บทที่ 7 ใคร
"โอ้ นี่หรือ สนมต้องโทษที่กำลังจะถูกเนรเทศไปชายแดน ห๊ะสนมอ้วนเจ้าเองหรือ ฮะฮ่าาาอ้วนเพียงนี้ยังกล้าหือกับฝ่าบาทกล้าหือกับบิดาข้าใต้เท้ากรมคลังวันนี้ข้าจะช่วยสั่งสอนเจ้าเอง"
เสียงนั้นนุ่ม แต่แฝงคมมีด
หลินซื่อหานรีบประสานมือ
“ถวายพระพรพระสนม”
เหมยจิ้งย่อกายลง เยว่จื่อเองก็ย่อกายตามอย่างสงบ นิ่ง และเงียบ
"ถวายบังคมพระสนมเอกเพคะ"
สนมเอกปรายตามองเยว่จื่อจากศีรษะจรดเท้า ก่อนหัวเราะเบาๆ อย่างดูแคลน
"ช่างน่าสงสารจริงๆ ส่งลูกสาวเข้าวัง หวังจะไต่เต้า สุดท้ายกลับถูกไล่ไปอยู่เมืองอี้ร้างๆ ป่านนี้คงไม่มีแม้แต่หลังคาดีๆ ให้ซุกหัวนอน"
สนมและนางกำนัลด้านหลังหัวเราะคิกคักตาม บางคนยกแขนเสื้อปิดปาก บางคนมองเยว่จื่อราวกับสิ่งสกปรก
"ได้ยินว่าที่เมืองอี้นั้น ลมแรง ฝุ่นหนา อาหารก็ขาดแคลน"
"เหมาะดีนะ สำหรับสนมที่ชอบกินไม่เลือกแบบนี้"
"ไปถึงที่นั่น คงผอมสมใจเสียที ว่าแต่นางชื่ออะไรนะ สนมอันดับที่เท่าไหร่นะ"นางกำนัลบรีบมากระซิบชื่อแซ่ของเยว่จือ
คำพูดแต่ละคำเหมือนหนามแหลมทิ่มแทง หลินซื่อหานกำมือแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ แต่เขากลับไม่อาจเอ่ยคำใดได้ นอกจากยืนนิ่ง ก้มหน้า และกลืนความโกรธลงคอ
เยว่จื่อยืนตัวตรง หลังเหยียด ใบหน้านิ่งสงบเกินคาด แม้หัวใจจะถูกเหยียบย่ำ นางก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา นอกจากแววตาที่เงียบงัน
"เจ้ารู้หรือไม่"
สนมเอกก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชน
"หญิงอ้วนขี้เหร่อย่างเจ้า ต่อให้ไปตายที่เมืองอี้ ก็ไม่มีใครจดจำ"
เยว่จื่อก้มตาลงช้าๆ ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย แต่เสียงยังคงนิ่ง
"ข้าน้อมรับชะตาเพคะ พระสนมไม่ต้องห่วง"
คำตอบนั้นทำให้กลุ่มสนมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นอีกครั้ง
"ดูสิ ยังทำท่าเป็นผู้ดีอีก เจ้าอ้วนแบบนี้ควรอยู่ในคอกหมู"
"อีกไม่นานก็จะกลายเป็นหญิงบ้านป่าแล้วยังทำท่าราวกับสตรีชั้นสูง"
หลินซื่อหานเม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ แต่ยังคงเงียบ เขารู้ดีว่าหากเอ่ยคำใดออกไป ลูกสาวของเขาจะลำบากยิ่งกว่าเดิม
เยว่จื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดของหลินซื่อหานตำแหน่งต่ำต้อยแค่ฉงจิ่วผิ่นจะกล้าหือกับสนมเอกอย่างนั้นหรือ นางจึงยืนนิ่งยิ่งกว่าเดิม ยอมให้คำดูถูกถาโถมเข้ามาเหมือนสายฝน ยอมให้ความอัปยศปกคลุมร่างกาย เพื่อแลกกับความปลอดภัยในตอนนี้
สนมเอกยกยิ้มบางๆ
"จำเอาไว้ดีๆ จากวันนี้ไป เจ้าไม่ใช่คนของวังหลวงอีกแล้ว"
บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมตำหนักเย็น กลุ่มสตรีเหล่านั้นยังคงยืนอยู่ สีหน้าดูสนุกสนานราวกับยังไม่หนำใจ และดูเหมือนว่า… เรื่องราวนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้
สนมเอกเสวียนซียกชายแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย ท่าทางสง่างามราวหงส์ แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ นางเดินวนรอบเยว่จื่อช้าๆ สายตากวาดมองตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินสิ่งของไร้ค่าในตลาด
"เจ้าคงจำไม่ได้กระมัง ว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็นอย่างไร"
เสียงนั้นแผ่ว แต่แฝงแรงกดดันจนบรรยากาศในตำหนักเย็นหนักอึ้ง หลินซื่อหานยืนนิ่ง สีหน้าซีดเผือด หัวใจเจ็บปวดแต่ทำได้เพียงกำหมัดแน่น
"วันๆ เอาแต่กิน เอาแต่ร้องไห้ เอาแต่ทำตัวน่าสมเพชเดินก็เดินไม่ได้ วิ่งก็วิ่งไม่ไหวยังกล้าฝันจะเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทอีกหรือ"
เสียงหัวเราะเยาะดังแทรกมาจากสนมและนางกำนัลด้านหลัง
"ข้าอุตส่าห์ทำให้เจ้าไม่ได้เจอฝ่าบาทแล้วนะ"
สนมเอกหยุดยืนตรงหน้าเยว่จื่อ เอียงศีรษะเล็กน้อย
"แต่ดูเหมือนเจ้าจะไม่สำนึก เอาแต่ทำเรื่องโง่ๆ หวังเรียกร้องความสนใจ ไม่เลิกคิดว่าทำแบบนี้แล้วฝ่าบาทจะสนใจเจ้าหรือ"
เยว่จื่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตานิ่งงัน แต่ในใจกลับปั่นป่วน ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางไหลทะลักเข้ามาไม่หยุด ภาพหญิงอ้วนที่ถูกผลัก ถูกหัวเราะเยาะ ถูกตัดชื่อออกจากรายชื่อเข้าเฝ้า ถูกสั่งให้กลับตำหนักทุกครั้ง และสุดท้ายถูกคนพวกนี้รุมทำร้ายเนื้อตัวเขียวช้ำไปทั่วตัว
"คิดว่าฝ่าบาทจะสงสารหรือ หรือคิดว่าการทำตัวน่ารังเกียจจะทำให้ถูกเรียกเข้าเฝ้า"สนมเอกเสวียนซีหัวเราะเบาๆ
"น่าสมเพชสิ้นดี"
คำพูดเหล่านั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางอก
เยว่จื่อเม้มริมฝีปากแน่น
ที่แท้… ไม่ใช่แค่ถูกเมิน แต่ถูกกีดกันตั้งแต่ต้น และยังถูกทำร้ายซ้ำๆ มิน่าละเยว่จื่อนางถึงอยากจะตาย
"ที่ผ่านมานี้"
สนมเอกยิ้มเย็น
"ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ได้รับโอกาส แต่เป็นข้า…ที่ไม่ให้เจ้าได้เข้าใกล้ฝ่าบาทแม้แต่ก้าวเดียว "
กลุ่มสนมหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ปิดบัง
"รายชื่อเข้าเฝ้า ข้าเป็นคนขีดชื่อเจ้าออกเอง ป้ายชื่อเจ้าถูกคัดออก
ทุกครั้ง"
"จดหมายถวายฎีกาของบิดาเจ้าไม่เคยถึงมือฝ่าบาทสักฉบับ"
หลินซื่อหานสะดุ้ง ตัวสั่นเล็กน้อย รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ
เยว่จื่อหลับตาลงชั่วครู่
ในหัวผุดภาพหญิงสาวในร่างนี้ นั่งกอดเข่าในตำหนักเงียบงัน กินไม่หยุด ร้องไห้ไม่หยุด ปล่อยตัวเองทรุดโทรม เพราะไม่เห็นทางออกไม่ใช่เพราะอ่อนแอแต่เพราะถูกปิดทางทุกทาง
"เจ้าคงไม่รู้สินะ"
สนมเอกก้มลงกระซิบใกล้หู
"คำพูดดูถูกนั่น คำซุบซิบพวกนั้น… ล้วนมาจากข้าทั้งสิ้น"
เยว่จื่อขนลุกวาบ
"พวกข้าทำให้เจ้ากลายเป็นตัวตลกในวัง ทำให้ไม่มีใครคบ ทำให้เจ้าไม่มีที่ยืนจนในที่สุด…เจ้าก็คิดสั้น แต่เจ้าเปลี่ยบนไปแบบนี้ ยิ่งเป็นภัย เช่นนั้นไปแล้วไปลับอย่ากลับมาอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้ไม่อยากอยู่เหมือนก่อนนั้น..ดีไหม"
หัวใจเยว่จื่อกระตุกแรง
ในเสี้ยววินาทีนั้น นางเข้าใจทุกอย่าง นี่เอง…ต้นเหตุของความตาย
ไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่ความอ้วน ไม่ใช่ฝ่าบาทไม่เหลียวแลแต่เป็นการถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า และความโหดร้ายของวังหลัง
หลินซื่อหานกัดฟัน น้ำตาคลอ แต่ยังคงก้มหน้า
เขารู้… ว่าตอนนี้พูดอะไรไป ลูกสาวจะยิ่งลำบาก สนมเอกยืดตัวตรง ยกคางสูง
