บทที่ 14 ถูกจับตามอง

รถคันหรูขับเข้ามาที่ลานจอดชั้นเดียวกับที่ตั้งห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม ซึ่งมีรถจำนวนมากจอดเรียงรายอยู่เกือบทุกช่อง ทั้งสามคนที่อยู่ในรถนั่งสังเกตการณ์บรรดาผู้มาร่วมงานซึ่งส่วนใหญ่ก็คือศิษย์เก่ารุ่นเดียวกับเธอ แม้ไม่ได้เจอกันนาน แต่สำหรับบางคนก็ยังดูคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่เพราะลักษณะท่าทางและใบหน้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิม

“เฮ้ย นั่นยายแก้วกมล ห้อง 6/4 ที่เมื่อก่อนผอมแห้งแรงน้อยแค่เดินก็ยังจะล้มไงแก จำได้ไหม โอ้แม่เจ้า วันนี้แต่งตัวซะสวยเช้งเลย ควงผู้ชายมาด้วย หล่อชะมัด” ศศิมาชี้ให้เพื่อนดูหญิงสาวในชุดราตรีสีฟ้าที่เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม

“แล้วนั่นก็ยายวันทนาที่เรียนห้องเดียวกับเราไง จำได้ไหม พาแฟนกับลูกมาด้วย” ขวัญบงกชชี้ให้เพื่อนดู

“ใช่ ๆ ตอนเรียนด้วยกันนึกว่าเป็นทอมซะอีก เฮี้ยวยิ่งกว่าผู้ชาย แล้วทำไมมีลูกมีผัวเร็วขนาดนี้วะ ดูลูกชายสิ น่าจะอายุสิบสามสิบสี่ได้แล้ว หล่อด้วยน่าเลี้ยงต้อยฉิบ” ศศิมาว่า เพื่อนทั้งสองคนหันมองเป็นตาเดียว

“เลี้ยงต้อยเลยเรอะนังมา ลูกชายเพื่อนก็ไม่เว้นเชียวนะยะหล่อน” สุเมธสวนกลับมา

“แหม ก็มันหารุ่นเดียวกันไม่ได้แล้วนี่” คนอยากเลี้ยงต้อยตอบอ้อมแอ้มก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรถอีกคันหนึ่งมาจอดฝั่งตรงข้าม

“นั่น ๆ ยายขวัญหล่อนดูสิ นั่นมันรถยายรวิตาที่ถ่ายอวดลงเฟซบุ๊กวันก่อนนี่ฉันจำเลขทะเบียนได้ อะไรมันจะโป๊ะเชะขนาดนี้วะ ได้เวลาทำงานแล้วพี่เมย่า” ศศิมาเอ่ยอย่างกระตือรือร้น ดวงตาระยิบระยับมองเห็นความสนุกที่จะได้เดินเชิดหน้าลงจากรถหรูให้คู่อริของเพื่อนอิจฉาเล่น เพราะผู้ชายที่ลงมาจากรถคันเดียวกับรวิตานั้นแม้จะถือว่าร่ำรวยและดูดี แต่เรื่องความหล่อและบุคลิกนั้นสุเมธกินขาด ถ้าไม่หลุดทำท่าสะบัดสะบิ้งออกมาเสียก่อน

รวิตาที่สวยเฉี่ยวอยู่ในชุดหรูสีแดงเพลิงที่เธอหวังจะให้สะดุดสายตาที่สุดในงานลงมาจากรถที่คนเป็นสามีเดินอ้อมมาเปิดให้ ซึ่งหญิงสาวยังคงวางมาดราวกับราชินีอยู่เช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน ก่อนที่ดวงตาภายใต้การเมคอัพสีเข้มจะกระตุกเมื่อหันไปเห็นรถซุปเปอร์คาร์สีบรอนซ์เงินที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่อยากเชื่อว่าศิษย์เก่าที่โรงเรียนแห่งนี้จะมีใครที่รวยเด่นไปกว่าเธออีกแล้วเธอเห็นผู้ชายรูปหล่อใบหน้าเหมาะสมกับราคารถเปิดประตูลงมาแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกฝั่ง

และสิ่งที่ไม่อยากเชื่อมากกว่านั้นก็คือผู้หญิงที่ก้าวลงมายืนอย่างเต็มตัวนั้นคือคู่อริของเธอเองที่สวยจนแทบจำไม่ได้ ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งก็คือศศิมาที่อยู่เป็นเงาตามตัวของขวัญบงกชมาตั้งแต่เรียนมัธยมซึ่งออกมาย้ำให้เธอมั่นใจว่านั่นคือขวัญบงกช

“เชิญครับ คุณขวัญ” สุเมธเก๊กเสียงนุ่มทุ้มพลางยื่นข้อศอกให้รุ่นน้องสาว ขวัญบงกชวางมือลงบนแขน ในขณะที่ศศิมาเดินมายืนข้างเพื่อนสาว ก่อนจะทำหน้าตกใจเหมือนเพิ่งเห็นรวิตาที่ยืนจ้องมองอยู่

“อุ๊ยต๊าย รวิตา เธอหรือนั่น” ศศิมาเอ่ยทักแล้วพุ่งรี่เข้าไปหาด้วยท่าทีกรีดกราย

“อ้อ ศศิมาเธอเองหรือนี่ สวยขึ้นนะ” รวิตาจีบปากจีบคอไม่ต่างกัน ก่อนจะละสายตาไปยังขวัญบงกชที่เธอไม่อยากเชื่อว่าจะสวยขึ้นขนาดนี้

ถ้าไม่เห็นว่ามากับศศิมาเธอคงยังไม่มั่นใจว่าผู้หญิงสวยรูปร่างระหงในชุดราตรีหรูที่ดูออกว่าน่าจะมาจากห้องเสื้อดังที่ไหนสักแห่งคนนี้คือขวัญบงกชที่เธอเห็นล่าสุดในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้นขวัญบงกชยังสวมแว่นหนาเตอะแต่งตัวเฉิ่มเชยอยู่เช่นเดิมเหมือนกับตอนเรียนมัธยมกับเธอ แต่รู้ข่าวว่าได้ทำงานในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่

“อ้อ รวิตานั่นเธอจำไม่ได้หรือว่าขวัญบงกชเพื่อนเธอไง” ศศิมาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ารวิตาเอาแต่จ้องมองเพื่อนของเธอไม่วางตา

“อุ๊ยนั่นสินะจ๊ะศศิมา ฉันแค่มองให้แน่ใจว่านั่นคือขวัญบงกชเพื่อนผู้แสนเชยที่สุดในห้อง 6/1 ตอนนี้เธอดูดีขึ้นนะขวัญบงกช ไม่คิดจะแนะนำคนที่มาด้วยให้เพื่อนรู้จักหน่อยหรือจ๊ะ” ว่าแล้วก็ชายตาไปยังสุเมธ

“อ้อ นี่คุณสุเมธ เจ้าของบริษัท มาสเตอร์ ครีเอท ที่ติด 1 ในสิบเอเย่นซี่โฆษณาที่ฮ็อตที่สุดในปีนี้ไงจ๊ะรวิตา” ศศิมาแย่งแนะนำแทน

“สวัสดีครับ คุณรวิตา ผมสุเมธครับเป็นแฟนคุณขวัญ” สุเมธเอ่ยแนะนำตัวก่อนที่รุ่นน้องจะร่ายคำโฆษณาเกี่ยวกับตัวเขาไปมากกว่านี้พร้อมกับยื่นมือให้สัมผัส ศศิมาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสุเมธแสดงเป็นผู้ชายได้เนี้ยบขนาดนี้ เพราะถ้าเธอไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าเขาไม่ใช่ชายแท้ก็คงดูไม่ออกเช่นกัน รวิตารีบยื่นมือมาสัมผัสก่อนจะแนะนำสามีของตนเองที่เพิ่งแต่งงานเมื่อสองปีก่อนให้รู้จัก

“อ้อ นี่คุณชัชนันท์สามีของตาเองค่ะ เขาทำธุรกิจหลายอย่าง ทั้งอสังหาริมทรัพย์และทำธุรกิจบันเทิงหลายแห่ง” เมื่อเห็นคนรวย รวิตาก็จีบปากจีบคอตีสนิททันที

“อ้อ ทำสถานบันเทิงด้วยหรือครับ ไม่ทราบเป็นประเภทไหนครับ เพราะผมก็ชอบไปผ่อนคลายหลังเลิกงานเหมือนกัน” สุเมธชวนคุยได้เป็นเรื่องเป็นราว

“รู้จักรูทผับไหมครับ ผมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของที่นั่น ก็แค่เปิดเล่น ๆ น่ะครับ ให้เพื่อน ๆ และลูกน้องมีงานทำ ผมก็ไม่ค่อยได้ไปบ่อยสักเท่าไหร่ เพราะมีธุรกิจต้องดูแลเยอะน่ะครับ” สุเมธแอบหันมาส่งยิ้มขำให้กับสองสาวราวกับบอกว่าคู่นี้ช่างเหมาะสมกันจริงๆ แลดูโอ้อวดด้วยกันทั้งคู่

“ว้าว รูทเหรอครับ ผมก็เคยไปมาบ้าง ยินดีจริง ๆ ครับที่ได้มาเจอเจ้าของตัวจริง งั้นเราเข้าไปคุยกันต่อในงานกันดีกว่านะครับ” สุเมธจบการสนทนาด้วยกันชักชวนกันเดินเข้าไปในงาน

โดยไม่รู้สักนิดว่ามีชายหนุ่มในรถยุโรปสีดำซึ่งจอดไว้ไม่ห่างนักกำลังจับตามองตามทั้งสามคนด้วยความประหลาดใจ ที่บังเอิญได้มาเจออย่างไม่คาดคิด ก่อนที่จะเดินออกจากรถแล้วเดินผ่านประตูเข้างานไปยังฝั่งห้องรับรอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป