บทที่ 9 ตอนที่ 8 ใต้รอยยิ้ม
ตอนที่ 8:
ใต้รอยยิ้ม
เมื่อได้รับกระแสคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นจากปากของสามีสุดที่รัก ได้ยินอย่างนั้นดารัณก็มีสีหน้าดีขึ้น ท่าทางกระอักกระอ่วนใจและอาการบูดบึ้งเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น รอยยิ้มเริ่มกลับมา แต้มแต่งบนเรียวปากสวยของสตรีไฮโซผู้สูงศักดิ์อีกครั้ง ก่อนที่หล่อนจะเอ่ยสำทับความต้องการอันแสนเหี้ยดหยามออกมาทันควัน
“งั้น ถ้ามันคลอดแล้ว คุณต้องรีบไล่มันออกจากบ้านเราไปนะคะ ดาด้าไม่อยากเห็นหน้ามัน”
"อืม!" เวหารีบรับคำทันที โดยไม่มีท่าทีลังเลใจแม้แต่น้อย ชายหนุ่มโอบกอดปลอบประโลมคู่ชีวิตด้วยกระแสเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น
"อดทนหน่อยนะ ไว้เราได้ลูกเมื่อไหร่ ผมจะไม่ให้เด็กนั่นมาวุ่นวาย มาทำให้คุณรำคาญใจได้อีกเป็นอันขาด! "
จากนั้นสองสามีภรรยาก็ยิ้มให้กัน ด้วยความพึงพอใจในข้อตกลงอันแสนเลือดเย็นนี้ โดยไม่รู้เลยว่าที่นอกห้อง ตรงบริเวณซอกหลืบมืดมิดข้างเชิงบันไดเหล็กดัด มีร่างๆ หนึ่งค่อยๆ ย่องออกไปจากตรงนั้นพร้อมกับความปวดร้าวในหัวใจ ม่านไหมประคองเรือนร่างอันสั่นเทาและหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาเต็มเบ้าตา พาร่างกายอันบอบช้ำจากถ้อยคำเหยียดหยามเดินกลับขึ้นสู่ห้องพักของตนเองเงียบ ๆ ราวกับไร้ตัวตน
เช้าวันต่อมา บรรยากาศรอบคฤหาสน์หรูยังคงเงียบสงบ ทว่าม่านไหมตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปโรงพยาบาลกับเวหา หญิงสาวจำต้องสลัดความบอบช้ำจากค่ำคืนที่ผ่านมาทิ้งไป เพื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทันทีที่ก้าวเท้าลงมาถึงตึกใหญ่ นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นนายจ้างก็เอ่ยปากสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราบเรียบ
“เธอต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียด ถ้าทุกอย่างโอเค เดี๋ยวเราไปคุยกับนักโภชนาการกันต่อ”
ชายหนุ่มบอกกำหนดการก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นรถไปด้วยกัน ยานพาหนะคันหรูเคลื่อนตัวออกจากเขตรั้วบ้านมุ่งหน้าสู่สถานพยาบาลชั้นนำในเวลาต่อมา
แม้จะตกลงเซ็นสัญญากันแล้วแต่เวหาก็ยังไม่ไว้วางใจ ในฐานะนักธุรกิจผู้รอบคอบและจอมบงการผู้ถือไพ่เหนือกว่า ภายนอกม่านไหมดูแข็งแรงดีทุกอย่างก็จริง แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะเจ็บป่วยหรือมีความบกพร่องตรงไหนก็ได้ ซึ่งนั่นอาจส่งผลกระทบต่อทายาทผู้สืบทอดสายเลือดตระกูลใหญ่ของเขาในอนาคต
อันที่จริงแล้ว แผนการในคราแรกเริ่มของพวกเขานั้นแตกต่างจากสิ่งที่เป็นอยู่ตอนแรกพวกเขาคิดว่าจะอุ้มบุญโดยใช้ไข่ของดารัณผสมกับน้ำเชื้อของเขาแล้วฉีดเข้าไปในมดลูกของแม่อุ้มบุญ เพื่อให้เด็กที่เกิดมามีสายเลือดอันบริสุทธิ์และเพียบพร้อมจากเขากับภรรยาโดยตรง แต่เพราะตอนนั้นเขาไม่ได้หาข้อมูลอย่างจริงจังในเรื่องข้อกฎหมายและกระบวนการทางการแพทย์ขั้นสูง และช่วงที่คุณหญิงแม่ของเขารบเร้าต้องการจะอุ้มหลานอย่างหนักหน่วงจนแทบคลั่ง ก็เป็นช่วงที่ม่านไหมลำบากต้องใช้เงินพอดีเขาเลยรีบยื่นข้อเสนอไป โดยหวังจะใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อความยินยอมของเด็กสาวต้อยต่ำคนนี้ ก่อนจะมารู้ความจริงในวันเดียวกันนั้นเองว่า ตามข้อบังคับและจารีตแพทย์ที่เข้มงวด จะใช้การทำกิฟต์หรือเด็กหลอดแก้วกับสาวโสดไม่เคยมีบุตรอย่างม่านไหมไม่ได้ ซึ่งเงื่อนไขทางกฎหมายอันแสนยุ่งยากนี้ บีบบังคับให้สถานการณ์แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีมาเป็นการทำให้ท้องแบบธรรมชาติแทน
นั่นจึงทำให้เวหาหนักใจไม่น้อยหากต้องทำเรื่องอย่างว่ากับลูกสาวของแม่บ้าน ความเย่อหยิ่งและถือดีในชนชั้นค้ำคอชายหนุ่มเอาไว้แน่น ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเขาก็คงไม่ทำ ไม่มีวันลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับสตรีระดับล่างเช่นนี้เด็ดขาด ส่วนตัวดารัณเองแม้จะตกลงให้ใช้วิธีนั้นเพราะจำนนต่อแรงกดดันของผู้ใหญ่ แต่ลึกๆ เธอเจ็บใจที่ต้องยอมให้สามีไปนอนกับผู้หญิงอื่น ความริษยาและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของคุณหนูตระกูลดังคุกรุ่นอยู่ภายในอกตลอดเวลา
ทว่าด้วยความรักที่มีต่อภรรยาและความพะอืดพะอมใจในเงื่อนไขธรรมชาติ ชายหนุ่มจึงเคยเอ่ยปากให้คำมั่นสัญญาเพื่อปลอบใจคู่ชีวิตเอาไว้ก่อนหน้านี้
‘แต่ผมจะเก็บวิธีนั้นไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายนะ คนรู้จักผมแนะนำคลินิกมา ผมจะลองถามดู ถ้าเค้ายอมฉีดเชื้อเข้ามดลูกคนที่ไม่ใช่เมียให้ ผมก็ไม่ต้องมีอะไรกับเด็กนั่น'
ความคิดและความปรารถนาลึก ๆ ของชายหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ เวหากล่าวกับภรรยาว่าถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่มีอะไรกับม่านไหมเด็ดขาด
ซ้ำร้าย ความเคลือบแคลงสงสัยในกิริยาอันบริสุทธิ์ของเด็กสาวก็ผุดขึ้นมาในก้อนความคิด
‘อีกอย่าง เด็กนั่นผ่านผู้ชายมากี่คนแล้วก็ไม่รู้’
คิดมาถึงตรงนี้เวหาก็อดชำเลืองมองคนที่กำลังนั่งตัวลีบอยู่ที่เบาะข้างคนขับไม่ได้ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองร่างบางที่พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดด้วยความเหยียดหยาม หน้าตาสวยรูปร่างดีขนาดนี้แถมพ่อแม่ก็ทำแต่งานแทบไม่เคยหยุดไม่เคยลา ปล่อยปละละเลยให้ลูกสาวใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังในสังคมภายนอก ไม่รู้ว่าลับหลังพ่อแม่จะแอบทำอะไรบ้าง ความคิดดูถูกและมองโลกในแง่ร้ายกระหน่ำซ้ำเติมศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น
‘มีเยอะแยะไปที่คนท่าทางเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้แต่ชีวิตจริงเหลวแหลก ไม่แน่…เด็กนี่อาจจะมั่วมาเยอะแล้วก็ได้ ที่ตอบตกลงก็เพราะเห็นว่าได้ทั้งเงินทั้งผู้ชาย! '
ในขณะที่เวหาคิดดูแคลนอยู่ในใจด้วยทัศนคติอันแสนคับแคบ แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ม่านไหมไม่ได้รับรู้อะไรเลย หญิงสาวไม่ได้ระแคะระคายถึงกระแสความคิดอันโสมมเหล่านั้น ตั้งแต่ขึ้นรถมาหญิงสาวก็นั่งก้มหน้านิ่งด้วยความเกร็งและกังวล สองมือเรียวบางบีบเข้าหากันแน่นบนตัก
สาเหตุที่เกร็งเพราะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายรังเกียจตัวเองแต่ยังต้องนั่งรถมาด้วยกันในพื้นที่แคบ ๆ อัดอึดจนแทบหายใจไม่ออก ส่วนที่กลัวก็เพราะเรื่องเมื่อคืนทำเอาเธอเก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ ถ้อยคำใจร้ายของสองสามีภรรยาที่แอบได้ยินมาเมื่อค่ำคืนวนเวียนหลอกหลอนสะท้อนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายได้งีบไปเล็กน้อยช่วงก่อนเช้ามืดเท่านั้น เพียงไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ เช้าวันนี้เธอจึงตื่นมาด้วยอาการมึนหัวอย่างหนัก ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายประท้วง จนกังวลว่าจะมีผลอะไรกับการตรวจหรือเปล่า
ความหวาดกลัวระลอกใหม่จู่โจมเข้ามาในมโนสำนึก ยามที่ยานพาหนะกำลังจะเลี้ยวเข้าสู่เขตโรงพยาบาล
‘ถ้าผลออกมาว่าเราสุขภาพไม่ดีล่ะ แบบนี้จะถูกยกเลิกสัญญาแล้วต้องคืนเงินหรือเปล่า?’
ความจริงข้อนี้บีบคั้นให้เธอต้องยอมจำนนต่อทุกสิ่ง ใครจะว่าไม่มีศักดิ์ศรีก็ได้ ม่านไหมยอมรับ อย่างดุษฎีโดยไม่คิดจะโต้เถียงหรือแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น เธอรู้ดีว่าการกระทำของตนเองในสายตาคนภายนอกมันน่าอัปยศเพียงใด แต่ตอนนี้เธอไม่พร้อมที่จะคืนเงินจริงๆ เงินสดก้อนโตที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ถูกจัดสรรไปชำระหนี้สินและเตรียมไว้เป็นทุนรอนหมดแล้ว เพราะเงินก้อนนั้นเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้พ่อเธอหายป่วยและครอบครัวกลับมามีความสุขเหมือนเดิม ต่อให้ต้องแลกด้วยเนื้อหนังมังสา ศักดิ์ศรี หรือถูกคนตรงหน้าตราหน้าดูแคลนอย่างไร เธอก็จำต้องบากหน้าแบกรับมันไว้ด้วยความขมขื่นใจแต่เพียงผู้เดียว
