บทที่ 2 2.ทางแยกที่ต้องเลือก
ไม่มีคำปลอบใจ ไม่มีคำถามว่าเต็มใจหรือไม่ มีเพียงคำสั่ง ห้องเงียบสงัด พรพิเศษมองชุดไทยหน้ากระจก เธอมีเหตุผลมากมายที่จะปฏิเสธ ไม่ควรเป็นตัวแทนใคร ไม่ควรแต่งงานโดยไร้คำขอจากเจ้าบ่าว แต่เมื่อเงยหน้า เธอเห็นผู้เป็นพ่อ เห็นน้ำตาคุณหญิงดาริกา และนึกถึงชายชั้นล่างที่กำลังตกเป็นเป้าสายตา ทั้งที่เขาไม่ใช่คนผิด เธอหลับตาลง ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง
“ค่ะ” เสียงตอบรับแผ่วเบา “พริกจะเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้”
พลอากาศเอกเชิดชายพยักหน้า ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้อง
คุณหญิงดาริกาบีบมือเธอแน่น “ขอบใจนะลูก”
เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองเดินจากไปพร้อมโทรศัพท์ของนับดาว ห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงพรพิเศษกับชุดเจ้าสาวหน้ากระจก เธอมองมันนิ่ง ก่อนค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อเพื่อนเจ้าสาวทีละเม็ด
ที่ห้องรับรองเจ้าบ่าว...
แม้มีเสียงวุ่นวายจากโถงด้านนอก แต่ในห้องกลับเงียบสงัด ตฤณยืนหน้ากระจก ค่อย ๆ ติดกระดุมเครื่องแบบทหารเต็มยศทีละเม็ด บนโต๊ะเครื่องแป้ง สมาร์ตโฟนของนับดาววางอยู่เคียงข้างโทรศัพท์ของเขา ตฤณไม่แตะต้องมัน ในหูยังมีเสียงรายงานผ่านหูฟังสื่อสาร
“ชุดหนึ่งตรวจครบทุกเส้นทางแล้ว ยังไม่พบตัวครับ”
“ชุดสองกำลังเช็กกล้องวงจรปิดรอบนอก”
ประตูเปิดออก นายทหารรุ่นน้องก้าวเข้ามาทำความเคารพ
“แขกประจำที่เกือบหมดแล้วครับหมวด ฝ่ายรักษาความปลอดภัยยังไม่พบเบาะแส”
ตฤณมองภาพสะท้อนในกระจก “ขยายพื้นที่ค้นหาอีกห้ากิโลเมตร”
“ครับ”
“เช็กโรงพยาบาลทุกแห่งซ้ำด้วย” นายทหารหนุ่มรับคำสั่งก่อนรีบออกไป เขาจัดอินทรธนูให้เข้าที่ สายตายังจับจ้องกระจก ตราบใดที่ไร้หลักฐาน เขาไม่เชื่อว่านับดาวจะหนี
ประตูเปิดอีกครั้ง คุณหญิงดาริกากับพลอากาศเอกเชิดชายก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ไม่มีใครถามถึงการค้นหา
“เหลืออีกสิบห้านาที” คุณหญิงดาริกาเอ่ย
ตฤณหันกลับมา “งานแต่งวันนี้ยกเลิกครับแม่” น้ำเสียงเขาเด็ดขาด “จนกว่าจะเจอตัวดาว ผมจะไม่เข้าพิธี”
ห้องตกอยู่ในความเงียบ เชิดชายหลับตาลง ส่วนคุณหญิงดาริกามองลูกชายนิ่ง ก่อนเอ่ยสั้น ๆ
“เจ้าสาว...มาแล้ว”
ตฤณชะงัก ขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงครับ”
คุณหญิงดาริกาสบตาลูกชาย “คนที่จะเดินออกไปกับลูก...ไม่ใช่นับดาว”
เสียงขาบันไดอะลูมิเนียมกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนทั่วโถง ช่างจัดดอกไม้ค่อย ๆ ปลดตัวอักษรสีทองชื่อ 'นับดาว' ออกจากซุ้มดอกพุดซ้อน ขณะที่ทีมงานอีกคนรีบส่งตัวอักษรชุดใหม่ขึ้นไปแทน ไม่มีใครกล้าถาม ทุกคนเพียงทำตามคำสั่งให้เร็วที่สุด
ออร์แกไนเซอร์ก้มมองนาฬิกาสลับกับพิธีกรที่กำลังแก้สคริปต์สด ๆ เวลาทุกวินาทีผ่านไปพร้อมความกดดันที่เพิ่มขึ้น
แกร็ก...
บานประตูห้องเจ้าสาวเปิดออก พรพิเศษก้าวออกมาในชุดไทยศิวาลัยสีงาช้าง ชุดเดียวกับที่นับดาวควรสวม มือเธอเย็นเฉียบจนต้องกำชายผ้าแน่น เธอเดินผ่านทีมงานที่วิ่งสับเปลี่ยนคิวงาน ผ่านสายตานับสิบที่รีบหลบเมื่อสบตา ก่อนเงยหน้ามองซุ้มพิธีกลางโถง ตัวอักษรสีทองชุดใหม่ถูกแขวนเข้าที่แล้ว
ตฤณ & พรพิเศษ
พรพิเศษหยุดเดิน สายตานิ่งค้างที่ชื่อตัวเอง เธอรู้ทันทีว่าไม่มีทางหันหลังกลับได้อีก หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนก้าวตรงไปห้องรับรองเจ้าบ่าว ประตูแง้มอยู่ เสียงตฤณดังลอดออกมา ห้องตกอยู่ในความเงียบ ก่อนพลอากาศเอกเชิดชายจะเอ่ยเสียงเรียบ
“เราไม่ยกเลิกงาน” เขามองว่าที่ลูกเขย “เรา...เปลี่ยนเจ้าสาว”
ตฤณขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงครับ”
เชิดชายหันมองประตู “เข้ามาสิ”
พรพิเศษผลักประตูแล้วก้าวเข้าไปในห้อง ตฤณขบกรามแน่น เขากำลังจะแย้งว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าการตามหานับดาว แต่เมื่อหันไปมอง พรพิเศษยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเจ้าสาว ไม่มีน้ำตา ไม่มีการขัดขืน ไม่มีแม้แต่คำปฏิเสธ
พลอากาศเอกเชิดชายเอ่ยเสียงเด็ดขาด “พริกแกงยินยอมเข้าพิธีแทนนับดาว”
ตฤณมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง เขาไม่ถามว่าเธอถูกบังคับหรือเต็มใจ เพราะการที่เธอยืนอยู่ตรงนี้คือคำตอบ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาขณะที่ พรพิเศษกลั้นหายใจเมื่อระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์คุ้นเคยทำเอาหัวใจเต้นแรง
“ถ้าคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้จะทำให้ได้สิ่งที่ต้องการ...” ตฤณจ้องหน้าเธอ “คุณคิดผิด” เขาโน้มตัวลงกระซิบ “อย่าสับสนระหว่างทะเบียนสมรสกับความรู้สึกของผม” ตฤณผละออก แล้วเดินผ่านเธอไปทันที
พรพิเศษยืนนิ่ง ปลายนิ้วกำชายสไบแน่นจนยับย่น ชุดเจ้าสาวนี้ไม่ได้ตัดเย็บมาเพื่อเธอ เช่นเดียวกับผู้ชายคนนั้นที่ไม่เคยเลือกเธอ สำหรับเธอ คำพูดนั้นไม่ใช่การดูถูก แต่คือการประกาศความซื่อสัตย์ต่อผู้หญิงที่เขารัก เธอไม่โกรธ หากเป็นเธอก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน พรพิเศษมองแผ่นหลังกว้าง พลางตอบเขาในใจ
ฉันรู้ว่าคุณรักนับดาว ฉันไม่เคยคิดจะแย่งคุณ และไม่ได้สร้างเรื่องทั้งหมดนี้
เธอสูดลมหายใจลึก บอกตัวเองว่าจะทำหน้าที่เจ้าสาวตัวแทนให้ดีที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าในสายตาเขา เธอกลายเป็นผู้หญิงอีกแบบไปแล้ว
ตฤณมองตามแผ่นหลังหญิงสาวที่เดินออกจากห้อง ในชุดไทยที่ควรเป็นของนับดาว เธอไม่ร้องไห้ ไม่แสดงความเป็นห่วงน้องสาว และไม่ปฏิเสธ เขาหลับตาลง ภาพเหตุการณ์เรียงร้อยในหัว พี่สาวต่างแม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ได้เพียงปีเดียว ไม่ได้สนิทสนมกับนับดาว แต่วันที่น้องสาวหายตัวไป เธอกลับสวมชุดเจ้าสาวออกมายืนแทน...โดยไม่มีคำว่า “ไม่แต่ง” หลุดจากปากแม้แต่คำเดียว
