บทที่ 12 ไปงานศิษย์เก่า
“น้อยไปล่ะสิพี่เมย่า ก็ท่าทางเรียบร้อย ขยัน เรียนเก่ง มีแต่คนรักนี่แหละที่ขวางหูขวางตายายรวิตา เพราะยายนั่นสอบทีไรก็ได้ที่สองทุกทีไม่เคยแซงหน้ายายขวัญได้เลย ทั้งที่นางทั้งเรียนพิเศษ ทั้งติวกับแทบทุกสถาบัน ดังนั้นพอมีกิจกรรมโรงเรียน อาจารย์จะเลือกแต่ยายขวัญไปทำกิจกรรมเด่นๆ ตลอด ทั้งที่ยายรวิตาพยายามแล้วพยายามอีกก็ยังไม่เคยถูกเลือก นางก็เลยกลายเป็นหมาบ้าคอยจ้องแต่จะข่มยายขวัญ” ศศิมาเล่าอย่างเมามันเช่นกัน
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” สุเมธพึมพำ
“ค่ะ นั่นละ ขวัญถึงไม่อยากไป ตอนนี้ขวัญสู้เขาไม่ได้สักอย่าง ถ้าไปก็คงเหมือนไปให้เขาหัวเราะเยาะใส่” ขวัญบงกชว่าเสียงอ่อย ๆ
“แล้วหล่อนต้องมีคุณสมบัติยังไงยะนังขวัญถึงจะสู้นังรวิตานั่นได้” สุเมธถามขึ้น เพราะยิ่งฟังก็ยิ่งอยากเห็นหน้ายายรวิตานั่นขึ้นมาติดหมัด
“ก็ต้องสวย รวย มีงานดี ๆ ทำ มีแฟนหล่อฐานะดีหรือไม่ก็ได้แต่งงานกับคนรวย ๆ ประสบความสำเร็จในชีวิต อะไรทำนองนั้นนั่นละ” ขวัญบงกชอธิบาย
“หล่อนได้ทำงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่างเดต้าโซลูชั่นนี่ยังไม่ถือว่างานดี ๆ อีกเหรอนังขวัญ” สุเมธถาม
“แต่ขวัญเพิ่งตกงาน” ขวัญบงกชย้ำเสียงอ่อย
“ถ้าไม่บอกแล้วนางจะรู้ไหมล่ะ” ศศิมาเอ่ยขึ้น
“นั่นสิ หล่อนก็แค่แต่งตัวหรู ๆ แล้วเดินไปอย่างเริ่ด ๆ เชิด ๆ ใครถามเรื่องงานหล่อนก็บอกเขาไปสิว่าทำงานอยู่ที่เดิม” สุเมธสมทบ
“แต่ขวัญก็ยังถือว่าเป็นพนักงานหาเช้ากินค่ำ แถมยังหาแฟนไม่ได้ อย่าว่าแต่แฟนรวยขับแต่รถหรู ๆ อย่างยายรวิตาเลย แค่ผู้ชายฐานะธรรมดาก็ยังไม่มีใครเลือกขวัญเป็นแฟนสักคน ยายนั่นก็ต้องกระแซะขวัญเรื่องนี้อีกจนได้ ขอขวัญอยู่สงบ ๆ เถอะ อย่าต้องให้ไปเจอเรื่องแย่ ๆ อีกเลย”
หญิงสาวทำหน้าละห้อยอย่างยอมรับชะตากรรม
“ไม่ได้นะนังขวัญ หล่อนจะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรมแบบนี้ไม่ได้ ไม่งั้นความทะเยอทะยานของหล่อนที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วมันก็จะมลายหายเข้ากลีบเมฆไป แล้วหล่อนก็จะใช้ชีวิตเหมือนคนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ ไม่ได้ละ ฉันจะต้องช่วยหล่อน”สุเมธค้านขึ้นทันควัน
“ช่วยยังไงคะ” สองสาวถามพร้อมกัน
“ก็ช่วยให้หล่อนสวย เก่ง และมีแฟนรวยขับรถหรู ๆ ฉีกหน้านังรวิตาอะไรนั่นยังไงล่ะ” สุเมธเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ
“ทำยังไงคะ” ศศิมาอึ้งหนักขึ้นไปอีก
“พวกหล่อนสองคนว่าฉันรวยไหม” สุเมธถาม สองสาวพยักหน้าหงึก เธอยอมรับว่ารุ่นพี่ของเธอก็ฐานะดีถึงแม้ว่าไม่ถึงขั้นระดับมหาเศรษฐีพันล้านแต่ก็ถือว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง มีรายได้ที่คำนวณแล้วก็ไม่น่าจะต่ำกว่าหลักหลายร้อยล้าน แต่เป็นเพราะสุเมธเป็นคนไม่ค่อยจะประกาศตัวว่าร่ำรวย แม้แต่สถานีโทรทัศน์เชิญไปออกรายการที่เกี่ยวกับนักธุรกิจซึ่งประสบความสำเร็จเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย สุเมธก็ปฏิเสธมาตลอด
“แล้วฉันหล่อไหม”ถามอีกครั้งแล้วทำเป็นกอดอกให้ดูมาดแมนขึ้น
“เอ่อ...” สองสาวกระอึกกระอัก ถ้าให้ตอบตรง ๆ ก็คือออกแนวสวยมากขึ้นทุกที
“ค่ะ หล่อก็หล่อ” ขวัญบงกชเอ่ยขึ้น เพราะในเวลาทำงานสุเมธก็ยังแต่งกายเป็นชายอยู่ และคนที่ไม่สนิทก็มักจะมองว่าเขาเป็นชายรักสะอาดเจ้าสำอางเสียมากกว่า แต่จะมาทำท่าทางตุ้งติ้งก็ตอนที่อยู่กับพวกเธอเท่านั้นเพราะสนิทสนมกันมานานจนรู้ใจ
“อย่าบอกนะว่าพี่เมย่า....” ศศิมาตาโต
“หล่อนฉลาดมากนังมา ฉันจะยอมเป็นแฟนนังขวัญหนึ่งวัน จะงัดเจ้าซุปเปอร์คาร์ป้ายแดงที่ฉันจอดไว้ให้เห็บหมาไต่ในโรงรถมารับหล่อนกับนังขวัญไปงานนี้ด้วยกัน แค่คิดฉันก็ชักจะสนุกแล้วสิ ที่นั่นต้องมีผู้ชายหล่อ ๆ ให้ฉันแอบส่องเยอะแน่ ๆ” สุเมธกล่าวทำสายตาระยิบระยับ
“อ้าว...” ศศิมาอ้าปากค้าง
“จะองจะอ้าวอะไร แหม ๆ คิดว่าฉันจะช่วยเปล่า ๆ หรือไง ฉันก็ต้องมีผลพลอยได้บ้างสิยะ” หันมาสะบัดหน้าใส่แล้วกล่าวต่อ “ส่วนเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับไปงานไม่ต้องกังวล ฉันจะส่งมืออาชีพมาจัดการให้พวกหล่อนสองคนสวยหรูดูเริ่ดที่สุด รับรองว่าจะไม่มีใครมาข่มได้”
“โอเคนะขวัญ ไปด้วยกันนะ พี่เมย่ายอมลงทุนขนาดนี้แล้ว ฉันอยากเห็นหน้ายายรวิตานั่นตอนเห็นความเปลี่ยนแปลงของแกจัง และที่สำคัญฉันอยากมีวาสนาได้นั่งรถราคาคันละสามสิบกว่าล้านดูบ้าง” ศศิมาคะยั้นคะยออีกครั้ง
“อือ” ขวัญบงกชพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แม้ไม่อยากไป แต่ก็เห็นแก่เพื่อนทั้งสองที่พยายามช่วย
“เย้! งั้นฉันจะส่งรายชื่อพวกเราไปที่สมาคมศิษย์เก่าเลยนะ เขาจะได้สำรองที่ไว้ให้” นักบัญชีสาวรับหน้าที่อย่างกระตือรือร้น
