บทที่ 4 4.เข้าพิธี

ตฤณไม่ได้ถามเธอ เพราะเขาคิดว่าตัวเองได้คำตอบแล้ว ผู้หญิงคนนี้เลือกคว้าโอกาสที่คนอื่นทำหล่นงานวันนี้ไม่ใช่งานแต่งธรรมดา แขกที่นั่งอยู่ด้านนอกคือผู้บังคับบัญชาของเขา นักการเมืองระดับประเทศ และบุคคลสำคัญอีกนับไม่ถ้วนแต่เธอกลับยอมรับทุกอย่างอย่างสงบนิ่ง สำหรับตฤณ...ความนิ่งนั้นไม่ใช่ความเสียสละ แต่มันคือการเตรียมตัวมาอย่างดี

ชายหนุ่มละสายตาจากร่างในชุดเจ้าสาว ความรู้สึกสุดท้ายทีหลงเหลืออยู่ในใจ ไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความผิดหวัง เขาเกลียดคนที่สร้างความสุขของตัวเองบนความทุกข์ของคนอื่น และนับจากวันนี้ ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ต่างกัน

 พรพิเศษยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ของห้องพิธี น้ำหนักของชุดไทยศิวาลัยและเครื่องทองโบราณกดทับลงบนหัวไหล่ แต่ยังไม่หนักเท่าคำพูดของตฤณเมื่อครู่

“อย่าสับสนระหว่างทะเบียนสมรสกับความรู้สึกของผม”

เธอหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเจ็บแผ่ซ่านอยู่ในอกเพียงครู่เดียว ก่อนสูดลมหายใจลึกแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ได้พูดผิดหากสลับกันเป็นเธอ...ก็คงไม่อาจยอมรับคนที่มาแทนคนรักได้เหมือนกัน

มุมปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ไม่ใช่เพราะมีความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เลือกยอมรับความจริง เธอไม่เคยคิดจะแย่งเขามาจาก    นับดาว ไม่เคยคิดใช้การแต่งงานครั้งนี้เพื่อเรียกร้องหัวใจของเขา สิ่งเดียวที่เธอทำได้ คือเดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

เสียงปี่พาทย์มงคลดังแว่วมาจากภายในห้องพิธี ตามด้วยเสียงพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ที่กังวานสม่ำเสมอ เจ้าหน้าที่พิธีเปิดบานประตูออกช้า ๆ แสงจากห้องพิธีสาดเข้ามาจนต้องหรี่ตา เบื้องหน้าคือแขกผู้มีเกียรตินับร้อยคน ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี ต่างนั่งประจำที่อย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครรู้ว่า เจ้าสาวที่กำลังจะก้าวเข้าไป ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิม

พรพิเศษกำชายสไบแน่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนก้าวเท้าเข้าไปในฐานะเจ้าสาวของตฤณ ทั้งที่หัวใจของเขาไม่เคยเป็นของเธอเลย ในสายตาของแขกผู้มีเกียรติ งานมงคลสมรสครั้งนี้ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงพระสวดกังวาน ดอกพุดซ้อนสีขาวส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ เสียงชัตเตอร์ดังเป็นระยะ บันทึกภาพเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่นั่งเคียงกันบนตั่งรดน้ำสังข์ มีเพียงคนสองคนบนตั่งนั้นเท่านั้นที่รู้ว่านี่ไม่ใช่งานแต่งที่ควรเกิดขึ้น

“เจ้าบ่าวครับ มองเจ้าสาวนิดหนึ่งครับ” ช่างภาพยกกล้องขึ้นเตรียมกดชัตเตอร์

ตฤณไม่ขยับ สายตาของเขายังคงมองตรงไปยังพระเถระเบื้องหน้า ราวกับไม่มีผู้หญิงอีกคนกำลังนั่งอยู่เคียงข้าง

ช่างภาพหัวเราะแห้ง ๆ “มองกันหน่อยครับ เดี๋ยวรูปออกมาไม่สวย”

ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนเสียงของคุณหญิงดาริกาจะดังขึ้นจากด้านหลัง “ตฤณ”

เพียงคำเดียว ตฤณจึงหันหน้าไป แต่สายตาของเขาหยุดอยู่แค่เครื่องประดับบนหน้าผากของเจ้าสาว ไม่เคยสบตาเธอแม้แต่วินาทีเดียว ขณะที่พรพิเศษคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้กล้อง รอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้ว่าต้องใช้แรงฝืนมากเพียงไหน

“ต่อไปเชิญเจ้าบ่าวสวมแหวนครับ” พิธีกรประกาศ

พานทองถูกยกเข้ามา ตฤณหยิบแหวนเพชรขึ้นจากพาน แหวนวงนี้เขาเคยตั้งใจจะสวมให้นับดาว พรพิเศษยื่นมือซ้ายออกไปอย่างเงียบ ๆ ปลายนิ้วของทั้งสองควรสัมผัสกัน แต่ตฤณกลับใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับเพียงปลายนิ้วนางของเธอไว้หลวม ๆ เว้นระยะ ราวกับไม่ต้องการให้ผิวของทั้งคู่แตะกันแม้แต่นิดเดียว หลังสวมแหวน ตฤณปล่อยมือทันที

พรพิเศษรับรู้ถึงความเย็นชาที่ส่งผ่านปลายนิ้วนั้น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอไม่เคยสั่นไหว

ช่างภาพเอ่ย “จับมือเจ้าสาวนิดครับ”

“ไม่จำเป็น”

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นต่อเนื่อง ก่อนพิธีรดน้ำสังข์จะดำเนินไปจนจบ ไม่มีแขกคนใดล่วงรู้ว่าภายใต้ภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่นั่งเคียงกันนั้น ต่างฝ่ายต่างเว้นระยะห่างราวกับเป็นคนแปลกหน้า มีเพียงคุณหญิงดาริกาที่นั่งอยู่ไม่ไกล สังเกตเห็นทุกอย่าง เห็นมือของลูกชายที่รีบชักกลับหลังสวมแหวน เห็นรอยยิ้มของพรพิเศษที่พยายามประคองไว้ไม่ให้ใครจับพิรุธได้ หญิงวัยกลางคนได้แต่เก็บความหนักใจไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง เมื่อเสร็จพิธีสงฆ์ แขกผู้ใหญ่ทยอยลุกขึ้นเตรียมเดินทางกลับ ทีมงานเริ่มเคลื่อนโต๊ะ เก็บพาน และจัดขบวนส่งแขก ขณะที่ทุกคนคาดว่าเจ้าสาวคนใหม่คงทำอะไรไม่ถูก.พรพิเศษกลับก้าวเข้าไปช่วยงานทันที

เธอรับถาดน้ำจากแม่บ้าน ยกเข้าไปถวายพระสงฆ์อย่างคล่องแคล่ว ก่อนรีบเดินไปประคองคุณยายฝ่ายเจ้าบ่าวที่กำลังลุกจากเก้าอี้

“ค่อย ๆ นะคะคุณย่า”

หญิงชรายิ้มเอ็นดู พลางลูบมือเธอเบา ๆ “ขอบใจนะหนู”

พรพิเศษเพียงยิ้มรับ ก่อนหันไปยกมือไหว้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่กำลังเดินผ่าน

“สวัสดีค่ะ ท่านผู้บัญชาการ สวัสดีค่ะ คุณหญิง” ทุกคำเรียกถูกต้อง ทุกกิริยาสุภาพพอดี ไม่มีความประหม่า ไม่มีความลนลาน ราวกับเธอเติบโตมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ

“ลูกสาวคนโตของบ้านสว่างบดินทร์ใช่ไหม...วางตัวดีนะ”

“เด็กคนนี้น่ามองกว่านับดาวอีก”

ตฤณยืนมองอยู่ห่าง ๆ สายตาเฝ้าติดตามทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว แต่ยิ่งเห็น...ความระแวงในใจก็ยิ่งหนักขึ้น คนที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวเป็นเจ้าสาวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ไม่ควรวางตัวได้เป็นธรรมชาติถึงขนาดนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป