บทที่ 4 4
"บริษัทสุวรรณเวชดีไซน์จะไม่ขายที่ดินค่ะ แต่เราจะขอร่วมทุนในโครงการ V-Complex ในฐานะผู้ถือหุ้นร้อยละสามสิบ โดยเราจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมด"
"ร้อยละสามสิบ!" ธันวาทุบโต๊ะดังปัง ร่างกายกำยำลุกขึ้นยืน แผ่รังสีคุกคามจนพริมาต้องเผลอขยับถอยหลัง "คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า! ที่ดินตาบอดของคุณกับแบบแปลนกระดาษไม่กี่แผ่น จะมาแลกกับหุ้นร้อยละสามสิบในโปรเจกต์หมื่นล้านของผม!"
"มันไม่ใช่แค่กระดาษค่ะ! มันคือมันสมองและหยาดเหงื่อของพ่อฉัน!" พริมาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา แม้จะสูงแค่ระดับอกของชายหนุ่ม แต่เธอก็ไม่ยอมหลบตา "และที่สำคัญ... ถ้าไม่มีที่ดินผืนนั้น โครงการ V-Complex ของคุณก็จะเป็นได้แค่ 'โดนัทที่มีรูตรงกลาง' คุณไม่สามารถเชื่อมต่ออาคารทั้งหมดเข้าด้วยกันได้!"
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งสอง ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้น ไม่เคยมีใครกล้าต่อรองกับเขาแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะปลิวลมได้ง่ายๆ
"คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับไฟ?" ธันวาพูดเสียงต่ำ ขยับตัวเข้าไปใกล้พริมาจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอ "ผมสามารถบดขยี้บริษัทของคุณให้แหลกคามือได้ภายในชั่วข้ามคืน"
"ถ้าฉันต้องพัง ฉันก็จะลากคุณลงมาพังด้วยกันค่ะ คุณธันวา" พริมาตอบกลับอย่างไม่ลดละ "คุณคิดว่าผู้ถือหุ้นของคุณจะพอใจไหม ถ้ารู้ว่าโปรเจกต์สำคัญระดับนี้ต้องหยุดชะงักเพราะคุณแก้ปัญหาเรื่องที่ดินไม่ได้?"
ดวงตาของมัจจุราชหนุ่มวาวโรจน์ เขาไม่ชอบถูกขู่ แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อเสนอของพริมามีน้ำหนัก หากโครงการนี้ล่าช้าไปอีก เขาจะสูญเสียรายได้มหาศาล และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
"หึ... ปากเก่งดีนี่" ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้พริมาขนลุกซู่ "แต่ผมไม่ชอบข้อเสนอของคุณ มันเอาเปรียบเกินไป"
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง?"
"ผมจะซื้อที่ดินและแบบแปลนของคุณในราคาหนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาท" ธันวายื่นข้อเสนอใหม่ "และผมจะจ้างบริษัทของคุณมาเป็นที่ปรึกษาโครงการนี้ แต่... คุณจะไม่ได้หุ้นแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว"
"ไม่ค่ะ ฉันยืนยันข้อเสนอเดิม" พริมาปฏิเสธอย่างหนักแน่น "ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันก็จะเอาแบบแปลนนี้ไปเสนอให้เสี่ยฉลอง ฉันเชื่อว่าเขาคงสนใจที่จะสร้างคาสิโนแข่งกับคุณตรงข้ามถนนเลยล่ะค่ะ"
ชื่อของศัตรูคู่อาฆาตทำให้เส้นเลือดที่ขมับของธันวาเต้นตุบๆ เขาคว้าข้อมือเล็กของพริมา บีบแน่นจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"อย่าริอ่านเอาชื่อไอ้สวะนั่นมาขู่ฉัน!" ธันวากดเสียงต่ำชิดริมหูของหญิงสาว ลมหายใจร้อนระอุรินรดต้นคอ สรรพนามที่ใช้เรียกเธอเริ่มเปลี่ยนไป "เธอไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังก้าวล่วงเข้าไปในเขตแดนของใคร พริมา สุวรรณเวช"
"ปล่อยฉันนะ!" พริมาพยายามสะบัดมือออก แต่แรงของเขามหาศาลราวกับคีมเหล็ก
"ฉันจะให้เวลาเธอคิดอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง" ธันวาปล่อยมือเธออย่างแรงจนพริมาเซถลา "พรุ่งนี้เวลาสิบโมงเช้า ถ้าเธอไม่กลับมาพร้อมกับลายเซ็นบนสัญญาของฉัน ฉันจะทำให้แน่ใจว่าบริษัทของเธอจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อ"
"คุณมันบ้าอำนาจ! หน้าเลือด! ไอ้มาเฟีย!" พริมาด่าทอเขาอย่างเหลืออด ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"ด่าอีกสิ" ธันวาท้าทาย เดินเข้าไปหาเธออีกครั้ง "ยิ่งเธอด่า ฉันยิ่งอยากจะเห็นเธอร้องไห้อ้อนวอนฉัน"
พริมากัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด เธอรู้ว่าการเถียงกับผู้ชายคนนี้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอคว้าแฟ้มเอกสารของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
"ฉันจะไม่ยอมแพ้คุณหรอกค่ะ คุณธันวา คอยดูเถอะ!" พริมาหันกลับมาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเปิดประตูและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ธันวามองตามร่างเล็กที่หายไปหลังบานประตู กลิ่นหอมของดอกไม้ป่ายังคงอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ เขายกมือขึ้นลูบปลายคางตัวเอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา
"พริมา สุวรรณเวช..." เขาพึมพำชื่อเธอแผ่วเบา "แม่ลูกแมวน้อยหัดขู่... น่าสนุกดีนี่"
"บอสครับ" เสียงของภามดังขึ้นที่หน้าประตู ชายหนุ่มหน้าตายเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ "คุณณิชารีย์มารอพบที่ห้องรับรองครับ เธอมาเรื่องงานกาล่าดินเนอร์การกุศลในอีกสองวันข้างหน้าครับ"
ธันวาถอนหายใจยาว ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง "บอกให้เธอรอไปก่อน ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ"
"ครับบอส" ภามรับคำ ก่อนจะเสริม "แล้วเรื่องผู้หญิงคนเมื่อกี้..."
"ส่งคนไปสืบประวัติเธอให้ละเอียดที่สุด ทั้งเรื่องบริษัท ครอบครัว และหนี้สินทั้งหมด" ธันวาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เป็นจุดอ่อนของเธอ... และเตรียมทีมทนายให้พร้อม พรุ่งนี้ฉันจะสอนให้เธอรู้ว่า การต่อรองกับฉัน มันมีราคาที่ต้องจ่าย"
"รับทราบครับบอส"
ภามโค้งคำนับและเดินออกไป ทิ้งให้ธันวายืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาคมดุทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นตึกรามบ้านช่องของกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เขาคือราชาของอาณาจักรแห่งนี้ และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาท้าทายอำนาจของเขา... โดยเฉพาะผู้หญิงปากดีอย่าง พริมา สุวรรณเวช
ที่ออฟฟิศบริษัทสุวรรณเวชดีไซน์
พริมากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรงจนจีโน่ที่กำลังนั่งกินขนมอยู่สะดุ้งสุดตัว
"ว้าย! ชะนี! ทำบ้าอะไรของแกเนี่ย หัวใจฉันจะวาย!" จีโน่โวยวาย เอามือทาบอก
"ฉันเกลียดเขา! เกลียดที่สุด! ไอ้มาเฟียบ้าอำนาจ ไอ้คนไม่มีหัวใจ!" พริมาสบถออกมาเป็นชุด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ใจเย็นๆ ยายพรีม เกิดอะไรขึ้น? ข้อเสนอของเราโดนปัดตกเหรอ?" จีโน่รีบเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
"มันไม่ยอมตกลง! แถมยังขู่จะทำลายบริษัทเราอีกถ้าฉันไม่ยอมขายที่ดินให้มันพรุ่งนี้" พริมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เอามือกุมขมับ "ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว จีโน่ ฉันจะทำยังไงดี?"
"ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าไปต่อกรกับมัจจุราชหน้าหยกนั่น" จีโน่ถอนหายใจ "นี่มันเกินเบอร์ไปมากเลยนะแก เขาเป็นมาเฟียนะยะ ไม่ใช่ประธานบริษัทคิขุอาโนเนะ แกสู้เขาไม่ได้หรอก"
"แต่ฉันไม่ยอมขายที่ดินของพ่อให้เขาแน่ๆ!" พริมายืนยันเสียงแข็ง แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม
"แล้วเงินห้าล้านที่จะต้องจ่ายธนาคารเดือนนี้ล่ะ? แกจะเอามาจากไหน?" จีโน่ถามจี้จุด
คำถามของจีโน่เหมือนเข็มที่แทงทะลุหัวใจของพริมา เธอไม่มีเงินเลย หนี้สินของบริษัทก็กองเป็นภูเขา และค่ารักษาพยาบาลของพ่อก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ถ้าเธอไม่ยอมขายที่ดิน เธอจะเอาเงินที่ไหนไปดูแลพ่อ?
