บทที่ 1 1.หน้าที่ของหัวใจ

เสียงทดสอบไมโครโฟนดังมาจากชั้นล่าง แขกวีไอพีทยอยนั่งประจำที่ เจ้าบ่าวพร้อมแล้ว เหลือเพียงคนเดียวที่ยังไม่ปรากฏตัว...เจ้าสาว

“คุณหนูคะ...ได้เวลาแล้วค่ะ”

ไม่มีเสียงตอบ แม่บ้านเคาะประตูอีกครั้งก่อนตัดสินใจบิดลูกบิด

แกร๊ก...

ห้องเย็นเฉียบ เตียงเรียบกริบ ชุดไทยศิวาลัยแขวนอยู่หน้ากระจก โทรศัพท์มือถือวางข้างกล่องเครื่องประดับ แต่นับดาวไม่อยู่

“คุณหนูนับดาวหายไป!” แม่บ้านตะโกนลั่น

พรพิเศษในชุดไทยบรมพิมานรีบเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นคะ”

“คุณนับดาวหายไปค่ะ”

“หาทั่วหรือยัง”

“ทั่วแล้วค่ะ!”

พรพิเศษขมวดคิ้ว เธอรีบสั่งงานผ่านวิทยุสื่อสาร “รปภ.เช็กประตูทุกบาน ทีมงานช่วยกันตามหาเจ้าสาว ใครเห็นนับดาวรายงานฉันทันที”

เสียงออร์แกไนเซอร์ดังแทรกขึ้นมา

[“คุณพริกแกงคะ รถท่านผู้บัญชาการทหารอากาศเข้ามาแล้วค่ะ อีกยี่สิบแปดนาทีพระจะเริ่มเจริญพระพุทธมนต์ ตอนนี้แขกผู้ใหญ่เริ่มถามหาเจ้าสาวแล้ว”]

เพื่อนเจ้าสาวสองคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา พอเห็นโทรศัพท์บนโต๊ะก็หน้าซีด หนึ่งในนั้นรีบหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดโทรออก

ครืด~หน้าจอมือถือบนโต๊ะสว่างวาบ

“ดาวทิ้งมือถือไว้”

พรพิเศษละสายตาจากโทรศัพท์ หันมองเพื่อนเจ้าสาวทั้งสอง “พวกคุณรู้อะไรไหมคะ”

“ปะ...เปล่าค่ะ เราไม่รู้เรื่องเลย” เพื่อนเจ้าสาวตอบตะกุกตะกักพลางหลบตา

พรพิเศษก้าวเข้าไปหา “บอกมาเถอะค่ะ ถ้าดาวกำลังลำบากเราจะได้ช่วยทัน”

“เมื่อคืนดาวร้องไห้หนักมาก...” อีกฝ่ายสะอื้น “เธอบอกว่าแต่งงานไม่ได้”

“ดาวมีโทรศัพท์อีกเครื่อง ตอนตีสี่เธอปีนรั้วข้างบ้านออกไป” เพื่อนอีกคนพูดแทรก “เธอนัดรถมารับหน้าปากซอย และขอร้องให้พวกเราปิดเรื่องไว้จนกว่าจะเช้า”

พรพิเศษนิ่งงัน นับดาวไม่ได้หายตัวไป เธอตั้งใจหนี วิทยุสื่อสารในมือพรพิเศษดังขึ้นอีกครั้ง

[“คุณพริกแกงคะ! ท่านผู้บัญชาการมาถึงแล้ว อีกยี่สิบนาทีพระจะเริ่มสวดแล้วค่ะ!”]

ในเวลาเดียวกัน ห้องรับรองวีไอพีเงียบกริบ

“นับดาวหนีไปกับผู้ชายคนอื่น”

พลอากาศเอกเชิดชายขบกรามแน่น สองมือกำหมัด ตฤณก้มมองพื้นโดยไม่พูดอะไร ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก ในขณะที่ด้านนอก...แขกนับร้อยกำลังรอให้พิธีเริ่ม

ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำว่ายกเลิกงาน

ความเงียบปกคลุมห้องอยู่พักใหญ่ ก่อนคุณหญิงดาริกาจะลุกขึ้นยืน เธอมองลูกชายที่ยืนนิ่ง จากนั้นหันมองลานพิธีด้านนอก ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจ ‘พรพิเศษ’

หญิงสาวที่เธอเห็นมาแต่เล็ก แม้เพิ่งกลับมาอยู่บ้านสว่างบดินทร์ได้เพียงปีเดียว แต่คุณหญิงดาริการู้ดี ภายใต้ท่าทีเรียบง่าย พรพิเศษเป็นคนหนักแน่นและมีสติ หากต้องมีใครสักคนยืนเคียงข้างตฤณในวันนี้...เธอเลือกพรพิเศษ

คุณหญิงดาริกาเดินออกจากห้องรับรองมุ่งตรงขึ้นชั้นสอง ทันทีที่เธอปรากฏตัวหน้าประตู เสียงสะอื้นของเพื่อนเจ้าสาวก็เงียบลง เธอกวาดตามองห้อง ชุดเจ้าสาวยังแขวนอยู่หน้ากระจก โทรศัพท์มือถือวางอยู่ที่เดิม

“พาเพื่อนหนูนับดาวออกไปก่อน” น้ำเสียงเธอราบเรียบ “ฉันขอคุยกับพริกแกงตามลำพัง”

เมื่อประตูปิดลง ในห้องเหลือเพียงผู้หญิงสองคน

คุณหญิงดาริกาสบตาพรพิเศษ ท่าทีเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าในแววตา

“น้าไม่ควรขอแบบนี้เลย...” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว “แต่น้าคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะพึ่งใคร”

“คุณน้าหมายความว่ายังไงคะ” พรพิเศษขมวดคิ้ว

คุณหญิงดาริกาสูดลมหายใจลึก “น้า...อยากให้พริกแกงเป็นเจ้าสาวของตฤณ”

พรพิเศษชะงัก ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

กึก...กึก...

พลอากาศเอกเชิดชายก้าวเข้ามาหยุดกลางห้อง ใบหน้าเรียบตึง เขามองชุดเจ้าสาวที่แขวนอยู่ ก่อนหันมาจ้องหน้าบุตรสาวคนโต

“ใส่ชุดนั้น”

“พ่อคะ...”

“แกต้องแต่งงานกับตฤณ” น้ำเสียงของเขาไม่ดัง แต่เด็ดขาด“เกียรติของสว่างบดินทร์จะเสียไม่ได้”

พรพิเศษมองผู้เป็นพ่อเงียบ ๆ สำหรับเขา เธอคงเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งไว้แก้สถานการณ์ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก

“การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะคะ” น้ำเสียงเธอราบเรียบ “มันคือชีวิตทั้งชีวิตของพริก” เธอสบตาเขาโดยไม่หลบ “แล้วคุณตฤณก็รักนับดาว ไม่ได้รักพริก”

เชิดชายขบกรามแน่น “อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง แต่วันนี้...ถ้าไม่มีเจ้าสาว คนที่เสียหน้าไม่ใช่แค่ฉัน แต่เป็นพวกเราทั้งสองตระกูล”

พรพิเศษเม้มปากแน่น เธอรู้ดี...นี่คือคำสั่ง

“พริกแกง...” คุณหญิงดาริกาก้าวเข้ามาจับมือเธอไว้ ฝ่ามือสั่นเทา“น้ารู้ว่าไม่มีสิทธิ์ขอ” ดวงตาคุณหญิงแดงก่ำ “แต่ถือว่าช่วยน้า...ช่วยรักษาเกียรติพี่ตฤณด้วยเถอะนะลูก ข้างล่างมีแต่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใหญ่ระดับประเทศ ถ้าวันนี้งานแต่งล่ม ตฤณจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”

พรพิเศษก้มมองมือที่กุมเธอไว้แน่น “หนูไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นแค่ตัวแทน น้าสัญญาว่าตฤณจะจดทะเบียนสมรสกับหนู หนูจะเป็นสะใภ้หิรัญรักษ์อย่างถูกต้องทุกอย่าง” พรพิเศษสูดลมหายใจ “แต่ว่า...”

“ไม่มีเวลาแล้ว” พลอากาศเอกเชิดชายตัดบท “เปลี่ยนชุดซะ ฉันกับคุณดาริกาจะลงไปรอข้างล่าง”

บทถัดไป