บทที่ 10 ได้ข่าวว่าลาออก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

ขวัญบงกชสะดุ้งตื่นเธอปรือตามองนาฬิกาติดผนังก่อนจะกะพริบตาปริบอย่างตกใจ ที่นอนหลับรวดเดียวตั้งแต่วางสายหลังลาออกจากงานไปเมื่อตอนบ่ายโมง แล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนเกือบหนึ่งทุ่ม เธอไม่เคยนอนหลับสนิทได้นานขนาดนี้มาก่อนแม้แต่ตอนกลางคืน แต่คราวนี้เธอหลับด้วยความสบายใจอย่างประหลาด ราวกับว่าการลาออกจากงานคือการปลดเปลื้องความทุกข์กังวลทั้งหมดทั้งมวลทิ้งไป

หญิงสาวลุกขึ้นไปเปิดประตูเพราะคิดว่าเป็นเสียงเคาะของศศิมาที่ซื้ออาหารเย็นมาให้อีกตามเคย แต่เมื่อเปิดประตูเธอกลับเห็นเป็นสุเมธแทน

“หล่อนเป็นอะไรไปยะนังขวัญ ฉันตกใจหมด โทรมาทั้งวันก็ไม่รับสาย นึกว่านอนแห้งตายอยู่ในห้องนี้แล้ว เพิ่งคุยงานกับลูกค้าเสร็จฉันก็รีบบึ่งมาดูหล่อนนี่ละ” เสียงสุเมธดูร้อนรน สารพัดคำที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความห่วงใย

“ขวัญหลับเพลินไปหน่อยค่ะ พี่เมย่า เข้ามาสิคะ ขวัญนึกว่าเป็นยายมาซะอีก” เธอตอบเสร็จก็เปิดประตูกว้างขึ้น

“นังมามันแวะซื้อของกินอยู่ที่หน้าคอนโดฯ น่ะ เดี๋ยวก็ขึ้นมา ไหนดูซิเป็นอะไรมากหรือเปล่า” สุเมธเอื้อมมือมาแตะหน้าผาก “ตัวหล่อนยังร้อนอยู่เลยนะนังขวัญ ไปหาหมอดีกว่า เดี๋ยวฉันพาไป”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เมย่า ขวัญรู้สึกดีขึ้นมากเลย กินยาแล้วนอนพักสักวันสองวันก็คงหาย” หญิงสาวปฏิเสธเพราะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ หลังจากได้นอนหลับเต็มตื่น เธอก็รู้สึกว่าสมองโล่งขึ้นอย่างมาก

“ก็ตามใจหล่อน เดี๋ยวฉันเปิดม่านเปิดประตูที่ระเบียงให้หล่อนก็แล้วกัน อากาศจะได้เข้ามาบ้าง อยู่ได้ยังไงอุดอู้ชะมัด แอร์เออก็ไม่เปิด” ว่าแล้วสุเมธก็เดินกรีดกรายไปดึงม่านที่ประตูกระจกบานใหญ่หลังห้อง

“ก็ฝนตก ขวัญหนาวเลยปิดแอร์นอนมาตั้งแต่เที่ยง” หญิงสาวตอบอู้อี้ กวาดตามองห้องนอนที่แทบไม่ได้ลุกขึ้นปัดกวาดเช็ดถูมาร่วมสามวัน แม้แต่จานชามกล่องโฟมต่าง ๆ ก็ยังอยู่บนโต๊ะกินข้าวโดยไม่ได้เก็บไปทิ้ง

“งั้นหล่อนก็นอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเก็บของรก ๆ บนโต๊ะหล่อนไปทิ้งให้ก่อน นังมาซื้อกับข้าวมาจะได้กินด้วยกัน” สุเมธว่าแล้วก็เก็บขยะบนโต๊ะไปทิ้งและทำความสะอาดจานชามอย่างคล่องแคล่ว โดยที่ขวัญบงกชไม่ได้ไปนอนพักอย่างที่บอก แต่เธอก็เดินมาช่วยหยิบจับจานชามมาวางบนโต๊ะเพื่อเตรียมไว้สำหรับใส่อาหารที่เพื่อนกำลังซื้อมา

เพียงไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพอดี สุเมธเดินไปเปิดประตูแล้วช่วยกันหิ้วอาหารเข้ามาจัดใส่จาน

“เออ ขวัญได้ข่าวว่าแกลาออกเหรอ พี่ป๋วยเขาเรียกฉันเข้าไปคุย ว่าให้มาขอร้องแกหน่อยว่าอย่าเพิ่งออก เขาให้แกลาต่ออีกสองวันก็ได้” ศศิมาว่าขณะนั่งรับประทานอาหาร

“ฉันตัดสินใจแล้วยายมา ต่อให้ฉันกลับไป ฉันก็ไม่มีใจที่จะทำต่อ หมดใจน่ะ แกเข้าใจไหม” ขวัญบงกชเอ่ยอย่างเซื่องซึม

“เฮ้ย ทำไมแกหมดใจเอาดื้อ ๆ อย่างนี้วะ เมื่อก่อนเจอเรื่องหนักกว่านี้อีกแกยังสู้มาได้ตั้งเป็นสิบปี” ศศิมาตาโต

“ฟางเส้นสุดท้าย แกรู้ใช่ไหมมันเป็นยังไง ที่ผ่านมาฉันอดทนมามากพอแล้ว มากจนชีวิตฉันแทบจะมีแต่งานกับงาน เวลาหลับเวลานอนที่จะเป็นของตัวเองก็แทบไม่เหลือ ตอนนี้ฉันแค่อยากนอน นอน แล้วก็นอน ให้สมกับได้นอนไม่เคยเต็มตื่นมาเกือบครึ่งชีวิต”

“เฮ้ย แกจะลาออกจากงานเพื่อมานอนนี่นะ” ศศิมาจ้องเพื่อนเขม็ง

“เอาเถอะนังมา นังขวัญมันกำลังน็อตหลุด ฉันเข้าใจ หล่อนก็อย่าไปเซ้าซี้มันเลย คนเรามันทำงานหนักมานาน จะลาออกมานอนพักบ้างเป็นไรไป”

“พี่เมย่าก็พูดได้สิ ขวัญมันไม่ได้รวยเหมือนพี่นี่ มันต้องส่งเงินให้พ่อให้น้องอีก ถ้ามันไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนกินใช้กันล่ะ” ศศิมาแย้งตามประสาสาวนักบัญชีที่คำนวณทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด

“ถ้าหางานใหม่ไม่ได้ หล่อนหายดีแล้วก็มาทำบริษัทฉันไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้นังขวัญ มีงานให้ทำเยอะแยะ แต่คงไม่มีตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ให้ทำหรอกนะ บริษัทฉันแค่เล็ก ๆ งานพวกนี้จ้างเอาท์ซอร์สทำทั้งหมด แต่รับรองเถอะว่าหล่อนจะไม่อดตาย” สุเมธว่าด้วยท่าทีสบาย ๆ

“ขอบคุณค่ะพี่เมย่า แต่ขวัญไม่กล้ารบกวนหรอกนะคะ แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ขวัญมีเงินเก็บอยู่นิดหน่อย คงพอจะใช้จ่ายจนกว่าจะหางานใหม่ทำได้” เธอขอบคุณอย่างจริงใจ แต่ไม่กล้าที่จะเอาตัวเองไปเป็นภาระรุ่นพี่ให้มากกว่านี้ ด้วยอยากทำงานที่ตัวเองมีความชำนาญมากกว่าจะไปทำงานกับสุเมธโดยที่เธอทำงานได้ไม่คุ้มค่าจ้าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป