บทที่ 11 ไม่มีพิษสง
“ขอบคุณค่ะพี่เมย่า แต่ขวัญไม่กล้ารบกวนหรอกนะคะ แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ขวัญมีเงินเก็บอยู่นิดหน่อย คงพอจะใช้จ่ายจนกว่าจะหางานใหม่ทำได้” เธอขอบคุณอย่างจริงใจ แต่ไม่กล้าที่จะเอาตัวเองไปเป็นภาระรุ่นพี่ให้มากกว่านี้ ด้วยอยากทำงานที่ตัวเองมีความชำนาญมากกว่าจะไปทำงานกับสุเมธโดยที่เธอทำงานได้ไม่คุ้มค่าจ้าง
“ตามแต่ใจหล่อนก็แล้วกัน แต่ถ้าจะเปลี่ยนใจก็บอก งานสมัยนี้มันก็ไม่ใช่จะหากันได้ง่าย ๆ เศรษฐกิจก็ย่ำแย่ลงทุกวัน ขนาดงานโฆษณาของฉันที่เคยบูม ๆ ตอนนี้ก็ต้องปรับตัว เพราะแต่ละบริษัทลดงบประมาณค่าโฆษณา ลูกค้ามีเท่าเดิมแต่ลดความถี่ในการออกโฆษณาชุดใหม่ แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เพราะฉันสวย ใคร ๆ ก็อยากเจรจาธุรกิจกับฉัน วันนี้ก็ฟันมาเต็ม ๆ สองเจ้า คืนนี้จะพาพวกหล่อนไปหาผัวที่รูทกันอีก เอาไหม” สุเมธร่ายยาว ก่อนจะจบลงที่ชวนเที่ยวอย่างเคย ขวัญบงกชหน้าตื่นส่ายหัวยิก
“หึ ไม่ค่ะ ขวัญไม่เอาแล้ว” เพราะแค่คิดถึงเรื่องคืนนั้นเธอก็เข็ดจนวันตาย จะไม่ยอมเข้าไปในแหล่งอโคจรเช่นนั้นอีกเป็นอันขาด
“โอ๊ย นังขวัญ นี่หล่อนกลัวจนขวัญกระเจิงขนาดนี้เชียวเหรอ โอเค ไม่ไปก็ไม่ไป ไว้หล่อนอาการดีขึ้นค่อยหาที่เที่ยวใหม่” สุเมธว่า
“เออ ฉันเกือบลืม” ศศิมาแทรกขึ้น “แกได้บัตรเชิญที่สมาคมศิษย์เก่าที่โรงเรียนส่งมาหรือเปล่ายายขวัญ เขาจะจัดงานเลี้ยงรุ่น”
“อือ ได้มาหลายวันละ แต่ฉันไม่ไปหรอก” ขวัญบงกชตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“อ้าว ทำไมล่ะยายขวัญ” ศศิมาเงยหน้าจากจานอาหารมาจ้องหน้าเพื่อน
“นั่นน่ะสิ ไปงานนี้บางทีหล่อนอาจจะได้ผู้ชายหล่อสักคนมาเป็นแฟนนะนังขวัญ ไปเถอะจะได้เปิดหูเปิดตาด้วย” สุเมธยังคิดจะให้เพื่อนหาแฟนใหม่ให้ได้
“มาก็เห็นด้วยค่ะพี่เมย่า ไม่ออกงานแล้วจะเจอใครได้ยังไง คงได้ขึ้นคานกันพอดี” ศศิมาตอบสุเมธแล้วหันมาหาเพื่อนรัก “ฉันก็จะไปส่อง ๆ ดูในงานนี่แหละ เผื่อบางทีอาจจะเจอรถไฟเที่ยวสุดท้ายของตัวเองบ้าง” นักบัญชีสาวว่าแล้วยิ้มหวานกับความคิดของตัวเอง แต่โปรแกรมเมอร์สาวส่ายหน้ายิก
“ไม่เอาด้วยหรอก แกก็รู้ ว่างานแบบนี้ยายรวิตาต้องไปด้วยแน่ ๆ ยิ่งถ้ารู้ว่าฉันเพิ่งเลิกกับแฟนแล้วยังตกงานอีก ไม่อยากจะคิดเลยว่านางจะทำให้ฉันต้องกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นมากแค่ไหน” ขวัญบงกชนึกถึงภาพที่เพื่อนคู่อริตั้งแต่มัธยมปลายจะต้องเอาเรื่องของเธอไปเมาท์อย่างเมามันบนโต๊ะอาหารในงานแล้วทำหน้าสยอง
เพราะนิสัยข่มคนอื่นของรวิตาคงไม่หายไปไหนง่าย ๆ ยิ่งได้ข่าวมาว่าเธอเพิ่งแต่งงานไปเมื่อสองปีก่อน แถมได้สามีที่ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีรวิตาก็ยิ่งทำตัวสูงส่งขึ้นไปอีก
ขวัญบงกชนึกถึงภาพตอนที่เธอเคยแอบส่องเฟซบุ๊กของรวิตา ซึ่งแต่ละสเตตัสที่รวิตาโพสต์เป็นภาพการใช้ชีวิตอย่างหรูหราไม่ว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยุโรปป้ายแดงราคาหลักหลายล้านที่เปลี่ยนคันใหม่แทบจะทุกสามเดือน ครีมบำรุงผิวหน้าที่ราคาต่อกระปุกเท่ากับราคาตู้เย็นของเธอสามเครื่องรวมกัน นางโพสต์ทุกอย่างในการใช้ชีวิตอันหรูหรา โพสต์แม้กระทั่งบิลค่าอาหารร้านหรูมื้อละหลายหมื่นบาทที่เธอคงไม่มีวาสนาจะได้ไปหย่อนก้นนั่ง
หากจะถามว่าทำไมรวิตาจะต้องจองเวรเธอมาตลอดตั้งแต่เรียนมัธยมจนกระทั่งทุกวันนี้ ขวัญบงกชก็ไม่อาจให้คำตอบได้ว่าเพราะอะไร เธอได้แต่คิดว่ารวิตาคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ตามติดมาแต่ชาติปางก่อน
“ถามจริง ๆ เถอะ ยายรวิตาที่พวกหล่อนพูดถึงนี่นางเป็นคนยังไง เล่าให้ฉันฟังหน่อย” สุเมธที่นั่งฟังมาพักใหญ่ถามด้วยความอยากรู้
“หูย ถ้าให้เล่าถึงยายคนนี้นี่มีเรื่องให้เล่ายาวเป็นหางว่างเลยค่ะ” ศศิมาเบะปากทำหน้าแหยง
“ก็เล่ามาสิยะหล่อน ฉันอยากฟัง ท่าทางน่าสนุก” สุเมธว่า
“โอ๊ย ต้องไปดูเองน่ะพี่เมย่า เอาเป็นว่ามาเล่าให้ฟังย่อ ๆ ก็ได้ ยายรวิตานี่เก่งในเรื่องพูดจากระทบกระแทกเหน็บแนมคนอื่น อวดร่ำอวดรวย ใครตกอับไม่ได้นางจะต้องรีบกระจายข่าว ยิ่งเป็นคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้า ถ้ากระทืบซ้ำได้นางก็คงกระทืบจนจมดินไปเลยละค่ะ โดยเฉพาะกับยายขวัญ”
“หือ ท่าทางง่อยเปลี้ยไม่มีพิษสงอย่างนังขวัญเนี่ยนะ จะมีคู่อริกับเขาด้วย” สุเมธถามอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะเท่าที่รู้จักกัน ขวัญบงกชเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ค่อยมีปากมีเสียง ยอมคนอื่นไปหมดทุกอย่าง แล้วจะมีศัตรูคู่อริได้อย่างไร
