บทที่ 7 7.ร่วมหอ

“ส่งแค่นี้พอ ให้บ่าวสาวพักผ่อนเถอะ ยืนรับแขกกันมาทั้งวันแล้ว” ป้าสมพิศเอ่ยพลางยิ้มเอ็นดูให้เจ้าสาว

“นั่นสิคะ” คุณหญิงดาริกาพยักหน้า ขยับเข้ามาแตะหลังมือพรพิเศษ “พักผ่อนนะลูก”

‘ลูก’ ลำคอพรพิเศษตีบตัน ตั้งแต่แม่จากไป ไม่มีใครเรียกเธอด้วยคำนี้อีกเลย เธอสูดลมหายใจลึก กะพริบตาถี่ไล่ความร้อนผ่าว ก่อนค้อมศีรษะ

“ขอบคุณค่ะ คุณน้า”

“ต้องเรียกว่าแม่สิ นับจากนี้หนูคือลูกสาวของพ่อกับแม่แล้วนะพริกแกง” คุณหญิงหันไปมองลูกชาย “ดูแลน้องดี ๆ ล่ะ”

ตฤณนิ่งและรับคำเพียงสั้น ๆ “ครับ”

พรพิเศษเผลอเหลือบมอง หวังจะเห็นอะไรสักอย่างบนใบหน้านั้นแต่ไม่มี ส่วนคุณหญิงดาริกายิ้มพอใจแล้วหันไปพยักหน้าให้ลูกชาย

ตฤณมองภาพนั้นด้วยสายตายากจะคาดเดา เขาไม่ได้ขัดจังหวะความชื่นมื่นของผู้ใหญ่ ทำเพียงค้อมศีรษะรับคำอวยพรสั้น ๆ รับบทลูกชายและเจ้าบ่าวอย่างสมบูรณ์แบบ

“ผมขออนุญาตนะครับ” เขาผลักประตูเปิดกว้าง พรพิเศษหันไปไหว้บิดาและญาติผู้ใหญ่ทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสูดลมหายใจลึก แล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในฐานะภรรยา

แขกผู้ใหญ่ทยอยเดินกลับลงไปชั้นล่าง เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไป ตฤณก้าวตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย แผ่นหลังกว้างบังแสงสว่างจากโถงทางเดิน มือหนาดึงประตูให้ปิดลงช้า ๆ

คลิก...

เสียงกลอนประตูล็อกดังแผ่วเบา ทันทีที่บานประตูตัดขาดโลกภายนอก ความเงียบงันเย็นเยียบก็เข้าปกคลุม รอยยิ้มตามมารยาทของตฤณเลือนหาย เหลือเพียงใบหน้าเรียบตึงและนัยน์ตาว่างเปล่า เขาไม่พูดอะไร ทำเพียงปลดกระดุมคอเสื้อเครื่องแบบออกช้า ๆ ทำเหมือนเธอไร้ตัวตน

พรพิเศษสูดลมหายใจลึก ก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างระมัดระวัง ชายกระโปรงยาวลากผ่านพื้นไม้ขัดมันเกิดเสียงสวบสาบ ในความเงียบที่น่าอึดอัดนั้นเอง จู่ ๆ เสียงเล็บขูดพื้นไม้ก็ดังใกล้เข้ามา

กึก...กึก...

ร่างใหญ่โตของสุนัขพันธุ์บางแก้วเพศผู้ปรากฏขึ้นตรงกรอบประตูห้องพักผ่อน ขนสีขาวสลับน้ำตาลเข้มฟูฟ่อง แม้รอยขนสีดอกเลารอบจมูกจะบ่งบอกอายุ แต่นัยน์ตาดุดันของมันยังคงวาวโรจน์ มันหยุด ขนหลังคอตั้งชัน เสียงขู่ต่ำลอดจากลำคอ นัยน์ตาจับจ้องคนแปลกหน้าไม่กะพริบ สัญชาตญาณหวงถิ่นทำให้มันพร้อมพุ่งเข้าใส่

ตฤณขยับตัวทันที เขาไม่คิดว่าสุนัขตัวโปรดจะแอบเข้ามาซ่อนในห้องหอ ชายหนุ่มก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อดึงพรพิเศษออกห่าง เขาจำได้ดีว่า ‘หมูกรอบ’ ดุแค่ไหน มันเคยกัดเพื่อนทหารจนต้องเย็บมาแล้ว

“ถอยออกมะ...” ยังไม่ทันจบประโยค และยังไม่ทันที่มือเขาจะคว้าแขนหญิงสาว เธอไม่ถอยหนี ไม่กรีดร้อง ไม่แสดงความกลัว

พรพิเศษมองสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังขู่ ก่อนจะคลี่ยิ้มบางแล้วขยับริมฝีปากแผ่วเบาไร้เสียง

“หมูกรอบ”

เสียงเรียกแผ่วเบา เจ้าบางแก้วยืนนิ่ง จมูกสีดำขยับฟุดฟิด ดวงตาคมจ้องหญิงสาวเขม็ง หนึ่งวินาที...สองวินาที...แล้วหูทั้งสองข้างก็ค่อย ๆ ลู่ลง จากสุนัขดุร้ายพร้อมขย้ำคนแปลกหน้า หางพวงหนากลับเริ่มแกว่งไปมา มันส่งเสียงครางหงิง ๆ ในคอเหมือนลูกสุนัข

“หมูกรอบ” ตฤณดุเสียงเข้ม

เจ้าบางแก้วหันมองเจ้าของแวบเดียว ก่อนเดินผ่านเขาไปหา      พรพิเศษ หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นโดยไม่สนว่าชุดแต่งงานแสนแพงจะยับย่น เธอโอบรับร่างมันที่ทิ้งหัวโต ๆ ซบลงบนตัก ดุนจมูกกับฝ่ามืออย่างออดอ้อน มันหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เธอลูบขนช้า ๆ สุนัขตัวนี้จำเด็กหญิงวัยสิบสี่ปีได้ ในขณะที่คนที่ควรจำได้กลับลืมเธอสนิท

ตฤณชะงัก หมาของเขาเลือกผู้หญิงที่เขาเพิ่งประกาศว่าเป็นเจ้าสาวสำรอง ชายหนุ่มยืนนิ่ง มือที่ยื่นออกไปค้างกลางอากาศ เขามองภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจ หมูกรอบไม่เคยยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้ แต่มันกลับซบตักเธออย่างวางใจเหมือนเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน

“คุณรู้จักมัน?” เขาถาม ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ

พรพิเศษคลายอ้อมกอดจากเจ้าสี่ขาแล้วเงยหน้ามองร่างสูง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง “ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ แล้วก้มลงลูบหัวหมูกรอบต่อ ไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่ม

ตฤณขมวดคิ้ว พยายามนึกแต่ความทรงจำกลับว่างเปล่า สุดท้ายเขาจึงสรุปง่าย ๆ ว่าเธอคงเคยตามบิดามาที่บ้าน เขาละสายตาจากภาพนั้น เลิกใส่ใจเรื่องเล็กน้อย ตฤณเดินไปหน้าตู้เสื้อผ้า ปลดกระดุมเครื่องแบบออกทีละเม็ดแล้วแขวนอย่างเป็นระเบียบ ทุกอย่างเป็นกิจวัตร อยู่ในตำแหน่งเดิม ยกเว้นผู้หญิงในห้องของเขา

พรพิเศษลุกขึ้นยืน ปล่อยให้หมูกรอบเดินไปหมอบบนพรมมุมห้องอย่างรู้หน้าที่ หญิงสาวยืนประสานมือตรงจุดเดิม ไม่แน่ใจว่าควรพาตัวเองไปแทรกอยู่ตรงไหนในพื้นที่ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยร่องรอยของคนอื่น

ตฤณหมุนตัวกลับมา เขาหยุดยืนตรงปลายเตียง สบตาเธอนิ่ง“คืนนี้คุณนอนเตียง” น้ำเสียงเขาราบเรียบ “ผมนอนโซฟา”

พรพิเศษชะงัก รีบส่ายหน้า “ฉันนอนโซฟาก็ได้ค่ะ”

“ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มดึงหมอนกับผ้าห่มสำรองปลายเตียงขึ้นมาถือ แววตาเด็ดขาดเยือกเย็น “อย่ากังวล” เขาเว้นจังหวะ “เราจะใช้ชีวิตแบบนี้ผมจะไม่แตะต้องคุณ”

ตฤณวางหมอนลงบนโซฟา คลี่ผ้าห่มออก แล้วดับไฟหัวเตียงฝั่งตัวเอง ในขณะที่พรพิเศษกำลังเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดซิป แต่ซิปยังคงนิ่ง เธอเม้มปากพยายามขยับตัวหาองศาแต่ไม่เป็นผล เสียงผ้าลูกไม้เสียดสีดังขึ้นเบา ๆ ในความเงียบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป