บทที่ 2 ไม่ต้องกังวล

เสียงหัวเราะของนางเรียกเสียงซุบซิบรอบหอให้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่หยวนเซียวไม่ได้รับมุก เขายังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย 

“เชิญพระสนมกลับไปกับพวกเราเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

เยว่จือยกจอกสุรา เดินโซซัดโซเซเข้าหาเขาอย่างคนเมาหนัก 

“หืออออ ท่านอย่าเครียดนักเลย มาๆ ข้าเลี้ยงเอง ถึงท่านจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ได้เงินเดือนเยอะกว่าข้า แต่ข้าก็ดูแลท่านได้นะ อย่าเกรงใจไปเลย ฮ่าๆๆๆ มามะให้ข้าดูแลท่านเอง”

เสียงหัวเราะของนางดังลั่นหออีกครั้ง ขณะที่ทุกคนรอบข้างเริ่มพูดคุยกันเสียงระงม

“พระสนมถูกจับได้เสียแล้ว”

“แล้วนางจะถูกลงโทษไหม”

“ไม่สิ นางคือสนมเอกคนโปรดนะ จะถูกลงโทษได้หรือ”

“ข้าว่านางโม้ อย่างนางเนี้ยนะสนมเอกคนโปรด ฝ่าบาทจะโปรดนางได้ลงหรืออ้วนเหมือนหมู คอก็อ่อนหญิงงามข้างกายจะต้องงดงามอ่อนหวานเป็นสหายดื่มสุราที่ดีแต่ดูนางสิเมาเลอะเทอะตั้งแต่สามจอกแรก”

“ไม่หรอก เจ้าดูสิ นางคนโปรดนั่นแหละ ถูกเอาใจเลี้ยงดูอย่างดีถึงอวบอั๋นเช่นนี้”

“ใช่ๆ นี่ฝ่าบาทถึงกับส่งหัวหน้าองครักษ์มาตามเชียว”

หยวนเซียวได้ยินทุกถ้อยคำ จึงถอนหายใจสั้นๆ แล้วพูดเสียงเข้ม 

“นำตัวพระสนมกลับไป”

องครักษ์สองคนเดินเข้ามาขนาบข้างเยว่จือ พยายามประคองนางให้เดิน แต่นางกลับสะบัดมือออกแรงพอควร 

“อย่ามาจับข้านะ ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินเลย เดี๋ยวข้าต้องชำระกับเถ้าแก่ฉินก่อน ไม่งั้นเขาจะคิดว่าข้าโกง ปล่อย ปล่อยสิ”

องครักษ์พยายามกล่อม 

“พระสนมพ่ะย่ะค่ะ โปรดอยู่ในความสงบและกลับวังก่อนเถิด...”

“ไม่ ข้ายังไม่ได้กินปลานึ่งที่เพิ่งมา แล้วนั่นใครกินเนื้อเป็ดของข้าไปฮึ” เยว่จือชี้นิ้วไปทั่วก่อนจะหันมาจ้องหยวนเซียวตาแป๋ว 

“ท่านน่ะ ท่านกินหรือเปล่า”

หยวนเซียวขมวดคิ้วแน่น พูดไม่ออกสักคำถอนหายใจรัวๆ เหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบข้างเริ่มหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

“ปล่อยนะ ข้ายังไม่ได้รินให้พวกเจ้าดื่มเลย” เยว่จือโวยลั่นพลางดีดมือไปมาอย่างไร้ทิศทาง 

“ข้าเป็นคนใจกว้าง ดื่มกับข้าก่อนสิ สุรานี่ดีมากเลยนะ ข้าเลือกเอง”

องครักษ์สองคนเริ่มเอาไม่อยู่ทั้งอ้วนและเแรงเยอะ จึงมีอีกสามคนเข้ามาช่วยรวบแขนอีกข้างหนึ่งไว้ คนหนึ่งพยายามอุ้ม แต่เยว่จือดิ้นสุดแรง ขาเตะโต๊ะจนจอกสุราและอาหารปลิวกระเด็นไปทั่ว

เสียงโกลาหลดังขึ้นรอบหอ 

“อย่าทำร้ายพระสนม” 

“โอ้ย ระวังจอกสุรา” 

“เอ๊ะ นั่นสุราข้าหกใส่เท้าแล้ว”

ท่ามกลางความอลหม่าน เหมยจิ้ง สาวใช้คนสนิทของเยว่จือที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะตั้งแต่หัวค่ำเริ่มขยับตัวยุกยิก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตาปรือ มองเห็นภาพตรงหน้า พระสนมผู้เป็นนายกำลังถูกล้อมจับ

“พวกเจ้าคนชั่ว ทำอะไรพระสนมของข้า”

เสียงแหลมเล็กตะโกนดังลั่นหอเทียนสรวง เหมยจิ้งกระโดดขึ้นยืนบนเก้าอี้โงนเงน แล้วพุ่งเข้าไปผลักองครักษ์ที่จับเยว่จืออยู่ 

“ปล่อยนะ อย่ามาทำร้ายพระสนมของข้า”

“เหมยจิ้ง เจ้าจะไปไหน” เยว่จือร้องกลับเสียงดังไม่แพ้กัน 

“อย่ามายุ่ง ข้ายังไม่ได้ดื่มเลย” ราวกับเล่นวิ่งไล่จับ

แต่เหมยจิ้งไม่ฟัง วิ่งเข้าไปยื้อยุดดึงแขนเจ้านายไว้สุดแรง ผลลัพธ์คือทั้งคู่เซไปชนองครักษ์สองคนจนเกือบล้มลงไปกองบนพื้น

เสียงเชียร์จากคนรอบข้างยิ่งดังขึ้น 

“พระสนมสู้ๆ อย่ายอมสิพระสนม”

“จับให้แน่นๆ เดี๋ยวหลุดอีก”

หยวนเซียวที่ยืนมองอยู่กุมขมับ เหงื่อซึมขมับทั้งสองข้าง 

“สวรรค์ ข้านึกไม่ถึงเลย...ว่าหน้าที่วันนี้จะยากยิ่งกว่าการจับโจรซะอีก...”

กลางเสียงหัวเราะปนโกลาหล หัวหน้าองครักษ์ผู้เยือกเย็นถึงกับต้องสูดลมหายใจยาวแล้วสั่งเสียงนิ่ง 

“พวกเจ้าเอาจริงได้แล้วลากพระสนมกลับวัง”

และทันใดนั้น หอโคมเขียวทั้งหอก็แทบสั่นสะเทือนจากเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะที่ตามมาอย่างสนุกสนาน เมื่อพระสนมอันดับที่ 87 ถูกอุ้มออกไปกลางอากาศ โดยที่ยังตะโกนเสียงแหลมว่า 

“เดี๋ยว ข้ายังไม่ได้ให้ทิปเสี่ยวเอ้อเลย”

เช้าตรู่ของวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบผิวหน้าอ้วนๆ ของเยว่จือ ทำให้ตื่นขึ้นมาในสภาพที่แทบจะไม่ได้หลับตลอดทั้งคืน สภาพร่างกายตอนนี้คืออาการเมาค้างเต็มตัว ปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว ทั้งร่างกายหนักอึ้ง เหมือนมีรอยย่ำทับเอาไว้ที่ทั้งตัว นอนเคี้ยวฟันจั๊บ ๆ 

เยว่จือขยับมือไปคลำหาหมอนแล้วดึงมันมาปิดหน้า ทำเหมือนจะหลับต่อ แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

"สนมอันดับที่ 87 ฝ่าบาทให้นำตัวท่านไปไต่สวน" เสียงขององครักษ์ที่ยืนรอข้างนอกดังแทรกผ่านประตูเข้ามา

เยว่จือขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ร่างอวบๆ ค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพลิกตัวไปข้างหนึ่ง เหมือนจะไล่เสียงนั้นออกไปจากหู ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างขี้เกียจ

"อย่าปลุกสิ...คนกำลังจะนอน..." เสียงอู้อี้ยังคงงึมงำอยู่ใต้หมอน ราวกับไม่ได้ยินคำพูดขององครักษ์

แต่องครักษ์ก็ไม่ยอมแพ้ เขาเคาะประตูอีกครั้ง เสียงเคาะดังขึ้นกว่าเดิม 

“พระสนม...ฝ่าบาทให้ส่งท่านไปไต่สวนเดี๋ยวนี้ ท่านต้องไป”

เยว่จือจ้องมองเพดานห้องอย่างงุนงง ปวดหัวไปหมด แต่เมื่อเสียงพยายามขยับร่างอ้วนๆ ของตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากเย็น มือข้างหนึ่งยังคงกุมขมับอีกมือก็ลากผ้าห่มให้คลุมตัว

“ไต่สวนอะไรของท่าน...อะไรของฝ่าบาท...ข้าก็แค่ไปกินดื่มกับเพื่อนๆ เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องใหญ่...อะไร”

เยว่จือพลิกตัวไปอีกครั้ง บ่นพึมพำเสียงเบา ราวกับคนยังไม่ตื่นเต็มที่

“ไม่ไหว...ท่านก็ไปบอกฝ่าบาทให้เลื่อนวันไต่สวนทีเถอะ ข้าก็ยังไม่สร่างเมา...”

หลังจากบ่นไปพักใหญ่ เยว่จือก็ปล่อยให้ตัวเองล้มลงไปอีกครั้งแท่นนอนนุ่ม ร่างอ้วนขดตัวอยู่บนเตียงเหมือนลูกบอล พยายามจะหลับต่อ 

หน้าห้องพักเงียบสงัด มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ ของหยวนเซียวที่ยืนกอดอกมองประตูอย่างหมดความอดทน เขาเหลือบตามองเหมยจิ้งที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง ทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าแดงจากฤทธิ์สุราที่ยังไม่ตก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป