บทที่ 2 2

เวลาเดียวกัน ณ ออฟฟิศบริษัทสุวรรณเวชดีไซน์

แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ อยู่ตรงมุมทางเดิน บ่งบอกถึงสภาพความทรุดโทรมของโฮมออฟฟิศขนาดสองชั้นที่เคยรุ่งเรืองเมื่อหลายปีก่อน ภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยโมเดลจำลองและม้วนกระดาษพิมพ์เขียว กลิ่นกาแฟดำที่ชงค้างไว้ตั้งแต่หัวค่ำโชยคลุ้งไปทั่ว

พริมา สุวรรณเวช หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ซบหน้าลงกับฝ่ามือเล็กๆ ของตัวเอง ลมหายใจหนักหน่วงถูกพ่นออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน มีกองเอกสารทวงหนี้จากธนาคาร ใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชน และที่เด่นชัดที่สุดคือ 'ร่างสัญญาซื้อขายที่ดิน' ที่มีโลโก้ตัว V ตัวใหญ่ประทับอยู่มุมกระดาษ

"โอ๊ยยย! จะบ้าตาย!"

พริมาขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่อง เงยหน้าขึ้นมองตัวเลขสีแดงเถือกในหน้าจอแล็ปท็อป หนี้สินรวมกว่าห้าสิบล้านบาทคือความจริงที่เธอต้องแบกรับ หลังจากพ่อล้มป่วยกะทันหัน และลุงชัย... หุ้นส่วนที่พ่อไว้ใจที่สุด เชิดเงินมัดจำลูกค้าทั้งหมดหนีไปต่างประเทศ

"กินอะไรหน่อยไหมชะนี? หน้าหล่อนตอนนี้เหมือนศพเดินได้เข้าไปทุกทีแล้วนะยะ"

เสียงแหลมปรี๊ดของ 'จีโน่' หรือ จิรภัทร เพื่อนเกย์หนุ่มคนสนิทและผู้ช่วยสถาปนิกเพียงคนเดียวที่ยังไม่ทิ้งเธอไปไหน ดังขึ้นพร้อมกับกล่องข้าวผัดกะเพราที่ถูกวางแหมะลงบนโต๊ะ

พริมาถอนหายใจยาว ดันกองเอกสารออกไปให้พ้นสายตา "กินไม่ลงว่ะแก ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะหาเงินห้าล้านมาจ่ายค่างวดธนาคารเดือนนี้ยังไงดี ถ้าจ่ายไม่ทัน พวกนั้นยึดที่ดินผืนนี้แน่... ที่ดินที่พ่อรักที่สุด"

"แล้วไอ้สัญญาบ้าบอนี่ล่ะ?" จีโน่หยิบแฟ้มของ V-Group ขึ้นมาพัดแทนพัดลม "เงินตั้งร้อยล้านนะเว้ย ยายพรีม แกขายๆ ไปเถอะ เอาเงินไปเคลียร์หนี้ จ่ายค่ารักษาพ่อ แล้วเราไปเริ่มต้นเปิดออฟฟิศเล็กๆ ที่อื่นก็ได้ ไม่เห็นต้องทนสู้กับพวกนายทุนหน้าเลือดพวกนี้เลย"

ดวงตากลมโตของพริมาตวัดมองเพื่อนสนิท แววตาเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้นฉายชัด "ไม่ได้! แกก็รู้ว่าโปรเจกต์คอมเพล็กซ์นี้มันเป็นความฝันของพ่อ พ่ออุตส่าห์ออกแบบมาตั้งหลายปี แล้วดูสิ... พอพ่อล้ม พวก V-Group ก็ฉวยโอกาสกว้านซื้อที่ดินรอบๆ จนหมด แล้วจะมาบีบซื้อที่ดินตาบอดของเราในราคาถูกๆ เพื่อฮุบโปรเจกต์ทั้งหมดไปทำเอง แกคิดว่าฉันจะยอมเหรอ?"

"แต่เขาให้ร้อยล้านเลยนะยะ! สูงกว่าราคาประเมินตั้งเยอะ!"

"มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน จีโน่!" พริมาทุบโต๊ะดังปัง "ในสัญญานี้มันระบุว่าเราต้องโอนลิขสิทธิ์แบบแปลนทั้งหมดของพ่อให้มันด้วย! นี่มันปล้นกันชัดๆ ไอ้ประธาน V-Group อะไรนี่ มันเป็นมาเฟียหน้าเลือด! คิดว่ามีเงินแล้วจะเหยียบหัวใครก็ได้งั้นสิ?"

หญิงสาวคว้าแท็บเล็ตขึ้นมา ค้นหาชื่อ 'ธันวา วรโชตินิธิคุณ' รูปภาพของชายหนุ่มในชุดสูทสุดเนี้ยบ ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดราวกับนายแบบ ทว่าดวงตากลับเย็นชาและหยิ่งยโส ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

"หล่อจัง..." จีโน่เผลอรำพึงออกมาพลางเอามือทาบอก "หล่อแบบอันตราย หล่อแบบแบดบอย หล่อแบบพร้อมจะทำลายล้างชีวิตชะนีและเก้งกวางทุกคน"

"หล่อแต่สันดานเสีย ฉันก็ไม่กลัวหรอกนะ!" พริมาจิ้มหน้าจอไปที่รูปของธันวาแรงๆ ประหนึ่งว่ากำลังจิ้มหน้าผากเจ้าตัว "พรุ่งนี้พวกเขานัดฉันไปเจรจาที่ตึก V-Group นัดสุดท้าย ถ้าฉันไม่เซ็น เขาขู่จะฟ้องล้มละลาย"

"เฮ้ย! แล้วแกลงไปสู้กับมัจจุราชแบบนั้น แกจะรอดไหมเนี่ยพรีม? แกมีแผนอะไร?" จีโน่เริ่มหน้าเสีย

พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันคือแบบแปลนคาสิโนและโรงแรมที่พ่อของเธอออกแบบไว้ แต่เธอได้ทำการปรับแก้จุดบกพร่องและเพิ่มระบบการหมุนเวียนพลังงานที่ทันสมัยที่สุดเข้าไป

"ฉันไม่ได้จะไปสู้เพื่อขายที่ดิน... แต่ฉันจะไปยื่นข้อเสนอใหม่" พริมายิ้มมุมปาก แววตาของสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมแพ้ลุกโชน "ฉันจะเอาแบบแปลนฉบับสมบูรณ์นี้ไปต่อรองกับเขา บริษัทเราจะไม่ขายที่ดิน แต่จะขอร่วมทุนเป็นผู้ถือหุ้นฝั่งออกแบบและคุมงานก่อสร้างทั้งหมด"

"แกบ้าไปแล้ว!" จีโน่เบิกตากว้าง "คนระดับ ธันวา วรโชตินิธิคุณ ยอมหักไม่ยอมงอนะเว้ย! เขาไม่มีทางมาเล่นขายของกับบริษัทใกล้เจ๊งของเราหรอก เขาบีบคอแกตายคาสัญญาแน่!"

"ก็ลองดูสิ!" พริมาเชิดหน้าขึ้น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแม้จะสูงแค่ระดับอกของมาเฟียหนุ่มก็ตาม "ถ้าเขาคิดจะฮุบความฝันของพ่อฉัน เขาก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน! ตบมาฉันก็จะตบกลับ ฟาดมาฉันก็จะฟาดกลับด้วยความรู้และสมองนี่แหละ พรุ่งนี้เจอกัน ไอ้มัจจุราชหน้าหยก!"

เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องอยู่ภายนอก ราวกับเป็นเสียงระฆังเตือนการต่อสู้ที่กำลังจะปะทุขึ้นในวันรุ่งขึ้น... การต่อสู้ที่พริมาไม่มีวันรู้เลยว่า มันจะไม่ได้จบลงแค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันจะพันธนาการหัวใจและชีวิตของเธอ... เข้าสู่กรงเล็บของมัจจุราชสีเทาอย่างไม่อาจหลีกหนี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป