บทที่ 8 หมดหน้าที่ผมแล้ว
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยแล้ว! กระแสความดีใจผุดขึ้นในดวงตาของเธอ
“เมียผมเมาพี่ กำลังจะพากลับไปที่โต๊ะ” ไอ้คนที่โอบไหล่เธออยู่อ้างอย่างหน้าด้าน ๆ หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ดวงตาของเขาเพื่อปฏิเสธว่าเธอไม่ได้เป็นแฟนไอ้พวกน่าขยะแขยงนี่
“เขาเป็นแฟนผม จะไปเป็นเมียพี่ได้ยังไง ปล่อยเดี๋ยวนี้นะถ้าไม่อยากเดือดร้อน” กฤตเสียงเข้มใส่ เขามั่นใจว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ได้เป็นเมียไอ้พวกเถื่อนถ่อยนี้แน่นอนเพราะเห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด
“แฟน! มึงอย่ามาอ้างพล่อย ๆ กูเห็นน้องเขามาคนเดียว อยากจะแย่งผู้หญิงกับกูเดี๋ยวสวยแน่” ไอ้คนพุงพลุ้ยเผลอปล่อยมือจากปากเธอสัญชาติญาณเอาตัวรอดของขวัญบงกชทำงานอย่างรวดเร็ว
“ดาร์ลิ้ง! ช่วยขวัญด้วย พวกนี้มันเอามีดจี้ขวัญ” เธอตะโกนออกมาเสียงดังในเมื่อเขาอ้างว่าเป็นแฟนเธอ เธอก็ต้องแสดงให้สมบทบาท คนถูกเรียกว่าดาร์ลิ้งอย่างไม่ทันตั้งตัวอึ้งไปแวบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ขวัญมานี่” เขาทำเนียนตะโกนเรียกชื่อเธอ
“เฮ้ย มันเป็นแฟนกันจริงเหรอวะ” ไอ้คนตัวผอมหันมองเพื่อนเลิ่กลั่กทำหน้าไม่แน่ใจ มือที่กระชับแน่นอยู่ที่ไหล่บางเผลอคลายออก ขวัญบงกชสลัดหลุดแล้ววิ่งไปกอดคนที่สวรรค์ส่งมาช่วยเธอไว้ทันที
“ช่วยขวัญด้วยนะคะ ช่วยขวัญด้วย” เธอยังตะโกนอย่างตระหนก น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ คนที่ถูกอ้างว่าเป็นดาร์ลิ้งรับมุกโดยการกระชับร่างบางให้ซบอกด้วยมือข้างซ้ายไว้แน่น แล้วส่งสายตาพิฆาตไปยังผู้ชายสามคนที่ยืนอยู่ ก่อนจะใช้มือข้างขวาชี้หน้าพวกมัน
“กูให้โอกาสพวกมึงเดินออกไปดี ๆ อย่ามายุ่งกับแฟนกูอีก ไม่งั้นกูยิงทิ้งแน่ มึงรู้ไหมกูลูกใคร” เขาไม่อยากจะเชื่อว่ามุก ‘มึงรู้ไหมกูลูกใคร’ ของลูกนักการเมืองดังจะถูกตัวเองขุดเอามาใช้ ไม่ว่าเปล่าทำทีเป็นกระตุกชายเสื้อที่เอวข้างขวาขึ้นราวกับมีปืนอยู่ในนั้น
เพราะสายตาของเขามองไปยังสิ่งที่อยู่ในมือผู้ชายหัวล้าน เห็นว่าเป็นเพียงช้อนส้อมเท่านั้นที่เอามาจี้เอวของขวัญบงกช คาดว่าสามคนนั่นน่าจะผ่านการตรวจค้นของการ์ดที่ไม่อนุญาตให้พกอาวุธเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แน่ๆ จึงกล้าข่มขู่ไปเช่นนั้น พวกมันยืนอึ้งไม่รู้งงมุกสิ้นคิดหรือกลัวปืนในจินตนาการกันแน่
“เอาเถอะ ต่างคนต่างไปก็แล้วกัน ไปโว้ย” ไอ้พุงพลุ้ยว่าก่อนจะล่าถอยไปด้วยท่าทีฮึดฮัด
ชายหนุ่มคลายร่างบางออกเมื่อพวกมันก้าวเร็ว ๆ ออกไปด้านนอกกันหมด ขวัญบงกชเซอย่างหมดแรง ก่อนจะทรุดลงนั่งพับเพียบพิงผนังด้วยร่างกายสั่นเทามือก็ปาดน้ำตาป้อย ๆตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ศาสตราจารย์หนุ่มมองแฟนอุปโลกน์ด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย
“เป็นสาวเป็นแส้ ทีหลังแต่งตัวให้มิดชิดหน่อย จะได้ไม่มีใครเข้าใจผิดว่าเป็นสาวไซด์ไลน์ เพราะคงไม่มีดาร์ลิ้งหน้าโง่ที่ไหนมาช่วยคุณได้บ่อยๆ” วิญญาณครูบาอาจารย์ตามมาเข้าสิงเขาถึงในผับ จึงได้เอ่ยปากสั่งสอนเสียยกใหญ่
หญิงสาวน้ำตาพรั่งพรู แม้จะรู้สึกขอบคุณเขามากที่เสี่ยงชีวิตมาช่วย แต่น้ำคำของเขาช่างเสียดแทงหัวใจเหลือเกิน
เธอช่างอนาถชีวิตที่แสนบัดซบของตัวเอง แฟนนอกใจยังไม่พอ ยังเกือบจะถูกไอ้กักขฬะนั่นฉุดไปข่มขืนอีก พอมีคนมาช่วยเขาก็ไม่ช่วยเปล่า ยังตบท้ายด้วยถ้อยคำประณามหยามเหยียด
“ฉะ...ฉันขอโทษค่ะที่ทำให้คุณลำบาก ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ” หญิงสาวประนมมือไหว้ปลก ๆ อย่างจริงใจ แม้คำพูดของเขาจะกระทบใจเธอมากแค่ไหนเธอก็ไม่ถือสาอย่างน้อยเขาก็คือผู้มีพระคุณอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เพราะในยุคที่ใครต่างก็เอาตัวเองให้รอดกันเช่นทุกวันนี้น้อยนักที่จะมีใครกล้าเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเช่นนี้
“นังขวัญ เกิดอะไรขึ้นยะ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ฉันตามหาเสียทั่ว” เสียงสุเมธดังมาแต่ไกลก่อนจะวิ่งมาทรุดนั่งลงข้างเพื่อน
“พี่เมย่า” ขวัญบงกชเรียกรุ่นพี่ด้วยอาการที่ยังตื่นตระหนก ก่อนจะกอดคนที่เข้ามาหาไว้แน่น
“มีอะไรก็ถามกันเองแล้วกัน หมดหน้าที่ผมแล้ว ผมไปก่อน” ว่าเสียงขรึมแล้วเดินตัวตรงออกไป ทิ้งให้คนมาใหม่มองตามด้วยท่าทีฉงนก่อนจะหันมายังตัวต้นเรื่อง
“ว่าไงนังขวัญ ทำไมไปไหนไม่บอกฉัน”
“ขวัญบอกยายมาแล้วนี่ ว่าจะมาห้องน้ำ” ขวัญบงกชตอบเสียงสั่นๆ เพราะยังไม่หายจากอาการตกใจ
“แล้วหล่อนเป็นอะไร ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใคร” สุเมธซัก
“ขวัญไม่รู้ เขามาช่วยขวัญ ตอนที่ไอ้พวกนั้นมันมาฉุดขวัญ”
“ฉุด!” สุเมธตาโตราวกับไข่ห่าน
