บทที่ 9 ตอนที่ 9. ได้พี่แล้วอย่าทิ้งพี่นะ

สยบรักรุ่นพี่วิศวะ

ตอนที่ 9. ได้พี่แล้วอย่าทิ้งพี่นะ

ในตอนที่ผักหวานกำลังจะเดินเข้าไปในตึกนั้นอยู่ ๆ ซีดีก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนทำเอาทุกคนหันมามองแทบทั้งคณะ

“ทำไมทำแบบนี้อ่ะได้พี่แล้วจะทิ้งพี่หรือยังไง ไหนบอกว่าจะรับผิดชอบพี่ไงละ”

ผักหวานที่ได้ยินถึงกับรีบวิ่งกลับมาแล้วยกมือล็อคคอซีดีเอาไว้ก่อนฉุดกระชากลากถูซีดีให้เดินตามตัวเองมาอย่างไว

“พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย ไม่อายคนบ้างหรือยังไง”

“ก็ใครใช้ให้เธอบอกเลิกพี่ต่อหน้าคนอื่นล่ะ”

“ก็พี่พนันฉันแค่ห้าพันฉันมีค่าแค่ห้าพันเองเหรอ ต่อให้ไปขายข้าวแกงกับแม่ฉันยังได้เยอะกว่าห้าพันอีกนะ”

“งั้น ห้าหมื่นให้เลยตอนนี้จะกลับมาคบพี่ไหม คบแบบจริง ๆ จัง ๆ เลยนะ” ซีดีตอบออกมาทำเอาผักหวานถึงกับตาร้อนผ่าวกับยอดเงินที่เขาเสนอให้

“ได้ฉันรับไว้ห้าหมื่น แต่ว่าพี่ต้องจีบฉันให้ติดเองนะเอาชนะใจฉันให้ได้ เอาแบบจริงจังเลยดีไหมละถ้าพี่ตกลงฉันก็โอเคอ่ะ คนอื่นจะได้ไม่มองฉันผิด ๆ ”

“ไม่ผิดอะไรต่อให้จีบใหม่ทุกคนก็มองว่าผัวตามง้อเมียนั่นแหละน่า”

“บ้าเหรอใครเป็นเมียพี่ ฉันไปเป็นเมียพี่ตอนไหนกัน” ผักหวานถามด้วยความโมโห

“ในฝันผ่านแม่นางทั้งห้าพอใจยัง ตกลงตามนั้น” ซีดีพูดจบก็ลุกขึ้นยืนและทำท่าว่าจะเดินไปแต่ว่าผักหวานเรียกเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนพี่ ที่ว่าแม่นางทั้งห้านั้นคืออะไรเหรอฉันไม่เข้าใจ” ผักหวานร้องออกมาด้วยความอยากรู้ก่อนที่จะตกใจเมื่อ ซีดีทำท่าโยกมือตัวเองตรงกลางเป้ากางเกงแล้วยิ้มให้

“ไอ้บ้าไอ้โรคจิต”

“ใครเขาด่าผัวกันคะที่รัก โกรธผัวก็อย่างอนให้มากเดี๋ยวผัวไม่ง้อแล้วจะเสียใจนะ” พูดจบก็เดินไปทันทีทำเอาผักหวานโมโหมากถึงกบถอดรองเท้าแล้วปาไปที่ซีดีที่กำลังเดินไปนั่นเอง

ตุ๊บ รองเท้าที่เขวี้ยงมาโดนเต็ม ๆ แผ่นหลัง ซีดีหันมามองด้วยความเจ็บ

ไม่รอช้าเขาหยิบรองเท้าของผักหวานแล้วเขวี้ยงทิ้งไปด้านหน้าอย่างสุดแรงเกิด และเหมือนกับว่าจังหวะมันได้เมื่อด้านหน้าของซีดีนั้นคือรถเก็บขยะในมหาลัยที่กำลังวิ่งออกไปพอดี และรองเท้าของผักหวานนั้นมันดันตกในรถเสียด้วยสิ

“นี่นายไอ้ซีดี รองเท้าฉัน” ผักหวานร้องพร้อมกับวิ่งตาม และมาหยุดเหนื่อยหอบตรงหน้าซีดี

“ไหนบอกว่าจะจีบฉันไงทำไมทำกับฉันแบบนี้”

“อ้าวก็เห็นว่าโยนรองเท้ามา นึกว่าจะฝากทิ้งก็เลยโยนใส่รถขยะซะเลยทำไงได้อ่ะ”

“โธ่โว๊ย!! ..พี่นี่มันเป็นซะอย่างนี้ใครจะไปรักลงวะบ้าชะมัดเลยคนอะไรกวนประสาทสิ้นดี”

“ไม่เห็นเป็นไรเลยเดี๋ยวพาไปซื้อใหม่ ไปสิ”

“ไม่ต้องจำไว้เลยนะว่าคนอย่างฉันไม่ชอบสายเปย์ถ้าอยากเปย์ต้องหาเงินเองได้ ต้องรู้จักความลำบาก” พูดจบผักหวานก็เดินทั้งที่มีรองเท้าข้างเดียว ซีดีมองแล้วขำก่อนจะก้มลงมองเท้าตัวเอง และรีบเดินตามผักหวานไป

“รอก่อนสิเห็นไหมเราเหมือนกันแล้ว” ซีดีบอกผักหวานทั้งที่ชูรองเท้าอีกข้างงของตัวเองให้ผักหวานดู

“จะมาไม้ไหนเนี่ยถอดรองเท้าตัวเองแล้วเดินเท้าเปล่าข้างเดียวเนี่ยนะบ้าไปแล้วอ่ะ”

“เอาอะไรมาบ้าคนอื่นมองก็คิดว่าเราเป็นคู่รักกัน ดูสิแม้แต่ใส่รองเท้าก็ใส่ข้างเดียวเหมือนกันทำขนาดนี้ไม่เห็นใจกันบ้างเลยหรือยังไง”

ซีดีเอ่ยถามพร้อมกับทำหน้าระรื่น แตกต่างจากผักหวานที่ตอนนี้ทำหน้าไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่เพราะเธอคิดไว้มันไม่เป็นแบบนี้

“ตาบ้าฉันคิดว่าฉันสุดแล้ว แต่หมอนี่ดันมาสุดกว่าอีกน่าเบื่อชะมัด” ผักหวานบ่นให้กับแนนที่นั่งฟังเธอพูดตาใสแป๋วหลังจากที่เธอแยกกับซีดีแล้วนั่นเอง

“ก็คือแกคิดว่าแกถอดรองเท้าปาพี่เขาแล้วแกก็คิดว่าพี่เขาคงเอือมระอาแกและหนีแกไปในที่สุดใช่ไหม แต่ว่ามันไม่เป็นดั่งใจตามที่แกต้องการนะสิ เมื่อพี่ซีดีดันหน้ามึนสุดกว่าแกใช่ไหม ฉันเข้าใจถูกไหมวะ”

“เออนะสิ คนอะไรหน้ามึนชะมัดขนาดถอดรองเท้าปา แทนที่จะโกรธจะหนีหาย”

“แต่ดันหยิบรองเท้าแกปาทิ้งเนี่ยนะ ฮ่า ฮ่า ฉันว่าแกสองคนเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยแหละแก เนื้อคู่กันสุด ๆ อะว่าไม่ได้นะ พรหมลิขิตชัวร์”

“คู่สร้างคู่สมเหรอ โถ...ฉันว่าคู่เวรคู่กรรมมากกว่านะสิ” ผักหวานได้แต่บ่นครั้งแล้วครั้งเล่าออกมา

“ระวังนะผักหวานแกจำคำฉันเอาไว้เลย ว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น แกไม่เคยได้ยินเหรอว่ะ ที่เขาบอกว่าเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง”

“แหมอย่ามาสำบัดสำนวนเลยดีกว่าว่ะแก ฉันรับไม่ได้จะอ้วก”

“จริงสิ แล้วที่พี่เขาบอกว่าแกได้พี่เขาแล้วทิ้งมันเรื่องจริงเหรอวะ ผักหวาน”

“ได้กับผีนะสิ แกไม่รู้อะไรวันนี้ที่ว่าเด็ดเมื่อวานนะ ยิ่งกว่านี้อีกแก”

ว่าแล้วผักหวานก็เล่าเรื่องที่ขึ้นโรงพักให้กับแนนเพื่อนรักได้ฟังอย่างละเอียดเป็นอย่างมาก

“ว่าแล้วเชียวว่าทำไมพี่เขาดูคูลมาก ๆ ที่แท้ก็โคตรรวยนี้เอง ยิ่งแบบนี้แกยิ่งต้องทำดีอย่าลืมนะยังมีคำว่า ไม่มีสัจจะในหมูโจร อยู่นะโว๊ยอย่าหาว่าไม่เตือน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป