บทที่ 5 5.เจ้าสาวสำรอง

“เด็กคนนี้มีสติดีนะ มารยาทก็ดี ไหว้สวย พูดจาฉะฉานเชียว” เสียงผู้ใหญ่คนหนึ่งเอ่ยชมขึ้นมา

“นั่นสิ วางตัวดีมาก ต่างจากนับดาวเลย”

เสียงชื่นชมดังแทรกจากวงสนทนา พรพิเศษเพียงยกมือไหว้รับด้วยรอยยิ้ม ก่อนก้าวเข้าไปประคองคุณย่าฝ่ายเจ้าบ่าวลงบันได

“ค่อย ๆ นะคะคุณย่า”

“ขอบใจนะหนู” หญิงชรายิ้มเอ็นดูพลางลูบหลังมือเธอ

ภาพนั้นตกอยู่ในสายตาตฤณ เขายืนนิ่งอยู่ริมเสา มือไพล่หลังตามความเคยชิน สายตายังจับจ้องเจ้าสาวคนใหม่ไม่วางตา คนอื่นอาจเห็นความอ่อนน้อม แต่เขาเห็นผู้หญิงที่รู้ว่าควรยิ้มกับใคร ไหว้ใคร พูดอะไร และทำตัวอย่างไรเพื่อเอาชนะใจคนทั้งงาน

เสียงชื่นชมยิ่งทำให้ใบหน้าตฤณตึงเครียด เขาไม่เชื่อว่าคนที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวเป็นเจ้าสาวเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน จะรับมือสถานการณ์ได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้ สำหรับเขา...นั่นไม่ใช่ไหวพริบ แต่คือการเตรียมตัวมาอย่างดี และเมื่อแขกผู้ใหญ่ทยอยกลับ ห้องรับรองวีไอพีก็ตกอยู่ในความเงียบ พลอากาศเอกเชิดชายลดโทรศัพท์ในมือลง สีหน้าเคร่งเครียด

“ตำรวจว่ายังไงบ้างคะ” คุณหญิงดาริกาถาม

“ยังไม่เจอตัว” คำตอบสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง “สั่งทุกคนไว้” เชิดชายหันไปสั่งผู้ช่วย “ห้ามเรื่องนี้หลุดถึงสื่อ ใครถามให้บอกว่านับดาวไม่สบาย กำลังพักผ่อน”

“ครับท่าน”

พรพิเศษยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง มือที่ประสานกันบีบแน่น เธออยากถามว่าเมื่อไหร่จะออกตามหานับดาว แต่สุดท้ายก็เลือกเงียบ เพราะรู้ดีว่าในห้องนี้ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งบิดา จังหวะนั้นเอง เสียงตฤณก็ดังขึ้น

“ผมมีเรื่องจะพูดครับ”

ทุกสายตาหันไปมอง ชายหนุ่มก้าวออกมา เขาไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ใช้อารมณ์ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและเด็ดขาด

“เวลานี้...ยังคิดเรื่องชื่อเสียงอีกหรือครับ” ทั้งห้องเงียบกริบ พลอากาศเอกเชิดชายชะงัก หันมองลูกเขย นี่เป็นครั้งแรกที่นายทหารหนุ่มผู้เคร่งครัด กล้าเอ่ยปากคัดค้านผู้ใหญ่ต่อหน้าทุกคน

พรพิเศษมองแผ่นหลังกว้างของตฤณนิ่ง เขาไม่ได้พูดถึงงานแต่งหรือห่วงเกียรติของตัวเอง สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการตามหานับดาว เธอเผลอยิ้มออกมา แม้คนที่เขาห่วงจะไม่ใช่เธอ แต่ความมั่นคงของผู้ชายคนนี้คือเหตุผลที่ทำให้เธอแอบรักเขามาตลอด

ตฤณหันกลับมาสบตาพอดี พรพิเศษรีบหุบยิ้มและหลบตา เธอเลือกที่จะยืนเงียบอยู่ข้างบิดา โดยไม่รู้เลยว่าในสายตาตฤณ...ความเงียบนั้นมีความหมายอีกแบบ

ผู้หญิงคนนี้ไม่คัดค้านการปิดข่าว และไม่แสดงความกังวล ตลอดเวลาที่อยู่ในห้อง เธอไม่เอ่ยถามสักคำว่า 'เจอนับดาวหรือยัง' ความเงียบและการทำหน้าที่เจ้าสาวแสนดีเมื่อครู่ ทำให้มุมปากของตฤณกระตุกหยัน ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชา

ตฤณละสายตาจากพรพิเศษ สำหรับเขาคำตอบชัดเจนแล้ว ผู้หญิงคนนี้เลือกรักษางานแต่งและสถานะของตัวเอง มากกว่าเป็นห่วงน้องสาว เขาหันกลับไปหาผู้ใหญ่ทั้งสอง

“ผมจะไปประสานงานกับตำรวจเองครับ”

ไม่มีใครรั้งไว้ ตฤณค้อมศีรษะก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้อง โดยไม่หันกลับมามองเจ้าสาวของตัวเองอีกเลย

พรพิเศษมองแผ่นหลังกว้างที่หายลับไปหลังบานประตู เธอไม่รู้เลยว่าความเงียบของตัวเองในวันนี้...ได้กลายเป็นคำตัดสินในสายตาของเขาไปแล้ว

หลายชั่วโมงต่อมา

พรพิเศษนั่งหน้ากระจก ช่างแต่งหน้ากำลังเปลี่ยนชุดเธอเป็นชุดราตรีสำหรับงานเลี้ยงค่ำ หญิงสาวปล่อยให้ทุกคนทำงานเงียบ ๆ สายตาหยุดที่เงาสะท้อน ปลายนิ้วลูบผ่านคริสตัลและไข่มุกบนผืนผ้าสีขาว ทุกฝีเข็มและเม็ดคริสตัลล้วนออกแบบมาเพื่อเจ้าสาวของตฤณ...แต่ไม่ใช่เธอ แม้ชุดจะพอดีตัว แต่เธอรู้สึกเหมือนกำลังสวมชีวิตคนอื่น ช่างแต่งหน้าทิ้งชายเวลผ้าไหมทูลล์ลงจากมวยผม

“เรียบร้อยค่ะ”

พรพิเศษลืมตา ผู้หญิงในกระจกสวยจนแทบจำตัวเองไม่ได้ เธอค่อย ๆ ลุกขึ้น จัดชายกระโปรง เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดี

“คุณเจ้าสาวคะ ได้เวลาแล้วค่ะ”

ประตูห้องจัดเลี้ยงเปิดออก เสียงดนตรีคลาสสิกแทรกเข้ามา พรพิเศษก้าวเข้าโถงงาน ฝีเท้ามั่นคง เสียงพูดคุยของแขกนับร้อยเบาลง หลายคนหันมองจนบทสนทนาหยุดค้าง หญิงสาวก้าวลงบันไดวนทีละขั้น ชายกระโปรงยาวกวาดผ่านพรมสีแดงเข้ม ไม่มีใครเอ่ยปาก แต่สายตาที่มองตามบอกทุกอย่าง

“หมวด...” นายทหารรุ่นน้องกระซิบ “พี่สาวเจ้าสาวตัวจริงเหรอครับ”

อีกคนพยักหน้า “ใช่”

“นึกว่าหน้าตาดีธรรมดา ตัวจริงไม่ธรรมดาเลย สวยเป็นบ้า”

“เบา ๆ” รุ่นพี่สะกิด “หมวดตฤณอยู่ตรงนั้น” ทุกคนรีบเงียบ

ตฤณได้ยินทุกคำ แต่ไม่หันไปมอง เขาเลื่อนสายตาไปหยุดที่ผู้หญิงในชุดเจ้าสาวเป็นครั้งแรกของคืน ยิ่งคนชื่นชมเธอมากเท่าไหร่ เขายิ่งคิดว่าผู้หญิงคนนี้หลอกคนเก่ง

“แถว...ตรง! เตรียมกระบี่... ทำ!”

เสียงสั่งการเฉียบขาดดังขึ้น กระบี่หลายสิบเล่มถูกชักจากฝัก ปลายกระบี่ตวัดไขว้กันเหนือพรมแดง สร้างซุ้มเกียรติยศทอดยาวสู่ประตูงาน ตฤณยืนรอที่จุดเริ่มต้นซุ้มกระบี่ แผ่นหลังเหยียดตรง พรพิเศษเดินมาหยุดเคียงข้าง เธอช้อนตามองใบหน้าคมคายที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้อารมณ์ ตามธรรมเนียม เจ้าบ่าวต้องยื่นแขนให้เจ้าสาวคล้องเพื่อเดินลอดซุ้มกระบี่ แต่...ตฤณกลับยืนนิ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป