บทที่ 2 บทนำ

บทนำ

แสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดทะลุผ่านผ้าม่านเนื้อโปร่ง ทอดลำแสงลงแตะพื้นผิวไม้เรียบเนียนของโต๊ะรับแขก แม้อุณหภูมิภายในห้องจะถูกปรับไว้จนเย็นฉ่ำกำลังดี ทว่าปลายนิ้วบางของคนนั่งรอกลับเริ่มเย็นเยียบจนเกินพอดี

บุรุษวัยสามสิบต้นๆ ผู้สวมบทบาทเป็นประธานในตารางความสัมพันธ์นี้ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กระดุมทุกเม็ดถูกกลัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยไม่มีแม้แต่รอยคลายของแขนเสื้อ แขนข้างหนึ่งของเขาพาดอยู่บนพนักโซฟาอย่างถือดี ส่วนอีกข้างวางนิ่งสนิทอยู่บนหน้าตัก แผ่นหลังกว้างตั้งตรงตระหง่าน บ่งบอกถึงนิสัยของคนที่ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้แก่สิ่งใด

ชายผู้นี้ไม่เคยเปลี่ยนเลย...

ตลอดระยะเวลาสองปีแห่งการร่วมเรียงเคียงหมอน ‘ศรุจน์’ วางตัวในระนาบเดิมเสมอมา คล้ายกับตั้งใจจะประทับภาพลักษณ์อันแสนสุขุมและควบคุมได้ทุกสรรพสิ่งไว้ในหัวใจของคู่ชีวิต รวมถึงควบคุมหัวใจของคนที่กำลังนั่งเผชิญหน้าอยู่ ณ เวลานี้ด้วย

ทว่าที่ข้างกายของสามีตีทะเบียน... กลับมีร่างอรชรในเครื่องแบบนักศึกษาฝึกงานของบริษัทนั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าที่สบายจนเกินขอบเขต ผิวขาวจัดขับเน้นให้เด่นชัดอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวนวล ปลายนิ้วเรียวระหงยกแก้วชาขึ้นจิบอย่างเนิบนาบ เผยให้เห็นเรือนนาฬิกาหรูบางเฉียบที่โอบล้อมรอบข้อมือเล็ก ซึ่งเพียงแค่เหลือบสายตามองก็ประเมินได้ไม่ยากว่า มูลค่าของมันคงเกินกว่าที่ฐานเงินเดือนของเด็กฝึกงานทั่วไปจะเอื้อมถึง

เด็กหนุ่มระบายยิ้มมุมปากละไม ก่อนจะวางถ้วยชากระเบื้องเคลือบลงบนจานรองโดยไร้ซึ่งเสียงกระทบ

เขาคนนั้นมีนามว่า ‘วาโย’

ถัดมาอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ... ร่างโปร่งบางอีกร่างนั่งนิ่งงันอยู่บนโซฟาเดี่ยว หากแต่ชาในถ้วยตรงหน้ากลับไม่เคยถูกสัมผัสเลยแม้แต่หยาดหยดเดียว มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันแน่นอยู่บนตัก ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเกินกว่าจะลวงใครต่อใครได้ว่า ตนไม่ได้รู้สึกระแคะระคายกับภาพบาดตาตรงหน้า

ไม่มีสุ้มเสียงใดเล็ดลอดออกมา มีเพียงความเงียบงันที่เริ่มก่อตัวหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ จนชวนอึดอัด

กระทั่ง...

“ฉันทำเขาท้อง”

กระแสเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ หลุดลอยออกมาจากริมฝีปากของชายผู้เป็นสามีตามตรากฎหมาย

“ถ้าเธอจะหย่าก็หย่า แต่ถ้าไม่หย่า... ก็อยู่กันสามคนผัวเมียนี่แหละ”

ถ้อยคำนั้นแผ่วเบาราวกับการสั่งกาแฟเพียงแก้วหนึ่ง ไร้ซึ่งแววแห่งความสำนึกผิดในแววตาคมปลาบที่ทอดมองผ่านมายังคู่สมรส

แม้สุ้มเสียงใจร้ายจะจางหายไปร่วมห้าวินาทีแล้ว ทว่าในก้อนเนื้ออกข้างซ้ายกลับหนักอึ้ง ราวกับประโยคเชือดเฉือนนั้นยังคงดังก้องสะท้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จบ

‘เพลงเพลิน’ ทำได้เพียงก้มหน้าลงช้าๆ นัยน์ตาที่ไหวระริกยังคงจับจ้องอยู่ที่ลวดลายไม้บนโต๊ะ เส้นสายที่ตัดขวางขีดข่วนกันไปมา ดูไม่ต่างอะไรกับรอยร้าวลึกในใจที่เจ้าตัวพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้สีหน้าอันเฉยชา

ภรรยาแต่งไม่รู้ว่าควรจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกไป เพราะตระหนักดีว่าไม่มีถ้อยคำไหนจะสามารถผันเปลี่ยนความจริงอันโหดร้ายนี้ได้อีกแล้ว

ความเงียบงันครอบงำห้องรับแขกอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มือคู่บางจะขยับกาย กายเล็กผ่อนมือลงบนหัวเข่าของตัวเองเบาๆ หมายจะช่วยลดแรงสั่นเทาที่ปลายเล็บ

ทว่าบนนิ้วนางเรียวสวย... วงแหวนเงินเรียบหรูราคาแพงซึ่งเคยสวมให้กันในวันวิวาห์ยังคงทอประกายเด่นชัด มันสะท้อนเงาเงียบงันของบางสิ่ง... บางสิ่งที่เจ้าตัวก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นเพราะความทรงจำ ความหวัง หรือแท้จริงแล้วมันคือความโง่งมของตนเองกันแน่

เบื้องหน้าของเขา เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษายังคงละเลียดจิบชาอย่างไม่ทุกข์ร้อน

คนเป็นภรรยาไม่ได้เอ่ยปาก แต่สายตากลับเผลอจับจ้องภาพความสนิทสนมนั้นเนิ่นนานเกินไป... นานพอที่จะทำให้อีกฝ่ายจับกระแสความอิจฉาริษยาที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้นได้อย่างง่ายดาย

“ถ้าหมดธุระที่จะพูดแล้ว... เพลงขอตัวก่อนนะครับ”

น้ำเสียงเครือสั่นเอ่ยตัดบท ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นยืนพลางหมุนตัวเดินจากมาเงียบๆ ราวกับฝีเท้าที่ก้าวเดินนั้นเพียงแค่ต้องการจะเปลี่ยนห้อง

ทว่าท่วงท่าที่ขยับกายไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะพ้นผืนพรมหน้าประตูบานกว้าง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังไล่หลังตามมา มันกระชั้นชิดเกินกว่าจะเป็นเสียงของสามี

กลิ่นน้ำหอมอ่อนละมุนที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชินโชยมาแตะจมุก พร้อมกับเงามืดของร่างเล็กที่แทรกตัวเข้ามาประชิดใบหู ก่อนที่กระแสเสียงกระซิบแผ่วจะดังขึ้น

“อิจฉาผมเหรอครับ…” ปลายประโยคเว้นวรรคห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น “อิจฉานัก...ก็ท้องสิครับ”

รอยยิ้มบางเบาแต่งแต้มบนมุมปากของเจ้าของเสียงร้าย ก่อนจะสำทับด้วยความนุ่มนวลทว่าบาดลึก “อุ๊ย...แต่ผมก็ลืมไป ว่าคุณพี่คงหมดสิทธิ์ เพราะสามีไม่เคยคิดจะแตะต้องตัวเลยตลอดสองปี แล้วแบบนี้...จะไปตั้งท้องได้อย่างไรกันเนอะ”

สิ้นคำประชดประชัน เจ้าตัวร้ายก็ผละถอยกลับไปในทันที

เพลงเพลินฝืนก้าวเท้าต่อไปด้านหน้าโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามอง และไม่มีใครขืนสบตาเพื่อมองเห็นใบหน้าอันซีดเผือดของเขาในยามนี้

...และคงไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในทุกวินาทีที่เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจข้างในกลับถูกบีบเค้นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลมหายใจไหลผ่านได้เลยแม้แต่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป