บทที่ 3 3

ตึก V-Group สำนักงานใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ อาคารกระจกสูงเสียดฟ้าสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสายจนแสบตา พริมา สุวรรณเวช ยืนจ้องมองสัญลักษณ์รูปตัว V สีเงินวาววับที่ติดอยู่เหนือประตูทางเข้าบานยักษ์ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว

วันนี้เธอเลือกสวมชุดสูทกางเกงสีครีมเข้ารูป ดูทะมัดทะแมงและเป็นมืออาชีพ ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงเป็นมวยไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา แต่เน้นดวงตากลมโตให้ดูคมเข้มและทรงพลัง แฟ้มเอกสารสีดำในมือถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

"แกทำได้พรีม แกทำได้" หญิงสาวพึมพำให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และก้าวเท้าเข้าไปในล็อบบี้สุดหรูหราที่ประดับประดาด้วยหินอ่อนและแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้า

พนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มการค้า "สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ?"

"ดิฉัน พริมา สุวรรณเวช จากบริษัทสุวรรณเวชดีไซน์ค่ะ มีนัดหมายกับ... คุณธันวา วรโชตินิธิคุณ เวลาสิบโมงตรงค่ะ" พริมาตอบฉะฉาน

พนักงานสาวมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อท่านประธาน ก่อนจะรีบพิมพ์รายชื่อลงในคอมพิวเตอร์ "อ้อ... ใช่ค่ะ คุณพริมา เชิญที่ลิฟต์ผู้บริหารตัวที่สามทางขวามือเลยค่ะ จะมีเลขาฯ ของท่านประธานรอรับอยู่ที่ชั้นห้าสิบค่ะ"

"ขอบคุณค่ะ" พริมาพยักหน้าให้ ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟต์ตามที่บอก

ระหว่างที่ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว หัวใจของพริมาก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ดีว่าการมาเหยียบถ้ำเสือครั้งนี้ มันเสี่ยงแค่ไหน ธันวา วรโชตินิธิคุณ ไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดา แต่เขาคือ 'มัจจุราช' ที่พร้อมจะขยี้ใครก็ตามที่ขวางทาง แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเธอไม่สู้ บริษัทและที่ดินของพ่อก็จะถูกยึด

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก พริมาก้าวออกไปและพบกับเลขาฯ สาววัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้ม ยืนรออยู่ด้วยท่าทางเคร่งขรึม

"คุณพริมาใช่ไหมคะ? เชิญทางนี้ค่ะ ท่านประธานรออยู่แล้ว"

เลขาฯ สาวเดินนำพริมาไปตามโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่ม ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า บรรยากาศบนชั้นนี้เงียบสงัดจนน่าขนลุก จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่สลักลวดลายวิจิตร

"เชิญค่ะ" เลขาฯ เปิดประตูให้

พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีดำและทอง แสงแดดส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามา กระทบกับร่างสูงสง่าที่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนเก้าอี้หนังอิตาลีตัวใหญ่

"มาตรงเวลาดีนี่... สำหรับคนที่กำลังจะล้มละลาย"

น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นเยียบ และแฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น ทำเอาพริมาต้องชะงักไปชั่วครู่ ร่างสูงค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบสีนิลจับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่ากำลังมองเหยื่อ

พริมาเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันเป็นคนตรงต่อเวลาเสมอค่ะ คุณธันวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องที่สำคัญต่อชีวิต"

ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก เขาประเมินผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตา เธอตัวเล็กกว่าที่เขาคิดไว้มากเมื่อเทียบกับความกล้าหาญที่แสดงออกผ่านดวงตาคู่นั้น ชุดสูทสีครีมไม่ได้ทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ แต่กลับขับเน้นความบอบบางของเธอให้เด่นชัดขึ้น

"นั่งสิ" เขาผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ผมไม่มีเวลาว่างมานั่งฟังข้อแก้ตัวของใครหรอกนะ คุณสุวรรณเวช สัญญาซื้อขายที่ดินวางอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว เซ็นซะ แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี"

พริมารีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ แต่แทนที่จะหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นสัญญา เธอกลับเปิดแฟ้มสีดำของตัวเองและหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมาวางทับสัญญาของ V-Group

"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเซ็นสัญญาขายที่ดินค่ะ คุณธันวา" พริมาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอใหม่"

ธันวาขมวดคิ้วเข้าหากัน ดวงตาคมดุกวาดมองเอกสารที่พริมาวางลง มันคือแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่ดูคุ้นตา แต่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและทันสมัยกว่าที่เขาเคยเห็น

"ข้อเสนอใหม่?" เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณคิดว่าบริษัทที่กำลังจะถูกธนาคารฟ้องล้มละลายอย่างคุณ มีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับผม?"

"สิทธิ์ในฐานะเจ้าของแบบแปลนฉบับสมบูรณ์ของโครงการ V-Complex ค่ะ" พริมาตอบกลับทันควัน พร้อมกับชี้ไปที่แบบแปลน "คุณกว้านซื้อที่ดินรอบๆ ที่ดินของฉันไปหมดแล้ว เพื่อจะสร้างโปรเจกต์นี้ แต่คุณยังขาดแบบแปลนที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งพ่อของฉันเป็นคนออกแบบ และลิขสิทธิ์ทั้งหมดก็อยู่ที่ฉัน"

"ผมสามารถจ้างสถาปนิกมือหนึ่งของโลกมาออกแบบใหม่ให้ดีกว่านี้กี่ร้อยคนก็ได้" ธันวาตอบอย่างไม่ยี่หระ

"ใช่ค่ะ คุณทำได้" พริมายอมรับ "แต่คุณต้องเสียเวลาไปอีกกี่เดือน? กี่ปี? กว่าจะออกแบบใหม่ให้ตรงกับฮวงจุ้ยและสภาพแวดล้อมที่คุณวางแผนไว้ทั้งหมด แถมคุณยังต้องทุบตึกบางส่วนที่สร้างไปแล้วทิ้งด้วย เพราะมันไม่เข้ากับแบบใหม่ นี่คือแบบแปลนที่พ่อของฉันใช้เวลาศึกษาและออกแบบมาตลอดห้าปี มันสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับพื้นที่ตรงนั้น"

ธันวาหรี่ตาลง มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้น เธอทำการบ้านมาดี รู้จุดอ่อนของโครงการเขา และกล้าเอามาต่อรองอย่างหน้าด้านๆ

"แล้วข้อเสนอของคุณคืออะไร?" เขาถามเสียงเรียบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป