บทที่ 7 ตอนที่ 7. ต่างคนต่างทำดี
สยบรักรุ่นพี่วิศวะ
ตอนที่ 7. ต่างคนต่างทำดี
โดย แอดมินตัวกลม
+++++++++++++++++++
ผักหวานกลับบ้านมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเป็นอย่างมากเพราะว่าเธอกำลังครุ่นคิดว่าจะทำยังไงกับรุ่นพี่ซีดี ที่เธอเพิ่งจะเปิดศึกกับเขาไปเมื่อกลางวัน และดูท่าว่ามันจะเป็นศึกที่หนักมากซะด้วยสิ เพราะคารมที่ปะทะกันไปนั้นมันค่อนข้างรุนแรงขั้นสุดเลยก็ว่าได้ หญฺิงสาวเดินไปเดินมาทั่วบ้านทำเอาตัวเธอเองถึงกับเวียนหัวเป็นอย่างมาก เพราะว่าคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี
“ผักหวานเอ๊ยมากินข้าวกินปลาสิลูกมัวนั่งใจลอยอะไรอยู่ตั้งนานแม่เรียกไม่ได้ยินหรือยังไงกัน” แม่ที่เห็นว่าลูกสาวนั่งเหม่อลอยอยู่นานเลยอดไม่ได้ที่จะเรียกให้ลูกสาวมากินข้าวกินปลาก่อน ผักหวานหันมามองแม่แล้วรีบลุกขึ้นและไปนั่งข้าง ๆ พร้อมกับมองหน้าแม่ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเสียไม่ได้
“แม่หนูมีอะไรจะถาม” ผักหวานเอ่ยขึ้นมาและมองดูแม่ด้วยความลุ้นระทึกว่าแม่จะตอบว่ายังไง
“ว่าไงมีอะไรหรือเปล่าลูกดูท่าทางเครียด ๆ นะ” คราวนี้เป็นแม่ที่สังเกตุเห็นความผิดปกติของลูก
“แม่ว่าคนเราที่เจอกันครั้งแรกแล้วด่ากันอย่างรุนแรงนั้น ต่อไปจะพูดคุยกันดีได้หรือเปล่า” ผักหวานถามและรอลุ้นคำตอบที่แม่จะพูดออกมา
“แม่ว่ามันก็แล้วแต่คน แล้วแต่เหตุการณ์นะ เช่นถ้าเขาไม่ถือสาหาความก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาถือ และเก็บเอาคำพูดเรามาคิดล่ะก็ มันก็ยากที่จะกลับมาคุยกันได้ดีนะ มีอะไรหรือเปล่าลูก” แม่ถามเพราะเห็นว่าผักหวานดูมีท่าทางที่จริงจังเป็นอย่างมาก
“เปล่าค่ะแม่ หนูก็ถามไปอย่างนั้นแหละ กินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นเอาซะก่อน” ผักหวานตอบแล้วเฉไฉไปเรื่องอื่น เพื่อที่จะให้แม่ได้สบายใจและไม่ต้องคิดมาก
เช้าวันต่อมาผักหวานก็ทำกิจวัตรประจำวันดั่งเช่นทุกวันที่ผ่านมานั่นก็คือช่วยแม่ทำอาหารไว้สำหรับที่จะนำไปขายที่หน้าคิววินมอเตอร์ไซค์ จากนั้นจึงรีบเดินไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อที่จะรอขึ้นรถเมล์ไปที่มหาลัย
รถยนต์ของซีดีที่ขับผ่านมาตรงป้ายรถเมล์พอดีเห็นผักหวานที่นั่งรอรถอยู่ชะลอความเร็วก่อนจะเลยไปจอดด้านหน้าก่อนที่เขาจะลงมาทักทายผักหวาน
“อะแฮ่ม !! ” เสียงซีดีกระแอมเล็กน้อยเพื่อให้ผักหวานรู้ตัวว่าเขามายืนอยู่นานสองนานแล้ว ผักหวานหันไปมองและตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นว่าซีดียืนอยู่ด้านหน้าของเธอ ก่อนจะรีบทำตัวตามปกติเพื่อกลบเกลื่อนว่าตัวเองไม่ได้ประหม่าอะไรเลยสักนิด
“มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าอยากจะมาขอคำขอบคุณ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขอบคุณด้วยนะคะที่ช่วยเอาไว้”
“หืม...นี่คือคำขอบคุณอย่างนั้นเหรอดูพูดจาเข้า ไม่น่ารักเอาซะเลย” ซีดีพูดและเอียงคอมองผักหวานอย่างคนที่เป็นต่อเธออย่างมากมาย
“ก็แล้วจะให้ทำยังไงละ ฉันก็เป็นแบบนี้พูดจาห้วนแบบนี้อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าจะให้มาสตอพูดหวาน ๆ ไม่ได้หรอกนะ ฉันทำไม่เป็น” ผักหวานถึงกับหน้ามุ่ย
“เอางี้สิก่อนอื่นเปลี่ยนจากคำแทนตัวเองที่ว่าฉัน มาเป็น แทนชื่อตัวเอง ไม่ก็เป็นหนูแทน ”
“หนูอะไรตัวเบ้อเร่อเบ้อเท่อขนาดนี้” ผักหวานบ่นอยู่คนเดียวแต่นั่นก็ทำให้ซีดีได้ยิน
“ไม่รู้นะเอาไปคิดดูก็แล้วกัน คำขอบคุณก็ไม่มีพูดจาก็ไม่น่ารัก มันน่าให้...” ซีดีพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินไปที่รถ แต่ผักหวานที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตาม
ไปในทันทีเพราะติดที่ว่ามันน่าให้ ..... เรื่องนี้ต้องเคลียร์
“เดี๋ยวก่อน ที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไงกันคะ” ผักหวานเอ่ยถามทำเอาซีดีหันมามองและแอบยิ้มก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติดีที่สุด เพื่อไม่ให้ผักหวานได้เห็นสีหน้าของเขาเองก่อนจะตอบออกมา
“ก็หมายความว่าตรงนั้นอาจจะเปิดให้คนอื่นเช่า หรือไม่ก็ให้แม่ค้าคนอื่นมาขายแทนเหมือนที่ลูกน้องเสี่ยอรชุนมาไล่ที่ไงดีไหม รายได้ก็น่าจะดีขึ้นมาด้วย”
ซีดีเล่าออกมาเป็นฉากๆ ก่อนจะเดินขึ้นรถ และนั่นทำเอาผักหวานเสียวสันหลังไปหมด และไม่รอช้าผักหวานเองก็รีบขึ้นไปนั่งคู่กับซีดีที่ด้านหน้ารถอย่างรวดเร็ว ทำเอาซีดีตกใจไม่แพ้กัน
“ขึ้นมาทำไมคนไม่กินเส้นกันเข้าไม่ไปไหนด้วยกันหรอกนะจะบอกให้”
“ไม่ถูกกันอะไรคะ ทางเดียวกันไปด้วยกันค่ะ”
ผักหวานพูดจบก็ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดนหน้าตาเฉยเป็นอย่างมาก
“คืองี้นะ ฉันว่าพี่ก็โตเป็นผู้ใหญ่มากพอ ฉันว่าพี่คงไม่ไล่ที่แม่กับฉันหรอกนะ ”
“ทำไมจะไล่ไม่ได้ก็ในเมื่อมันเป็นที่ของฉันนี่นา ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ถูกไหม ?” ซีดีเอ่ยถามทั้งที่กำลังจะขับรถออกไป “สรุปไม่ลงใช่ไหม ถ้าไม่ลงจะได้ไปสักทีสายแล้ว สายมากด้วย” ซีดีถามและมองหน้าผักหวาน
“อืม ไม่ลงฉันต้องการคุยกับพี่ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” น้ำหวานรีบบอก แต่ว่าต้องโดนซีดีซ็อตฟิวส์เอาเสียก่อน
“มีอะไรว่ามาเลย”
“อย่าไล่ที่แม่เลยได้ไหมให้ทำอะไรก็ยอมแล้ว ”
