บทที่ 1 สถานีสามย่าน

๑

สถานีสามย่าน

     “Next station samyan…สถานีต่อไปสามย่าน” เสียงประกาศของนักประกาศสาวผ่านลำโพงของรถไฟฟ้ามหานครซึ่งกำลังจะเข้าเทียบชานชลาที่สถานีสามย่านดังขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ขวัญบงกชซึ่งกำลังนั่งเหม่อลอยรู้สึกตัวสักนิด เพราะภาพที่อยู่ในสมองของเธอมีเพียงภาพหญิงสาวใบหน้าสวยคุ้นตาคนหนึ่งซึ่งกำลังคลอเคลียอยู่กับมานพผู้จัดการฝ่ายขายหนุ่มซึ่งเป็นคนรักของเธอ มันเป็นความผิดของเธอเองที่ดันไปเปิดดูอีเมล์ของเขาเข้า เขาคงคิดว่าพาสเวิร์ดนั้นจะปิดความลับกับเธอได้ มันคงจะใช่สำหรับคนอื่น แต่มันไม่มีวันใช้ได้สำหรับการปกปิดโปรแกรมเมอร์สาวอย่างเธอ และวันนี้เธอจะต้องค้นความจริงให้เจอว่ามันเป็นอย่างที่คิดหรือไม่

“ติ๊ง! สถานีสามย่าน...สามย่าน โปรดใช้ความระมัดระวังขณะก้าวออกจากรถ... Samyan Station Please mind the gap between train and platform” หลังเสียงประกาศประตูรถเปิดออกผู้คนในรถไฟฟ้าใต้ดินก็กรูกันออกไป

ในขณะที่ขวัญบงกชเพิ่งจะได้สติจึงวิ่งออกจากรถโดยลืมคำเตือนของผู้ประกาศก่อนหน้านี้เสียสิ้น หญิงสาวสะดุดขอบชานชลาล้มไม่เป็นท่า ในขณะที่คนส่งเสียงฮือฮากันทั้งรถ ก่อนที่ประตูรถไฟฟ้าจะปิดลงและเคลื่อนที่ออกไป หญิงสาวควานหาข้าวของในกระเป๋าของเธอที่หล่นกระจัดกระจาย มีคนเข้ามาช่วยเก็บให้ บ้างก็เข้ามาสอบถามเพื่อให้ความช่วยเหลือ

“เป็นยังไงบ้างครับ” เสียงเอ่ยถามของชายหนุ่มที่เธอมองเห็นเพียงเลือนราง หญิงสาวส่ายหน้ามือก็ควานหาแว่นหนาเตอะของตัวเอง ซึ่งมันคงจะหล่นไปไม่ไกล ก่อนที่เจ้าของคำถามเมื่อครู่นี้จะหยิบสิ่งที่เธอควานหาอยู่มาสวมให้

“หานี่อยู่ใช่ไหมครับ” หญิงสาวเอามือจับขาแว่นที่เขาสวมเสร็จแล้วขยับให้เข้าที่ แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้เธอนั่งตาค้างอยู่ตรงนั้นประมาณสามวินาที

พระเจ้า! ให้ตายเถอะ ผู้ชายที่เธอเห็นรูปหล่อราวกับนายแบบชื่อดังที่เดินออกมาจากนิตยสาร

“เป็นยังไงบ้างครับ” เขาถามอีกครั้ง ขวัญบงกชส่ายหน้า เธอว่าแฟนของเธอหล่อที่สุดในบริษัทแล้วเชียว แต่สกิลความหล่อของผู้ชายคนนี้ระดับเทพต่อให้สิบมานพก็ยังไม่ติดฝุ่น

แต่อย่างไรก็ตามเธอก็รักมานพอยู่ดี เพราะเขาเป็นแฟนของเธอ ส่วนผู้ชายคนนี้ก็แค่คนที่ช่วยเธอในวันที่หกล้มเท่านั้น หญิงสาวหยิบกระเป๋าสะพายไหล่แล้วลุกขึ้นยืน

“ขอบคุณค่ะ ดิ...ดิฉันไม่เป็นอะไรมากค่ะ ขอบคุณนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมกับโค้งให้เล็กน้อยก่อนผละจากมา โดยไม่ได้สนใจสายตามองตามของชายหนุ่มที่ช่วยเหลือแม้แต่น้อย

เพราะสำหรับขวัญบงกชแล้วไม่ได้แสวงหาผู้ชายหน้าตาหล่อระดับนั้น เนื่องจากหน้าตาของเธอแสนจะธรรมดาวัน ๆ ยุ่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์จนผมเผ้าฟูฟ่อง แต่งตัวก็เชย วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวนุ่งกระโปรงกลีบรอบสีน้ำตาลยาวครึ่งน่อง หอบข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งหนังสือเล่มหนาและกระเป๋าโน้ตบุ๊ค ไหนจะกระเป๋าถืออีกใบ ที่ในนั้นไม่ได้มีเครื่องสำอางบรรจุเช่นหญิงสาวทั่วไป แต่เต็มไปด้วยสมาร์ตโฟนแท็บเล็ตและอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโยลีที่จำเป็นต้องใช้งาน

ก่อนหน้านี้เธอสวมเพียงกางเกงยีนส์เสื้อยืดเก่า ๆ เพราะทางบริษัทไม่ได้เข้มงวดเรื่องการแต่งกายของโปรแกรมเมอร์นัก เพียงแค่เธอเขียนโปรแกรมตามที่ทางบริษัทต้องการสำเร็จก็เพียงพอแล้ว

ทว่าตั้งแต่มีแฟนเมื่อหกเดือนที่แล้วเธอจึงเริ่มแต่งตัวขึ้นมาบ้าง โดยการสวมกระโปรงให้เขารู้สึกว่าเป็นผู้หญิง แต่งหน้าเล็กน้อย รวบผมไม่ให้ฟูฟ่องอย่างเคย แต่เธอก็ทำได้เพียงบางวันเท่านั้นเพราะงานที่บริษัทนี้ยุ่งจนแทบไม่ได้มีเวลาใส่ใจในความสวยงามของตัวเอง

เธอทำงานที่นี่มาตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีสาขาComputer Scienceมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และตั้งแต่ทำงานที่นี่เธอแทบไม่ได้ออกจากห้องทำงานไปไหน ยกเว้นช่วงที่เธอเริ่มเรียนปริญญาโทไปด้วยขณะทำงาน ซึ่งทำให้เธอได้พบปะผู้คนอยู่บ้างแต่ความที่เป็นคนโลกส่วนตัวสูงก็ทำให้เธอไม่มีแฟนอยู่ดีจนกระทั่งเรียนจบปริญญาโทก็ไม่ได้ไปทำงานที่อื่น ยังคงทำงานที่เดิมต่อไปเพียงแต่ได้ปรับฐานเงินเดือนให้สูงขึ้นเท่านั้น

พอเลิกงานก็กลับที่พักซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำงานเพียงหนึ่งสถานี กลับถึงที่พักก็ไปนั่งทำงานต่อ เรื่องที่จะได้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงแทบไม่มีโอกาส เพราะเธอสนุกกับการทำงาน มีความสุขกับการคุยด้วยภาษาคอมพิวเตอร์มากกว่าภาษามนุษย์

กระทั่งเวลาผ่านไปจากอายุยี่สิบต้น ๆ เข้าสู่อายุสามสิบสองโดยไม่ทันรู้ตัว เธอถึงได้นึกขึ้นได้หลังจากที่บิดาโทรมาเล่าให้ฟังว่าเพื่อน ๆ ของเธอหลายคนตอนเรียนชั้นมัธยมมาด้วยกันแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว ชาวบ้านก็ถามกันว่าเมื่อไหร่เธอจะแต่งงานสักที และนั่นทำให้เธอครุ่นคิดถึงเรื่องนี้

ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มานพเข้ามาขายขนมจีบให้เธอพอดี ทำให้ศศิมาเพื่อนสนิทซึ่งอยู่แผนกบัญชีบริษัทเดียวกันเชียร์ให้เธอคบกับมานพ เพราะดูจากหน้าตาที่หล่อเหลา ตำแหน่งหน้าที่การงานที่มีระดับเงินเดือนมากพอจะให้เธอได้อยู่สุขสบายในระดับหนึ่งและการวางตัวที่ดูแสนดีของเขา ซึ่งใคร ๆ ในบริษัทต่างก็ชื่นชม

ศศิมาซึ่งโสดเช่นเดียวกับเธอพยายามจะให้เพื่อนมีแฟนสักทีเนื่องจากตอนนี้อายุเกินเลขสามมาแล้วจึงอยากให้เพื่อนคว้าโอกาสนี้เอาไว้เพราะมันอาจจะเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้ายของเพื่อนแล้วก็ได้ และขวัญบงกชก็เห็นด้วยในสิ่งที่เพื่อนพูด

หญิงสาวเดินออกจากสถานีรถไฟฟ้า เท้าในรองเท้าผ้าใบย่ำผ่านพื้นปูนที่เฉอะแฉะไปด้วยน้ำหลังฝนตก หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกก่อนเดินอย่างเร่งรีบไปยังจุดหมายที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า คือคอนโดมิเนียมหรูที่มานพอาศัยอยู่ วันนี้เขาบอกเธอว่าจะออกไปหาลูกค้าที่ต่างจังหวัด แต่เธอจับสัญญาณจีพีเอสของเขาได้ว่าเขายังอยู่ที่นี่

เป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเธอก็ไม่รู้ที่ดันเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพราะหลังจากที่เธอเห็นความผิดปกติของเขามาหลายวัน ความเป็นนักสืบของเธอก็กระจายไปทั่วร่าง ถึงขั้นอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขาซึ่งเธอไม่เคยอยากรู้มาก่อน เช่นอยากรู้ว่าเขาติดต่อกับใครอย่างไรบ้าง เพราะช่วงนี้เขามักจะผิดนัดเธอบ่อยครั้ง

‘พี่ต้องไปเชียงใหม่ห้าวันนะขวัญ จะขึ้นเครื่องไปบ่ายนี้เลย เอาอะไรหรือเปล่าพี่จะซื้อมาฝาก’ เสียงของมานพสะท้อนก้องอยู่ในหัว หญิงสาวจำได้ดีว่าเธอส่ายหน้า บอกเขาว่าไม่ต้องการอะไรเป็นของฝาก

เพราะเธอรู้จากศศิมาเพื่อนสนิทในแผนกบัญชีก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาทีว่า ทางเลขาของมานพเพิ่งจะมาตั้งเบิกค่าเดินทางของมานพซึ่งจะเดินทางไปเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ แต่วันนี้เขากลับมาขอเลื่อนนัดที่จะรับประทานอาหารเย็นกับเธอเพื่อเดินทางไปเชียงใหม่

พอตกเย็นเธอก็ยังเห็นว่าเขาอยู่ที่คอนโดฯ จากการที่เธอแอบแชร์ตำแหน่งของเขาไว้ในสมาร์ตโฟนโดยที่เขาไม่รู้ และคาดว่าเขาคงไม่คิดว่าเธอทำเช่นนั้นจึงชะล่าใจไม่ได้ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงนั้น

เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จู้จี้คอยตามหึงหวงและจับผิดคนรัก เพราะตลอดมาเธอสนใจอยู่กับงานเท่านั้น การตามหึงหวงหรือจับผิดไม่เคยอยู่ในความคิดเลยสักนิด แต่ความผิดปกติของเขาต่างหากเล่าที่เธอต้องทำ เพื่อไม่ให้กลายเป็นผู้หญิงโง่ ๆ ที่ยอมให้เขาหลอกเล่น

หญิงสาวแตะการ์ดผ่านประตูด้านหน้าอาคารก่อนจะเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เข้าไปในลิฟต์ เธอเดินออกจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นที่ต้องการ มือเรียวชื้นไปด้วยเหงื่อทั้งที่อากาศเย็นสบายหลังฝนตก

เธอกระชับกระเป๋าถือให้มั่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับสูดลมหายใจหนัก ๆ เข้าปอดอย่างไม่รู้ตัว ภาวนาว่าให้เขาลืมสมาร์ตโฟนไว้ที่นี่ แทนที่จะเห็นเขายังอยู่

      แต่คำภาวนาของเธอกลับไม่ได้ผล หลังจากที่ไขกุญแจเข้าไปอย่างเงียบกริบ หัวใจของเธอก็หล่นวูบเมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงซึ่งไม่ใช่ของเธอวางอยู่ในห้องเคียงข้างกับรองเท้าของเขา

บทถัดไป