บทที่ 1 ผักหวาน

ผักหวาน

1007 คำ

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับนักอ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

เนื้อหาในนิยายอาจมีบางช่วงบางตอนที่ใช้คำหยาบคาย ไม่เหมาะสม เนื้อหาบางช่วงบางตอนอาจมีความรุนแรง

ตัวละครในนิยายเรื่องนี้ ไม่มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาโดยจินตนาการของนักเขียน

ไม่มีเจตนาพาดพิง บุคคลหรือองค์กรใดองค์หนึ่งแต่อย่างใด หากขาดตกบกพร่องประการใด

กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

แอดมินตัวกลม.

สยบรักรุ่นพี่วิศวะ

ตอนที่ 1 ผักหวาน

“ผักหวานเอ้ยลูกเสร็จหรือยังวันนี้ต้องไปเรียนวันแรกไม่ใช่เหรอเดี๋ยวจะสายเอาได้นะลูก”

เสียงของแม่ร้องเรียกลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านให้เร่งรีบแข่งกับเวลา ผักหวานหญิงสาววัยเพียง 19 ปีที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพราะต้องช่วยแม่เข็นรถเข็นไปขายข้าวแกงที่หน้าปากซอยเช่นนี้ทุกวัน

“จ้าแม่เสร็จแล้วค่ะ” ผักหวานตอบรับผู้เป็นแม่ก่อนจะรีบออกจากห้องแล้วตรงมาที่รถเข็นและช่วยกันเข็นออกมาหน้าปากซอยสองคนแม่ลูก สองคนพูดคุยกันระหว่างเดินไปที่หน้าซอย อย่างมีความสุข สองคนแม่ลูกเดินออกมาพร้อมกันเป็นแบบนี้ทุกวัน ไม่ว่าจะหนักหนาในการทำงานมากแค่ไหนก็ตาม แต่แม่และผักหวานก็รักกัน และอยู่ด้วยกันเพราะความรัก และคอยเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันมาโดยตลอด เพราะทั้งสองคนมีกันอยู่เพียงแค่นี้เท่านั้น

“ตั้งใจเรียนนะลูกจะเลือกลงวิชาไหนคณะไหนก็เอาที่ลูกชอบนะแม่ไม่ว่าอะไรหรอก” แม่หันมาบอกกับลูกสาวที่น่ารักของท่านด้วยรอยยิ้มที่ปริมใบหน้าเป็นอย่างมาก ผักหวานคือความสุขเดียวของคนเป็นแม่ และแม่ก็คือความสุขของผักหวานไม่ต่างกัน

“จ๊ะแม่” ผักหวานตอบแม่และหันมายิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่แม่เองก็ยังคงหลงรักลูกสาวเพราะรอยยิ้มของผักหวานนั้นมันสดใส และเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจสำหรับคนเป็นแม่เป็นอย่างมาก เมื่อมาส่งแม่ถึงหน้าวินแล้วผักหวานก็ไม่รอช้ารีบขึ้นรถเมล์เพื่อไปยังมหาลัย เพราะว่าวันนี้เปิดเรียนวันแรกและเธอนัดกับเพื่อนเอาไว้นั่นเอง

ในมหาลัย เสียงรุ่นพี่แต่ละคณะนั่งคุยกันเพราะไม่ได้เจอกันนาน อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันเปิดเทอมหลาย ๆ คนต่างนั่งเมาท์มอยกันอย่างสนุกปากเช่นเดียวกันกลับกลุ่มรุ่นพี่ปี 4 พวกนี้

“เด็กปีหนึ่งที่มาใหม่แม่งแต่ละคนอย่างตึงว่าผู้ชายก็ดูกวนประสาท ส่วนผู้หญิงมีน้อยมาก” เป็นเสียงของโต้งหนุ่มวิศวะปี 4 คณะวิศวกรรมโยธาเอ่ยขึ้นมากลางวง

“เอาอะไรมากมายมีผู้หญิงมาก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

คราวนี้ซีดีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยตัวตึงของคณะวิศวกรรมโยธาที่ไม่ว่าสาวน้อย สาวใหญ่ที่ไหนพบเจอเป็นต้องกรีดร้องเพราะความหล่อดูดีมีระดับไปซะหมดของเขานั่นเอง

“นั่นไงตรงมาทางนี้อีก 1 จะว่าไปมาที่คณะเราหรือว่าจะเลี้ยวไปคณะอื่นว๊ะ มาพนันกันไหม” เสียงของซีดีดังขึ้นเท่าเอาเพื่อน ๆ ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก และคนนั้นก็คือผักหวานนั่นเองที่ตรงมายังกลุ่มของซีดีที่นั่งคุยกันหน้าตึก

“ว่าไงครับน้องสาวไม่ทราบว่าจะไปที่ตึกไหนคณะไหนครับเดี๋ยวพี่นำทางให้เอาไหม” โต้งทักทายรุ่นน้องทำเอาทุกคนหัวเราะร่า

แต่ว่าไม่ทันที่จะได้ตอบอะไรก็มีเสียงร้องเรียกดังลั่นทำเอาทุกคนตกใจกันเป็นอย่างมาก

“ผัก ผัก ผักหวานทางนี้แก ทางนี้” เสียงเด็กสาวตะโกนร้องเรียกดังลั่น

ผักหวานหันไปมองตามเสียงก่อนจะฉีกยิ้มออกมาแล้วโบกมือตอบเพื่อน

“โอวที่แท้ก็ชื่อผักหวานนั่นเอง แหม๋น่ากินชะมัด”

โต้งยังแซวอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายก่อนที่เพื่อนอีกคนอย่างปอนด์จะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“หืม ดีนะชื่อผักงานนี้ไอ้ซีดีอดว๊ะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่ามันไม่กินผัก” พูดแล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ราวกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกโปกฮาไปได้

“ค่ะงั้นก็ฟังไว้นะคะ ว่านี่ก็ไม่ชอบกินหมาค่ะ เพราะว่าในปากมันมีเยอะแล้วไม่จำเป็นต้องกินเพิ่ม ยิ่งหมาประเภทที่ดีแต่เห่า เขาเรียกว่าอะไรนะคะ เอ...” ผักหวานทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพูดออกมา

“อ่อคิดออกแล้วค่ะพี่ๆ แถวบ้านเรียกหมาเห่าใบตองแห้งค่ะ”

คำตอบของผักหวานทำเอาทุกคนเงียบกริบไม่กล้าหัวเราะกันเลยทีเดียว ซีดีมองแล้วทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นมา

“นี่เธอจะมากไปแล้วนะมาว่ารุ่นพี่อย่างนี้ได้ยังไงกัน”

“แล้วรุ่นพี่ดีนักเหรอคะ มาพูดจาแบบนี้กับรุ่นน้อง ปากก็หมาพูดจาหมาไม่แดก อ้ออีกอย่างมันตรงจริง ๆ ค่ะหมาเห่าใบตองแห้ง เพราะอะไรนะเหรอคะ ใบตองสดเวลาลมพัดถึงมันจะไหวตามแรงลมมันก็จะไม่ดัง ตรงข้ามกับใบตองแห้งเวลาลมพัดก็จะเกิดเสียงดังแกรกกราก หมามันได้ยิน แต่ไม่รู้ว่าเสียงอะไร ขอเห่าไว้ก่อน.”

คราวนี้ผักหวานพูดจบก็ยักไหล่ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนที่ร้องเรียกเธอ

“สักวันกูจะจับมาทำเมีย ไม่เชื่อก็คอยดี” ซีดีถึงกับบ่น

“มาพนันกันไหมไอ้ซีดี”

บทถัดไป