนิพัทธ์เดินเข้ามายังห้องอาหารซึ่งมีมารดานั่งรอทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว เขาจึงเดินไปล้างไม้ล้างมือก่อนจะมานั่งทานข้าวเงียบ ๆ

คุณนายจิตรลดามองลูกชายเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยังไม่กล้าพูดออกมา และเจตนิพัทธ์รับรู้ได้ถึงอาการเหล่านั้น เขาจึงเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“มีอะไร ก็พูดมาเถอะครับ”

“คือ...อย่างนี้นะลูก หนูบัว คนที่แม่เคยบอกน่ะ เธอมาแล้วนะ หลัก ๆ ก็มาช่วยป้าชื่นทำงานบ้านที่นี่ และก็ดูแลลูกช่วงกลางคืนด้วย” 

เจตนิพัทธ์ได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักไปทันที เขาได้ยินเรื่องนี้จากปากมารดาเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ก็ไม่ได้ตอบตกลงอะไร เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้เป็นแม่อยากจะหาผู้หญิงมาให้เขา และตลอดเวลาที่ผ่านมาเจตนิพัทธ์ก็ทำหูทวนลม ไม่เคยสนใจ และไม่คิดที่จะทำตามสิ่งที่แม่ต้องการด้วย

รวมถึงครั้งนี้ก็เหมือนกัน

“ผมไม่ได้ต้องการเรื่องนั้น” ชายหนุ่มตอบกลับออกไปเสียงเรียบ เพราะเขาไม่ได้ฝักใฝ่เรื่องอย่างว่ากับผู้หญิงมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มีอารมณ์อย่างที่ผู้ชายทุกคนควรมี แต่เจตนิพัทธ์ก็มีวิธีการจัดการของเขาเอง 

อีกอย่างทุกวันนี้เขาก็ทำงานหนักจนแทบไม่เหลือเวลาจะทำอะไรอยู่แล้ว กลางดึกแค่ล้มตัวหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายตลอดเพราะความเหนื่อยล้า จะเอาเวลาไหนมาให้ผู้หญิงที่แม่หาให้อีก

“ไม่ได้นะลูก รู้ไหมว่าใคร ๆ ก็บอกว่าเจต เอ่อ ใคร ๆ ก็บอกว่าลูกไม่ได้ชอบผู้หญิง แม่เครียดมากนะ”

“แม่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นนี่ครับ” เจตนิพัทธ์เองก็เคยได้ยินข่าวลือพวกนี้บ้างแต่เขาไม่เคยคิดสนใจ ทำไมจะต้องสนใจคำพูดของคนอื่นด้วย คนพวกนั้นไม่ได้สลักสำคัญต่อชีวิตเขาสักหน่อย

“แต่ลูกก็อายุปูนนี้แล้วนะ นับวันแม่เองก็ยิ่งแก่ตัวลง ขอให้แม่ได้มีบุญอุ้มหลานก่อนตายหน่อยไม่ได้รึไง”

คนเป็นแม่ตัดพ้อ ปีนี้ลูกชายก็จะอายุสามสิบห้าแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะสนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เลยสักนิด แล้วเมื่อไหร่คนเป็นแม่จะได้อุ้มหลานสักทีล่ะ 

“แม่ครับ” เจตนิพัทธ์เรียกแม่เสียงอ่อนใจเมื่อเห็นท่าทางของมารดาที่ทำหน้าเศร้าลง 

เขาไม่คิดอยากจะมีเมีย ไม่ได้อยากมีพันธะกับใคร ไม่ได้อยากมีความรักอีกแล้วด้วย เพราะสำหรับเจตนิพัทธ์ความรักมันไม่มีอยู่จริง แต่ก็พอจะเข้าใจเรื่องที่แม่คงกังวลว่าเขาจะไม่มีทายาทสืบทอดตระกูลเช่นกัน แต่เรื่องแบบนี้มันจะไปยากอะไร รับเด็กมาเลี้ยงสักคนก็จบแล้ว

“อีกอย่างนะลูก หนูบัวก็น่ารักดีนะ บางทีเจตอาจจะพอใจในตัวเธอก็ได้ แม่อยากให้ลูกทำความรู้จักกับเธอสักหน่อยก็ยังดี”

“แม่” ครั้งนี้น้ำเสียงคนเป็นลูกดูจะไม่พอใจขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่

ไม่รู้แหละ

แม่ไม่สบายใจเอามาก

แม่อยากให้ลูกเข้าใจหัวอกแม่หน่อย

ลองเปิดใจให้กับหนูบัวหน่อยได้ไหม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป