บทที่ 5 สถานะเมียขัดดอก บทที่ 3 คืนบำเรอ / 1

บทที่ 3 คืนบำเรอ

“เข้าใจแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก อย่ามาทำตัวเหมือนสาวน้อยอ่อนต่อโลกต่อหน้าฉัน ฉันไม่ชอบ ในเมื่อเธอกล้าตกลงทำตามข้อเสนอของแม่ฉัน เธอก็ต้องกล้าจะทำทุกอย่างให้ฉันพอใจไม่ใช่รึไง”

คำพูดคำจาที่ดูใจร้ายของผู้ชายตรงหน้ามันทำให้หัวใจของบัวบูชาเจ็บแปลบขึ้นมาไม่น้อย แต่เธอก็เถียงอะไรไม่ออก เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ในเมื่อเธอเลือกจะทำตามข้อเสนอของคุณนายจิตลดาแล้ว ก็ควรที่จะทำให้ผู้ชายคนนี้พอใจ

หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ก่อนจะยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของตนเองออกอย่างช้า ๆ ถึงแม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่บัวบูชาจะไม่หวั่นกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อจากนี้ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาที่เบ้าตาแต่เธอยังพยายามอดกลั้นมันเอาไว้ และท่องอยู่ในหัวว่าทำหน้าที่ของตนให้จบ เพราะเธอเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เอง

แววตาคมซึ่งเต็มไปด้วยดำฤษณาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าอย่างเชื่องช้า ซึ่งมันไม่ทันใจเขาเอาเสียเลย เจตนิพัทธ์พ่นลมหายใจออกมา ก่อนที่เขาจะพยายามข่มความหงุดหงิดของตนเองเอาไว้ บอกตามตรงว่าร่างกายของเขามันร้อนระอุจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว 

เธอคนนี้ก็กระไรกันชักช้าอยู่ได้ ในเมื่อมาทำหน้าที่เป็นนางบำเรอเขาแท้ ๆ ก็ยังทำเหมือนไม่เต็มใจ แต่ท่าทางนั้นมันไม่สามารถทำให้เขาตายใจได้หรอก มิหนำซ้ำยังยิ่งทำให้หงุดหงิดซะมากกว่า เจตนิพัทธ์ฝังใจอยู่ทุกค่ำคืน ผู้หญิงที่มักจะแสร้งทำตัวบอบบางจนดูน่าสงสาร และไร้เดียงสา แท้จริงแล้วพวกเธอเหล่านั้นน่ะร้ายซะยิ่งกว่าอะไรดี

“จะชักช้าอีกนานไหม” เสียงเข้มดังขึ้น มันทำให้บัวบูชาถึงกับสะดุ้งตัว หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะปลดกระดุมชุดนอนเม็ดสุดท้าย แล้วจึงถอดเสื้อตัวนอกออก

“ทั้งหมด” เป็นอีกครั้งที่เจตนิพัทธ์สั่งเสียงดุ บัวบูชาจึงได้แต่ข่มความอับอายที่เธอต้องมาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้เอาไว้ และท้ายที่สุดเธอก็จัดการเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างกายจนหมด ไม่เหลือสิ่งใดห่อหุ้มร่างกายขาวเนียนอีกต่อไป 

เมื่อเห็นสายตาคมที่จับจ้องมายังเนื้อตัวเปลือยเปล่าของตน บัวบูชาก็ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าไปทางอื่นแทน เธอในยามนี้หายใจแทบไม่เป็นจังหวะเฉกเช่นเดียวกับชายหนุ่มคนตรงหน้า 

หลังจากที่เขาได้จ้องมองความสวยงามของเรือนร่างของผู้หญิงคนนี้ ความต้องการดำมืดที่พยายามจะเก็บไว้ของเจตนิพัทธ์ก็ปะทุขึ้นมาในทันที อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ที่เขาได้ดื่มลงไปด้วยกระมัง ถึงทำให้เขารู้สึกต้องการเธอมากมายเพียงนี้

เจตนิพัทธ์ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เขาก้าวขาเข้าไปหาก่อนจะรวบร่างเย้ายวนของหญิงสาวให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน การกระทำของคนตัวสูงมันทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของบัวบูชากระตุกฮวบ และเริ่มสั่นกลัว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรออกไป ริมฝีปากหยักได้รูปก็ทาบทับลงมาบดขยี้ริมฝีปากของเธอซะก่อน 

สัมผัสจากเขามันทั้งดุดันและเอาแต่ใจ กลีบปากเธอถูกบดเบียดรุนแรงจนเจ็บก่อนจะถูกคนมากประสบการณ์กว่าสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้ามา เขาทั้งเกี่ยวพันลิ้นเธอ ทั้งกวาดต้อนความหวานและช่วงชิงลมหายใจไปพร้อม ๆ กัน ทำเอาคนที่ไม่มีประสบการณ์ถึงกับหายใจหายคอไม่ทัน บัวบูชาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอคล้ายจะประท้วงให้เขาหยุด สองมือออกแรงผลักอกกว้างให้ออกห่าง 

ซึ่งเขาก็ยังใจดีกับเธออยู่บ้างถึงได้ยอมถอนริมฝีปากออก บัวบูชารีบโกยอากาศเข้าปอดในทันที ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาและมันทำให้ใบหน้านี้ดูเย้ายวนตามากขึ้นอีกหลายเท่าตัวทีเดียว ในความคิดของคนที่ถูกความต้องการครอบงำสติเกือบสมบูรณ์อย่างเจตนิพัทธ์

เจ้าของใบหน้าคมเข้มถอดเสื้อนอนของตัวเองออกก่อนจะโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นร่างกายกำยำสมส่วน เขาให้เวลาบัวบูชาพักแค่ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ ก่อนจะดึงเธอเข้ามาบดจูบอีกครั้งอย่างหื่นกระหาย

เจตนิพัทธ์สอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากเล็กควานหาความหวานล้ำที่เขาได้รับจากการจูบเมื่อครั้งก่อน ยิ่งได้ลิ้มลองยิ่งรู้สึกลุ่มหลงมึนเมา และอยากชิมให้มากกว่านี้ เขาส่งเสียงครางลึกในลำคออย่างพอใจ ใครจะคิดว่าแม่นางบำเรอขัดดอกคนนี้จะหวานมากขนาดนี้ หวานจนทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มและกลางกายปวดหนึบไปหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป