บทที่ 11 11.รักยุ่ง ๆ
รถแท็กซี่จอดเทียบหน้าประตูเหล็กดัดของบ้านสว่างบดินทร์ตอนสี่โมงเย็นเศษ คฤหาสน์หลังใหญ่ดูทึมเทาและอ้างว้างกว่าทุกวัน เมื่อวานเวลานี้...บ้านแทบลุกเป็นไฟด้วยความโกลาหล แต่วันนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิท ไร้เสียงคนงาน พรพิเศษก้าวลงจากรถ เดินผ่านลานหน้าบ้านที่ยังเหลือร่องรอยงานแต่ง ซุ้มกล้วยไม้สีขาวเริ่มเหี่ยวเฉา โครงเต็นท์เพิ่งถูกรื้อไปครึ่งเดียว และกลีบกุหลาบช้ำถูกเหยียบจมดินตามทางเดิน
เธอชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นตั่งรดน้ำสังข์ถูกยกหลบไว้ใต้บันได ภาพเมื่อวานย้อนกลับมาในพริบตา มงคลแฝดบนศีรษะ ชุดไทยศิวาลัยที่รัดแน่นจนหายใจไม่ออก สายสิญจน์ น้ำสังข์และปลายนิ้วเย็นชาของผู้ชายที่ไม่เคยมองหน้าเธอเลยตลอดพิธี
เมื่อวาน...เธอคิดว่าตัวเองกำลังช่วยครอบครัวกู้วิกฤต แต่วันนี้ความจริงเปลี่ยนทุกอย่าง หากนับดาวตั้งใจทิ้งงานแต่ง มันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการตัดสินใจที่จงใจ และคนที่ต้องรับผลทั้งหมด...คือเธอ พรพิเศษเม้มริมฝีปากแน่นก่อนก้าวเดินต่อ และทันทีที่พ้นโถงรับแขก
“คุณพริก!” ป้าจวนรีบเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอ ดึงหลบหลังเสา หญิงสูงวัยชะโงกมองซ้ายขวา ก่อนลดเสียงลง “วันนี้อย่าเพิ่งเข้าไปหาคุณท่านนะคะ”
“เกิดอะไรขึ้นคะ” พรพิเศษขมวดคิ้ว
“คุณท่านกลับมาตอนเช้า เข้าห้องทำงานแล้วยังไม่ออกมาเลยค่ะ” ป้าจวนกลืนน้ำลาย “เมื่อคืนท่านออกตามหาคุณดาวทั้งคืน ไม่ได้นอน ไม่ยอมกินอะไร ได้ยินแต่เสียงโทรศัพท์”
พรพิเศษพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย “พริกแค่มาเก็บเสื้อผ้ากับของใช้ค่ะ เดี๋ยวก็กลับ คงไม่ได้รบกวนคุณพ่อ”
หญิงสาวเดินขึ้นชั้นสอง มุ่งหน้าไปห้องนอนเล็กสุดทางเดิน แต่เมื่อผ่านห้องนับดาวก็ชะงัก ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย พรพิเศษผลักมันออกช้า ๆ ภายในห้องยังเรียบร้อย เตียงตึงเปรี๊ยะ ผ้าม่านถูกรวบไว้ แจกันดอกลิลลียังสดใหม่ เหมือนเจ้าของห้องแค่ออกไปข้างนอก
เธอก้าวเข้าไป สายตาหยุดที่โต๊ะเครื่องแป้ง มุมหนึ่งว่างเปล่า...ตรงนั้นเคยเป็นที่วางกล่องเครื่องสำอางลิมิเต็ดที่นับดาวหวง เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน ดึงลิ้นชักบนสุดออก แฟ้มและสมุดบัญชียังอยู่ แต่ช่องเสียบพาสปอร์ต...ว่างเปล่า เธอหันไปเปิดตู้ เสื้อผ้าแขวนเป็นระเบียบ แต่ช่องล่างสุด...กระเป๋าเดินทางหายไป
พรพิเศษยืนนิ่ง กวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง เครื่องสำอางบางส่วนหายไป พาสปอร์ตหายไป กระเป๋าเดินทางหายไป เธอหลับตาลง คำพูดของจันทร์กระพ้อผุดขึ้นในหัว
“ธามก็หายเหมือนกัน”
ตามมาด้วยภาพตฤณเมื่อคืน ผู้ชายที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งคืน เปิดแผนที่ เช็กกล้องวงจรปิด โทรหาโรงพยาบาลทุกแห่ง เพราะเชื่อว่านับดาวรอให้เขาช่วย พรพิเศษเม้มปากแน่น ถ้าหลักฐานในห้องนี้ไม่โกหก คนที่ตฤณกำลังตามหา...อาจไม่ได้รอความช่วยเหลือจากเขาเลย
เธอใช้เวลาเก็บของที่บ้านสว่างบดินทร์ไม่นานก็เดินทางกลับบ้านหิรัญรักษ์พร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็กอยู่ในมือ พรพิเศษก้าวขึ้นบันได หมูกรอบเดินตามมาติด ๆ เมื่อผ่านห้องทำงานที่แง้มประตูไว้ เธอก็ชะงัก แสงจากจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบเสี้ยวหน้าตฤณ เขายังอยู่ในชุดทำงาน เนกไทถูกคลายออกลวก ๆ แก้วกาแฟบนโต๊ะว่างเปล่า แฟ้มเอกสารกระจัดกระจาย เสียงเขาลอดออกมา
“ครับผู้กำกับ ช่วยเช็กกล้องเส้นทางออกนอกเมืองอีกครั้ง” ปลายสายพูดบางอย่าง ตฤณตอบกลับทันที “ไม่ครับ เธอไม่ได้หนี ต้องมีคนพาตัวไป หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุ”
ภาพพาสปอร์ต กระเป๋าเดินทาง และคำพูดของจันทร์กระพ้อผุดขึ้นพร้อมกัน พรพิเศษขยับเข้าไปอีกก้าว ริมฝีปากเผยอ
“...คุณตฤณ” เสียงนั้นแผ่วเบา
ชายหนุ่มไม่ได้หันมา เขากดโทรศัพท์หาอีกสายทันที “เช็กทั่วทุกที่หรือยัง”
พรพิเศษกำมือแน่น เธอสูดลมหายใจเตรียมจะเรียกเขาอีกครั้ง แต่ประโยคต่อมากลับทำให้เธอชะงัก
“ผมเชื่อนับดาว เธอไม่มีวันทำแบบนั้น และถ้าใครใส่ร้ายเธอ ผมไม่ยอมอยู่เฉยแน่”
พรพิเศษหลุบตาลง ปลายนิ้วที่กำสายกระเป๋าแน่นจนซีดขาว ค่อย ๆ คลายออก เธอถอยหลัง แล้วหมุนตัวเดินกลับไปเงียบ ๆ คำพูดของเขาทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากความเงียบ
ห้องทำงานของตฤณเปิดไฟสว่างเพียงห้องเดียว แฟ้มเอกสาร ภาพจากกล้องวงจรปิด และแผนที่กระจายเต็มโต๊ะ ขัดกับนิสัยเจ้าระเบียบของเขาอย่างสิ้นเชิง นิ้วแกร่งเลื่อนภาพในแท็บเล็ตซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยุด...ขยาย...ย้อนกลับ...เล่นใหม่ ภาพสุดท้ายของนับดาวที่เดินผ่านโถงบ้านถูกเปิดดูนับครั้งไม่ถ้วน เขาเพ่งมอง หวังจะพบรายละเอียดที่ทุกคนมองข้าม
ครืด...โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น ชื่อเพื่อนร่วมฝูงบินที่ช่วยประสานงานกับตำรวจปรากฏขึ้น ตฤณรีบรับสายทันที
“ว่าไง”
ปลายสายเงียบไปอึดใจ “ยังไม่เจอ”
เป็นคำตอบเดิมที่เขาได้ยินมาตลอดวัน ตฤณหลับตา สูดลมหายใจลึกพลางบีบสันจมูก “ถ้ามีอะไร...โทรหาฉันทันที”
เขาวางสาย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง สายตาคมเหลือบมองแหวนแต่งงานบนมือซ้าย แสงโคมไฟสะท้อนโลหะวาววับ เขากำมือแน่น หวังประวิงความเจ็บปวดกลางอกให้จมหายไป โดยไม่รู้เลยว่า...คนที่เขากำลังพลิกแผ่นดินหา กำลังปลอดภัยอยู่ไกลออกไป แหวนแต่งงานเย็นเฉียบกดลึกลงบนนิ้วนาง
“คุณไปอยู่ที่ไหนนะดาว”
