บทที่ 3 ลางาน
๒
ลางาน
ขวัญบงกชนอนเศร้าซึมอยู่บนเตียงนอน เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นไปทำงานแสนรักของตัวเองในเช้านี้ แม้ระยะเวลาที่คบกับมานพเพียงหกเดือน มันไม่ใช่เวลาที่นานสำหรับใคร ๆ แต่ช่วงเวลาแสนหวานระหว่างเธอกับเขากลับเข้ามาวนเวียนและทำร้ายหัวใจให้เจ็บปวดทรมานอย่างคาดไม่ถึงและที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ ไม่มีความเจ็บปวดใดอีกแล้วที่จะเจ็บปวดเท่ากับถูกคนที่เธอคิดว่าเขารักหักหลัง
‘พี่รับรองว่าจะรักขวัญเป็นคนสุดท้าย จะไม่มีใครอีก ขวัญเป็นแฟนพี่นะครับ’ คำพูดพล่อย ๆ ที่ทำให้เธอคาดหวังมาหลายเดือนยังคงสะท้อนก้องไปมาอยู่ในหัว เธอจำได้ดีว่าในเวลานั้นใบหน้าของเธอร้อนผ่าวราวกับจะปริแตกด้วยความเขินอายและอิ่มเอมในคราวเดียวกัน เมื่อดวงตาหวานระยับของเขาเข้ามาจับจองไปทั้งดวงหน้าที่แดงระเรื่อ
เขาเอื้อมมาจับแก้มของเธอเล่นแล้วขยี้เส้นผมของเธอเป็นการหยอกเย้า ก่อนจะรั้งศีรษะของเธอไปซบอกเมื่อเธอพยักหน้ารับอย่างเขินอายว่ายินยอม
แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเขากลับลืมคำพูดนั้นไปหมดสิ้นแล้ว ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเจ็บใจ ถ้าเขาชอบผู้หญิงสวยอึ๋มเซ็กซี่เหมือนกับผู้หญิงที่นั่งโยกอยู่บนตัวเขาเมื่อวานนี้ แล้วจะบอกว่ารักเธอเพราะเธอเป็นผู้หญิงเรียบร้อยไม่จัดจ้านไปเพื่ออะไร เธอคิดว่าเขารักเธอเพราะเธอเป็นตัวของตัวเอง คิดว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวจัด เธอจึงทำตัวอย่างที่เคยทำ ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร
แต่ที่เธอเห็น เขากลับมีความสุขอยู่กับผู้หญิงสวยเซ็กซี่แต่งตัวจัดจ้านแสนยั่วยวนคนนั้น
ผู้ชายโกหก...หลอกลวง หลอกได้แม้กระทั่งความคิดของตัวเอง
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งแค้น...แค้นความโง่เง่าของตัวเองที่หลงเชื่อจนทำให้เจ็บปวดอยู่ในเวลานี้
แล้วตอนนี้...อายุของเธอก็เกินสามสิบมาตั้งสองปีแล้ว จะมีใครเขาอยากได้ผู้หญิงวัยอย่างเธอไปเป็นแฟน ในเมื่อผู้หญิงอายุน้อย ๆ สวยๆ มีตั้งมากมาย แถมอาชีพของเธอก็แทบจะไม่ได้ออกไปพบปะกับผู้คน มันไม่ใช่เพียงว่าเขาจะเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้าย แต่อีกไม่นานเธอก็จะกลายเป็นชานชลาเก่าผุไร้ผู้โดยสารซึ่งไม่มีรถไฟคันไหนอยากจอด
มือเรียวเอื้อมไปควานหาสมาร์ตโฟนที่หัวเตียงก่อนจะโทรออก
“ขวัญจะโทรมาลางานสักสองสามวันค่ะ” เธอเอ่ยกับคนปลายสาย ซึ่งทางนั้นทำท่าทีกระอึกกระอัก เธอรู้ดีว่าเป็นเพราะงานที่รีบเร่ง แต่เธอก็ทำงานให้กับที่นี่มานานโดยแทบไม่ได้ลา แม้กระทั่งวันลาพักร้อนที่ใคร ๆ เขาได้ลากัน เธอก็ยังไม่เคยใช้สิทธิ์ได้ครบในแต่ละปี เนื่องจากเนื้องานที่ไม่อำนวยให้ลาเป็นระยะเวลานาน
“ขวัญป่วยค่ะ” เธอบอกเหตุผลซึ่งคิดว่าคนปลายสายคงจะยินยอม แม้เธอจะไม่ได้ป่วยทางร่างกาย แต่ตอนนี้จิตใจของเธอกำลังป่วยหนัก และไม่พร้อมที่จะออกไปสู้หน้าผู้คน
ขวัญบงกชวางสายลงก่อนจะซบหน้าลงกับหมอน ความอ่อนเพลียที่นอนร้องไห้จนไม่ได้หลับได้นอนมาทั้งคืนทำให้หญิงสาวผล็อยหลับลงอย่างอ่อนแรง จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูรัวอยู่หน้าห้องหญิงสาวตกใจตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกโหวงเหวง ร่ายอ่อนเพลียยันกายลุกจากที่นอนเดินโผเผไปเปิดประตู
“พี่เมย่า ยายมา...” ขวัญบงกชพึมพำชื่อคนที่อยู่หน้าห้อง ก่อนจะเปิดประตูกว้างขึ้น เพื่อให้ทั้งสองเข้ามาโดยไม่ได้เอ่ยคำเชิญแต่อย่างใด
“หล่อนป่วยเป็นอะไรยะ นังขวัญ งานการไม่ไปทำ นังมามันไปลากฉันมาจากออฟฟิศ ฉันก็เลยไม่เป็นอันทำงานทำการไปด้วย” เมย่าหรือสุเมธบ่นพลางเดินด้วยท่าทางตุ้งติ้งเข้ามาหย่อนก้นนั่งบนโซฟา สุเมธเป็นพี่รหัสของขวัญบงกชตอนเรียนมหาวิทยาลัย พอเรียนจบสุเมธก็ไปทำงานอยู่บริษัทผลิตโฆษณาจนกระทั่งเปิดบริษัทโฆษณาเป็นของตัวเอง ด้วยที่บริษัทไม่ได้อยู่ไกลจากที่ทำงานของขวัญบงกชและศศิมานัก ทั้งหมดจึงยังสนิทสนมและติดต่อกันอยู่เสมอ
“พี่นพเขา...เขา..” ขวัญบงกชเอ่ยอ้ำอึ้งน้ำตาเอ่อคลอ
“พี่นพ พี่นพเป็นอะไรหรือขวัญ” ศศิมาเพื่อนรักของเธอตั้งแต่เรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยด้วยกันจนกระทั่งมาทำงานบริษัทเดียวกันเอ่ยถามเสียงตื่น
“แกจำยายเปรมสุดาที่เพิ่งเข้ามาอยู่ฝ่ายขายเมื่อเดือนที่แล้วได้ไหมยายขวัญ ฮึ..ฮืออออ” ถามเสร็จน้ำตาเจ้ากรรมก็ทะลักออกมาราวทำนบแตกทั้งที่ร้องไห้มาตลอดทั้งคืนแล้วแต่ก็ยังห้ามไม่อยู่ แม้แต่เธอเองก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเหลือให้ไหลออกมาได้มากขนาดนี้
“จำได้สิ แล้วยายเปรมนั่นทำไมหรือแก” ศศิมาถามก่อนจะกระพริบตาปริบแล้วทำหน้าตกใจ “หรือว่า...ใช่แล้ว แกไม่ต้องบอกแล้วยายขวัญ ยายนั่นต้องมีอะไรกับตาพี่นพแน่ ๆ ฉันเห็นช่วงนี้ออกไปหาลูกค้าพร้อมกันถี่ยิบ ต่อหน้าฉันนางยังชายหูชายตาให้พี่นพ” ศศิมาว่า
“แกเห็น แล้วทำไมแกไม่บอกฉันยายมา ปล่อยให้ฉันโง่ โง่เหมือนวัวเหมือนควายให้เขาหลอกอยู่ได้ ถ้าเมื่อวานฉันไม่เห็นกับตาฉันคงจะ...ฮือๆ” ขวัญบงกชคร่ำครวญน้ำตาที่เริ่มเหือดแห้งทะลักออกมาอีกรอบ
“เห็นกับตา” สองเสียงอุทานพร้อมกัน หญิงสาวพยักหน้า
“ใช่ เขากำลัง...”
“กำลังอะไร?” ถามพร้อมกันอีกครั้งราวกับนัดมา
“ก็...ก็กำลังอย่างนั้นๆ กัน บนเตียงพี่นพ ฮือออออ”
“เฮ้ย แกเข้าไปเห็นตอนเขากำลังอล่างฉ่าง ป๊ะเทิ่งป๊ะกันเลยเหรอยายขวัญ” ศศิมาตาเบิกกว้าง ขวัญบงกชพยักหน้าหงึก
“อือ...ฮือๆๆๆ ฉันถึงไปทำงานไม่ไหวไงวันนี้” สิ้นคำตอบของรุ่นน้อง สุเมธกัดฟันกรอด
“แหม....อีผู้ชายจัญไร ตอนอยู่ต่อหน้าฉันนะสัญญาดิบดีว่าจะดูแลหล่อนอย่างดีที่สุด ไอ้ผู้ชายแบบนี้มันสมควรติดเอดส์ตาย” กล่าวอย่างโกรธเคือง เพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยไปรับประทานอาหารด้วยกันกับเธอและศศิมา สิ่งที่มานพแสดงให้เห็นต่อหน้าก็คือเขารักเพื่อนรุ่นน้องของเธอมาก ดูแลเอาใจใส่ราวกับว่าขวัญบงกชเป็นเจ้าหญิง แต่เพียงไม่นานก็ออกลายเสียแล้ว
“ฮือๆ ขวัญก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วพี่เมย่า” ขวัญบงกชยิ่งเศร้าหนักเมื่อคำพูดของสุเมธทำให้เธอคิดถึงสัญญาของคนลวงโลกอีกครั้ง
“โอ๊ย จะต้องทำอะไรล่ะยะ ก็แค่แต่งตัวสวย ๆ แล้วออกไปหาผัวใหม่ แกลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเลยนังขวัญ คืนนี้ฉันจะพาแกไป” สุเมธสั่งเสียงสูง
“ไปไหน?” ขวัญบงกชหน้าตื่น
“ก็ผับที่ฉันเคยพาหล่อนไปไง หนุ่ม ๆ เริ่ด ๆ สถานบันเทิงที่เต็มไปด้วยผู้ชายไฮโซไงละ” สุเมธว่า แต่รุ่นน้องสาวส่ายหน้ายิกเพราะเธอไม่ชอบไปในที่อึกทึกแบบนั้นนัก ยิ่งช่วงเวลานี้เธอยิ่งไม่อยากไปไหน
“ไม่พี่เมย่าไปเถอะ ขวัญไม่มีอารมณ์จะไปไหนจริง ๆ” กล่าวเสียงเครือน้ำตาหยดติ๋งลงบนหลังมือ
“โอ๊ย นังคนนี้นี่ ฉันเห็นท่าทางแบบนี้ของหล่อนแล้วคงปล่อยไว้คนเดียวไม่ได้แล้วละ นังมาหล่อนมาจับนังขวัญไปอาบน้ำอาบท่าไป เดี๋ยวฉันจะออกไปหาชุดสวย ๆ ให้ใส่ ขืนปล่อยไว้คงได้นอนแห้งตายเป็นซากอยู่ในห้องนี่ละ เดี๋ยวฉันมา” สุเมธว่าจบก็หยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลใบใหญ่ที่ถือมาด้วยออกไป โดยไม่รอให้ทั้งสองสาวเอ่ยอะไรอีก
สุเมธจะแสดงท่าทางตุ้งติ้งต่อหน้าคนที่ตนเองสนิทเท่านั้น แต่กับลูกค้าและคนทั่วไปสุเมธจะไม่แสดงออกมากนักเพื่อรักษาภาพพจน์ของตัวเองดังนั้นการแต่งกายในเวลาทำงานของสุเมธก็ยังเป็นเป็นการแต่งกายแบบผู้ชาย
