บทที่ 4 ตอนที่ 4. รับประกันความมึน 1.
สยบรักรุ่นพี่วิศวะ
ตอนที่ 4. รับประกันความมึน 1.
โดย แอดมินตัวกลม
+++++++++++++++++++++
หลังเลิกเรียนซีดีมารอมาวินที่หน้าตึกเพราะมาวินออกมาช้า เมื่อทั้งสองพร้อมก็เดินออกมาที่หน้ามาหาลัยโดยมีผักหวานนั่งรอตรงป้ายรถเมล์ ผักหวานมองมาที่ซีดีและมาวิน ใบหน้าหวานตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ก่อนที่มาวินจะตอบออกมาเสียก่อน เพราะว่าไม่อยากให้ทั้งสองคนมีปากเสียง หรือว่าทะเลาะกันนั่นเอง เขาเลยรีบสกัดเอาไว้ก่อน
“รู้จักกันมาบ้างแล้วใช่ไหมงั้นเราไปกันเถอะ” มาวินพยักหน้าให้กับทั้งสองคน และนั่นยิ่งทำให้ผักหวานสงสัยมากไปกว่าเดิม
“เราอย่างนั้นเหรอคะพี่วิน เราที่หมายถึงพี่วิน ผัก และนายนั่นอย่างนั้นเหรอคะ” ผักหวานถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจของเธอ มาวินพยักหน้า
“ซีดีจะไปกับเรา เพราะว่าจะไปเก็บ..” มาวินพูดไม่ทันจบซีดีก็พูดตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน
“ไปทำธุระ แล้วต้องไปแถวนั้นมีอะไรไหม หรือว่าไปไม่ได้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลอย่างนั้นเหรอ งั้นไหนละโฉนดที่ดินเอามาดูถ้าไปไม่ได้ก็จะได้ไม่เข้าไป” ซีดีพูดพร้อมกับแบมือให้ผักหวาน ทำเอาผักหวานเงียบและไม่ตอบได้แต่ถอนหายใจออกมา
“รถมาแล้ว ขึ้นรถกันเถอะ ” มาวินบอกกับทั้งสองคนและดันให้ผักหวานเดินขึ้นรถก่อนโดยมีซีดีเดินตามและมาวินขึ้นไปนั่งเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่กระเป๋ารถเมล์จะมาเก็บเกิน ซีดีทำหน้าเลิ่กลักก่อนจะหยิบแบงค์พันขึ้นมาแล้วยื่นให้พนักงานแต่....
“นี่พ่อหนุ่มไม่เคยขึ้นรถเมล์หรือยังไงกัน แบงค์ย่อยไม่มีหรือยังไง ใครเขาขึ้นรถเมล์แล้วจ่ายแบงค์ใหญ่” พนักงานเก็บเงินรีบอธิบายให้ซีดีได้เข้าใจทำเอาซีดีนั่งนิ่งผิดกับผักหวานที่เอาแต่นั่งขำอยู่อย่างนั้น
“สแกนได้ไหมครับพี่ หรือไม่งั้นก็เอาไปเลยไม่ต้องทอน ”
“ไม่ได้ค่ะ ไม่มีสแกน และไม่รับให้ก็ไม่เอาสมัยนี้คนทำคอนเทนต์กันเยอะ จ่ายมาเลยพ่อหนุ่มเศษเงินอ่ะใครบ้างไม่มีเศษเงิน ” พนักงานยังคงทำตามหน้าที่ซีดีหันมมองหน้ามาวิน ทำให้มาวินรีบค้นหาเงินในกระเป๋า แต่ทว่า.....
“ไม่มีอะหมดแล้วเพราะเอาไปจ่ายค่าเทอมหมดเลยอ่ะทำไงละ”
“ถ้าไม่มีก็ต้องลงนะพ่อหนุ่ม อะลงไปได้เลย” พนักงานยังคงทำหน้าที่ตามที่ตัวเองต้องทำ ทำให้ผักหวานคิดไอเดียดี ๆ ขึ้นมาได้และหยิบธนบัตรแบงค์ยี่สิบขึ้นมาหลายใบก่อนส่ายไปมาที่ด้านหน้าของซีดี และพูดขึ้นมาเบา ๆ แกมข่มขู่ ข่มเหง
“ฉันมี แต่ว่าแลกกันกับแบงค์พันของนาย ถ้าตกลงก็หยิบไปแล้วส่งเงินนั้นมา ถ้าไม่ตกลงก็ลงไปจากรถได้เลย” ผักหวานประกาศอย่างกับตัวเองได้รับชัยชนะในการออกศึกในครั้งนี้ ทำเอาซีดีโมโห แต่ก็ยอมแลกอยู่ดี
“นี่มันขู่กรรโชกกันชัด ๆ ยัยตัวดี จำไว้เลยนะอย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกันเธอจะได้ร้องเป็นลูกแมวแน่”
“ค่ะพี่ซีดีขา น้องผักหวานคนนี้จะคอยดูนะคะวันที่พี่เอาคืน ฮ่า ฮ่า อ่า” ผักหวานหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเป็นอย่างมากกระทั่งพนักงานเก็บเงินคนเดิมตะโกนขึ้นมา
“นี่น้องสามคนเงียบหน่อย รบกวนคนอื่น เก็บเสียงด้วยนะคะ” เมื่อได้ยินดังนั้นผักหวานถึงกับรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองในทันที
รถเมล์มาจอดหน้าป้ายที่ทุกคนต้องลง ทั้งสามค่อย ๆ ทยอยลงจากรถ ซีดีมองดูรอบ ๆ และคิดว่าการนั่งรถมันยาวนานขนาดนี้เลย ทั้งอ้อมไกลทั้งคนเยอะจอดนาน กลิ่นอาหารต่าง ๆ สารพัดลำบากมาก ๆ ทำไมทุกคนนั่งกันได้ ทั้งที่ปกติถ้าเขาขับรถมาเองจากมหาลัยมาที่นี่ก็ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
“แม่จ๋าหนูมาแล้ว” เสียงผักหวานทำเอาซีดีหันไปมองผักหวานที่เดินกึ่งวิ่งไปที่แม่ค้าขายข้าวแกงที่มีหม้อแกงบนรถเข็น ทั้งที่อายุมากแล้วหรืออย่างไรกันแต่ใบหน้าคนที่ผักหวานเรียกว่าแม่นั้นก็ยังดูดีสมวัยของเธอ
“นั่นแม่ยัยนั่นเหรอมาวิน” ซีดีถามและชี้ไปที่ทั้งสองคน
“อือ แม่ของผักหวานแหละขายข้าวแกงริมทาง แต่ว่าอร่อยนะกับข้าวอร่อยทุกอย่างเลย” มาวินรีบเสนอทันที
ในตอนที่ทั้งสองกำลังคุยกันนั้นก็มีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามายังแม่และผักหวาน แต่ดูท่าไม่เหมือนมาหากินสักเท่าไหร่
“นี่น้องสาวพี่บอกแล้วไงว่าถ้าจะมาขายที่นี่ ต้องจ่ายค่าที่มาด้วย ไม่อย่างนั้นขายไม่ได้นะ พูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“จ่ายอะไรกันละพี่ตอนนั้นฉันจำได้ว่าคนที่เหมาที่นี่เขาบอกว่าขายได้ เพื่อพี่ๆวินมอเตอร์ไซค์จะได้มีข้าวกิน ลูกค้าที่มานั่งก็ได้กินข้าวระหว่างรอ” ผักหวานรีบเถียงขึ้นมาตาที่เธอรู้
“ก็พี่นี่แหละที่ผู้รับเหมาเขาสั่งมาให้มาเก็บ หากไม่จ่ายก็ไม่ต้องขายย้ายออกไปเลยให้หมด จะได้ให้คนอื่นมาขายแทน เห้ยพวกเราจัดการ” หนึ่งในกลุ่มบอกกับลูกน้องของเขาเพื่อที่จะให้จัดการไล่ที่ผักหวานและแม่ของเธอ
