บทที่ 8 8.เพื่อนเก่า

เสียงขยับตัวกับเสียงถอนหายใจทำให้ตฤณลืมตาขึ้น เขาหันไปมอง ครู่เดียวก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ขยับ ส่วนเธอก็ไม่เอ่ยปาก ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงพยายามรูดซิปเป็นพัก ๆ แต่ผ่านไปเกือบนาที พรพิเศษยอมแพ้ เธอสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยโดยไม่หันไปมอง

“ขอโทษนะคะ”

“มีอะไร”

เธอเงียบไปอึดใจ “...ช่วยรูดซิปให้หน่อยได้ไหมคะ”

ตฤณนิ่งไปครู่หนึ่ง กรามขบแน่น ก่อนจะลุกเดินมาหยุดด้านหลังเธอโดยไม่พูดอะไร เขาเอื้อมมือจับหัวซิป แต่พบตะขอเล็ก ๆ ซ่อนอยู่จึงชะงัก

“อย่าขยับ”

พรพิเศษตัวแข็งทื่อ ตฤณมองแนวสันหลังใต้ผิวขาว ไหล่เธอเล็กกว่าที่คิด ตัวเธอก็แค่นี้ ชายหนุ่มรีบปัดความคิดนั้นทิ้ง แต่ในจังหวะนั้นปลายนิ้วเขาแตะโดนต้นคอเธอโดยไม่ตั้งใจ หญิงสาวสะดุ้งเบา ๆ ตฤณชะงัก รีบชักมือกลับ

“ขอโทษ...เสร็จแล้ว” เขาหมุนตัวเดินกลับไปที่โซฟา ทิ้งให้พรพิเศษยืนนิ่งหน้ากระจก มองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในความสลัว

สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วเขายังทิ้งร่องรอยบนต้นคอ พรพิเศษสูดลมหายใจลึก เธอรู้ดี นั่นเป็นเพียงหน้าที่ ไม่ใช่ความห่วงใย หญิงสาวถอดชุดแต่งงานออก เปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าฝ้าย ก่อนล้มตัวลงบนเตียงกว้างที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแดง ค่ำคืนแรกของการใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักเริ่มต้นขึ้นพร้อมความเงียบงัน

เสียงผู้ชายคุยโทรศัพท์ดังลอดมาจากห้องทำงาน พรพิเศษลืมตาขึ้น โซฟามุมห้องว่างเปล่า ผ้าห่มและหมอนถูกพับไว้เรียบร้อยตามนิสัยนายทหาร แสงสีฟ้าจาง ๆ ลอดผ่านรอยแง้มประตู เธอขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินเงียบ ๆ ไปที่นั่น แล้วมองผ่านช่องประตู เธอเห็นตฤณ เขายังอยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวเดิมที่ปลดกระดุมบนและพับแขนเสื้อลวก ๆ นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

“ครับ รบกวนเช็กกล้องตรงสี่แยกเส้นทางออกนอกเมืองให้ผมอีกครั้ง” น้ำเสียงเขาแหบพร่า มือหนานวดคลึงขมับขณะสายตายังกวาดมองหน้าจอไม่ลดละ

“ผมเช็กโรงพยาบาลในรัศมีสิบกิโลเมตรแล้ว ไม่มีอุบัติเหตุ...ใช่ครับ ผมเกรงว่าเธออาจจะหมดสติอยู่ในรถ หรือเกิดเรื่องที่คนอื่นยังไม่เห็น ช่วยขยายไปยี่สิบกิโลเมตร”

พรพิเศษยืนนิ่ง เขาไม่ได้คิดว่านับดาวหนีการแต่งงานอย่างที่ผู้ใหญ่สงสัย สำหรับตฤณ เขาไม่เคยตั้งคำถาม เขากำลังทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อตามหาผู้หญิงที่รัก เพราะเชื่อว่าเธอตกอยู่ในอันตราย ความจริงนี้ไม่ได้สร้างความริษยา แต่ตอกย้ำให้รู้ว่าพื้นที่ในหัวใจเขาเป็นของนับดาวเท่านั้น เธอค่อย ๆ ถอยห่างประตู ระวังไม่ให้พื้นไม้ลั่น กลับมานั่งบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงคาง ก่อนหันมองโซฟาว่างเปล่าเพราะหัวใจของเขายังอยู่กับผู้หญิงอีกคน

ภาพความทุ่มเทของตฤณยังติดตา เธอไม่เคยอยากให้นับดาวหายสาบสูญเพื่อแลกกับการครอบครองเขา นับดาวไม่ใช่ศัตรูหัวใจ แต่เป็นน้องสาว คือครอบครัวไม่กี่คนที่เธอเหลืออยู่ พรพิเศษหลับตา ขยับริมฝีปากกระซิบแผ่วเบาในความเงียบ

“ฉันขอให้เธอปลอดภัยนะ นับดาว”

รุ่งเช้าแรกในบ้านหิรัญรักษ์ หลังพรพิเศษลุกขึ้นจากเตียง เธอหันไปมองโซฟาว่างเปล่า หมอนกับผ้าห่มถูกพับเก็บเรียบร้อยเหมือนไม่มีคนนอน จากนั้นเธอจึงอาบน้ำเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงผ้าเรียบง่ายแล้วเดินลงมาชั้นล่าง กลิ่นข้าวต้มกับกาแฟลอยมาจากห้องอาหาร แม่บ้านกำลังยกชามโจ๊กลงจากเตา พรพิเศษเดินเข้าไปหยิบจานชามมาจัดเรียงบนโต๊ะทันที

“คุณพริกแกงคะ ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวป้าทำเอง”

“ช่วยกันจะเสร็จเร็วกว่าค่ะ” เธอยิ้ม หยิบถ้วยน้ำปลาพริกวางเรียงอย่างคล่องแคล่ว

เจ้าหมูกรอบเดินต้วมเตี้ยมเข้ามา ทิ้งตัวนอนทับหลังเท้าเธอเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ตายจริง” แม่บ้านหัวเราะ “มันยังไม่ยอมนอนกับคุณตฤณแบบนี้เลย”

พรพิเศษหัวเราะเบา ๆ พลางเกาหลังหูให้มันก่อนเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น ตฤณในชุดทำงานเนี้ยบทุกระเบียดนิ้วก้าวเข้ามาในห้องอาหาร ภาพแรกที่เขาเห็นคือหญิงสาวกำลังหัวเราะกับแม่บ้าน โดยมีหมูกรอบนอนทับเท้า คุณหญิงดาริกายืนมองเงียบ ๆ แล้วยิ้มบาง แต่สำหรับตฤณ ภาพนั้นไม่ได้ทำให้อคติในใจลดลง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย

เก่งสมกับที่เตรียมตัวมา

เขาคิดค่อนขอดท่าทีเป็นกันเองนั้น ก่อนละสายตาแล้วเดินผ่านไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พรพิเศษหันมาเห็นเขาพอดี เธอวางช้อนส้อมลงพลางทักทาย “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

น้ำเสียงเธอราบเรียบ ไม่ประจบแต่ไม่แข็งกระด้าง ตฤณชะงักฝีเท้า ปรายตามองเธอเสี้ยววินาทีแล้วพยักหน้ารับ ก่อนเดินไปทรุดตัวนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มื้ออาหารเช้าเริ่มต้นในความเงียบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยกระเบื้อง พลอากาศเอกตรัยจิบกาแฟดำ ก่อนหันมองลูกสะใภ้ที่นั่งกินอาหารเงียบ ๆ

“อีกกี่เดือนถึงจะเรียนจบล่ะเรา” พ่อสามีเอ่ยถามเป็นกันเอง ทำลายความเงียบของโต๊ะอาหาร

พรพิเศษวางช้อน สบตาผู้ถาม “ประมาณสี่เดือนค่ะ”

พลอากาศเอกตรัยพยักหน้า “เทอมสุดท้ายสินะ ใช่ช่วงฝึกงานหรือเปล่า”

“ค่ะ สัปดาห์หน้าต้องเริ่มฝึกงานแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป