บทที่ 12 12.พริกแกงแอนด์เดอะแก๊งค์
เข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาชี้เลขห้า พรพิเศษยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองออกไปนอกกระจก แล้วลมหายใจก็สะดุด ตฤณกำลังวิ่งอยู่กลางสนาม จังหวะฝีเท้าเขาสม่ำเสมอเหมือนที่เธอเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน เขายังเป็นคนเดิม คนที่ใช้วินัยแทนการระบายความรู้สึก
พรพิเศษยืนนิ่งอยู่หลังบานกระจก มองเขาเต็มตาเป็นครั้งแรก ในมุมที่เขาไม่เห็น แววตาที่เคยปั้นให้เรียบเฉยกลับทอประกาย ความรู้สึกที่กดทับมาหลายปีเริ่มเผยออก เธอไล่สายตามองหยาดเหงื่อบนสันกรามและแนวไหล่กว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้น การได้เฝ้ามองโดยไม่เรียกร้อง คือความสุขเล็ก ๆ ที่คนแอบรักอย่างเธออนุญาตให้ตัวเองมี
ในจังหวะหนึ่งเหมือนเขารับรู้ได้ถึงกระแสสายตาที่จ้องมองนิ่งงันของเธอ ฝีเท้าสม่ำเสมอคู่นั้นจึงชะลอช้าลงพลางหันหน้ามองมาทางหน้าต่างห้องครัว ดวงตาคมสบสายตากับเธอพอดี
พรพิเศษสะดุ้ง มือที่ประคองแก้วกาแฟบีบแน่นขึ้น เธอเตรียมหลบตาด้วยความเคยชิน แต่ตฤณไม่ได้แสดงท่าทีหมางเมินเหมือนเมื่อคืน เขายืนนิ่ง หอบหายใจเบา ๆ แล้วผงกศีรษะให้ครั้งหนึ่ง ก่อนหันกลับไปวิ่งต่อ พรพิเศษมองแผ่นหลังกว้างจนลับสายตา กาแฟในมือยังอุ่น...แต่รอยยิ้ม บาง ๆ บนใบหน้ากลับอุ่นกว่า
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กลิ่นข้าวต้มและกาแฟลอยมาจากห้องอาหาร ตฤณในชุดเครื่องแบบทหารอากาศก้าวลงมาชั้นล่าง ตั้งใจมากินมื้อเช้าก่อนไปกองบิน แต่เมื่อเดินผ่านโถงทางเชื่อมโรงรถ เสียงโลหะกระทบกันพร้อมบทสนทนาทำให้ฝีเท้าเขาชะงัก ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหลังเสา มองออกไปยังลานจอดรถ
พรพิเศษคุกเข่าอยู่ข้างรถยุโรปของเขา เธออยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์ม แขนเสื้อถูกถกขึ้นลวก ๆ ผมยาวรวบเป็นมวยหลวมด้วยกิ๊บตัวเดียว ปอยผมหลุดปรกแก้มที่เปื้อนคราบจาระบี ลุงชม คนขับรถประจำบ้านยืนหน้าร้อนใจอยู่ข้าง ๆ
“เดี๋ยวผมเรียกช่างจากศูนย์ดีกว่าครับคุณพริก”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ยางรั่วเอง เดี๋ยวพริกเปลี่ยนใส่ยางอะไหล่แล้วค่อยเอายางไปปะได้ค่ะ” เธอเอ่ยง่าย ๆ ก่อนเลื่อนแม่แรงเข้าใต้ท้องรถอย่างคล่องแคล่ว เพียงครู่เดียวก็หาตำแหน่งรองรับน้ำหนักได้ถูกต้อง
ตฤณเลิกคิ้วมองการทำงานของหญิงสาวที่ไม่ได้ลองผิดลองถูก แต่รู้ว่าต้องวางตรงไหน ประแจกากบาทถูกหมุนเข้ากับน็อตล้อ ออกแรงครั้งเดียวแล้วหยุด ก่อนขยับเท้าเหยียบด้ามประแจเพื่อเพิ่มแรงกด
กึก...น็อตตัวแรกคลายออก ตามด้วยตัวที่สองและสาม ทุกจังหวะต่อเนื่องเหมือนทำมานับครั้งไม่ถ้วนก่อนยางล้ออะไล่จะถูกใส่กลับเข้าไปแทนที่ เธอไม่ได้รีบขันน็อตให้แน่นทีละตัว แต่ขันสลับตำแหน่งเป็นรูปกากบาททีละนิด แล้วจึงไล่ขันซ้ำอีกรอบ ตฤณมองนิ่ง...คนที่ไม่เคยจับเครื่องมือไม่มีทางรู้วิธีนี้
ลุงชมรับล้อเก่าไปเก็บ พรพิเศษเผลอยกหลังมือปาดเหงื่อ คราบจาระบีจึงเปื้อนแก้มหนักกว่าเดิม
“เลอะหมดแล้วครับคุณพริกแกง” ลุงชมหลุดหัวเราะ
หญิงสาวหัวเราะตาม ใช้แขนเสื้อเช็ดแก้มจนยิ่งเลอะกว่าเก่า เจ้าหมูกรอบเดินเข้ามาเห่าเสียงสั้น ๆ แล้วเอาหัวดุนข้อศอกเธอจนเสียหลักนั่งลงกับพื้น
“โอ๊ย...หมูกรอบ” เธอหัวเราะ ขยี้หัวมันเบา ๆ โดยไม่สนว่ากางเกงจะเปื้อนฝุ่น
ภาพนั้นทำให้ตฤณนิ่งไปชั่วขณะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ห่วงเสื้อผ้า ไม่รังเกียจคราบน้ำมัน และไม่ลังเลที่จะลงมือทำงานหนัก มันต่างจากภาพผู้หญิงทะเยอทะยานที่เขาคิดไว้ แต่แทนที่จะเชื่อสิ่งที่เห็น ความคิดอีกด้านกลับหาเหตุผลมาหักล้าง...บางทีเธออาจแค่เคยเรียนรู้มา หรือกำลังสร้างภาพให้คนในบ้านเห็น
ตฤณละสายตาจากลานจอดรถ หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน แต่ภาพหญิงสาวที่นั่งหัวเราะกับหมูกรอบพร้อมคราบจาระบีเปื้อนแก้ม กลับติดอยู่ในหัว เป็นครั้งแรก...ที่เขาเริ่มหาคำอธิบายให้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะอาหาร ข้าวต้มร้อน ๆ และกาแฟดำวางรออยู่ เขาหยิบช้อนคนข้าวต้มช้า ๆ ปล่อยให้ไอร้อนลอยกระทบใบหน้า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน พรพิเศษเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยภาพลักษณ์ที่ต่างจากเมื่อคืน เธอไม่ได้สวมชุดเดรส แต่สวมเสื้อนักศึกษาพอดีตัว ทับด้วยเสื้อช็อปสีเลือดหมูของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์สีเข้มกับรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ผมยาวรวบเป็นหางม้าสูง เผยใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลา มีเพียงกลิ่นสบู่จาง ๆ แทนที่กลิ่นน้ำมันเครื่องเมื่อครู่
กระเป๋าเป้สีเข้มสะพายอยู่บนไหล่ข้างหนึ่ง เธอยกมือไหว้คุณหญิงดาริกาที่หัวโต๊ะ ก่อนค้อมศีรษะให้ตฤณตามมารยาท ขณะที่เขาผงกศีรษะรับสั้น ๆ สายตาคมหยุดอยู่ที่เสื้อช็อปของเธอนานกว่าปกติ เขาไล่มองตราสัญลักษณ์คณะวิศวกรรมศาสตร์บนอกเสื้อ ก่อนละสายตากลับมาที่ถ้วยกาแฟโดยไม่พูดอะไร
พรพิเศษนั่งลงเงียบ ๆ ตักข้าวต้มเข้าปากทีละคำ พยายามจดจ่ออยู่กับอาหาร แต่แรงกดดันจากผู้ชายฝั่งตรงข้ามกลับทำให้เธอแทบไม่รับรู้รสชาติ มื้ออาหารดำเนินไปในความเงียบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยเป็นระยะ คุณหญิงดาริกาวางถ้วยชา ปรายตามองลูกชายสลับกับลูกสะใภ้
“บ่ายนี้ต้องกลับไปประจำการแล้วสินะ”
“ครับ” เขาตอบโดยไม่เงยหน้า
คุณหญิงพยักหน้า หันมาทางพรพิเศษ “ถ้าอย่างนั้น เช้านี้ตฤณไปส่งหนูพริกที่มหาวิทยาลัยก็แล้วกัน”
