บทที่ 6 6

รถแท็กซี่พาพริมามาถึงเขตก่อสร้างขนาดมหึมาใจกลางเมือง พื้นที่หลายสิบไร่ถูกล้อมด้วยรั้วสังกะสีที่มีโลโก้ V-Group โดดเด่นเป็นสง่า เสียงเครื่องจักรและรถเครนดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นละอองสีเทาลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ

พริมาสวมหมวกนิรภัยสีขาวที่ขอมาจากป้อม รปภ. ด้านหน้า เธอเดินลัดเลาะเข้าไปในไซต์งานด้วยความคุ้นเคยกับสถานที่ก่อสร้างเป็นอย่างดี ดวงตากลมโตสอดส่ายมองหาร่างสูงของผู้ชายที่เปรียบเสมือนเจ้ากรรมนายเวรของเธอ

แล้วเธอก็พบเขา...

ธันวา วรโชตินิธิคุณ ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มวิศวกรและผู้รับเหมานับสิบคน แม้เขาจะสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนถึงศอกและหมวกนิรภัยสีขาวธรรมดาๆ แต่รัศมีแห่งอำนาจและความเยือกเย็นกลับแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบสายตา

"ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าโครงสร้างเหล็กส่วนนี้ต้องใช้เกรดเอเท่านั้น!" เสียงทุ้มตวาดกร้าวแข่งกับเสียงเครื่องจักร แฟ้มเอกสารในมือถูกโยนใส่หน้าอกของหัวหน้าผู้รับเหมาอย่างแรง "ไปรื้อออกให้หมด! ถ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวไป แล้วผมจะให้ทนายส่งฟ้องเรียกค่าเสียหายบริษัทพวกคุณทุกบาททุกสตางค์!"

หัวหน้าผู้รับเหมาตัวสั่นงันงก รีบก้มหัวรับคำสั่งรัวๆ ท่ามกลางความเงียบกริบของคนอื่นๆ ไม่มีใครกล้าขัดใจพญามัจจุราชในเวลานี้

พริมาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ภาพพ่อที่นอนสายระโยงระยางอยู่ในไอซียูทำให้เธอกัดฟันแน่นและก้าวเท้าออกไปข้างหน้า

"คุณธันวาคะ!" เสียงใสแต่หนักแน่นของพริมาดังแทรกขึ้นมา

ทุกคนในบริเวณนั้นหันขวับมามองเป็นตาเดียว รวมถึงธันวาด้วย คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นอยู่แล้วยิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนขัดจังหวะการทำงานของเขา

ผู้หญิงตัวเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง ใบหน้าซีดเซียวไร้เครื่องสำอาง แต่ดวงตาคู่สวยกลับจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ

ธันวายกมือขึ้นเป็นเชิงสั่งให้ลูกน้องถอยออกไป ภามที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบกันคนอื่นๆ ให้ออกห่างจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เจ้านายหนุ่มเผชิญหน้ากับสถาปนิกสาวตามลำพัง

"เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเวลานัด" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "รีบร้อนมาหาผมถึงที่นี่... คงจะคิดได้แล้วสินะ ว่าตัวเองไม่มีน้ำยาพอจะต่อรองอะไรกับผม"

มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะหยัน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้พริมาอยากจะพุ่งเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด

"ฉันมาที่นี่เพื่อตกลงรับข้อเสนอของคุณค่ะ" พริมาพูดเข้าประเด็นทันที ไม่ยอมเสียเวลาต่อล้อต่อเถียง "หนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาท แลกกับที่ดินตาบอดและแบบแปลนฉบับสมบูรณ์ของ V-Complex"

ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาประหลาดใจพาดผ่านเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไป เขาก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ล้วงมือทั้งสองข้างเข้ากระเป๋ากางเกง

"ตัดสินใจได้ฉลาดนี่... แล้วทำไมถึงไม่อยู่รอเซ็นสัญญาที่ห้องแอร์เย็นๆ บนตึกของผมล่ะ? หรือว่าอยากจะมาทอดสะพานให้ผมกลางไซต์งานก่อสร้าง?"

"ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมาเล่นลิ้นกับคุณหรอกนะคะ คุณธันวา!" พริมาสวนกลับเสียงแข็ง "ฉันยอมขายที่ดินให้คุณ แต่ฉันมีเงื่อนไข"

"เงื่อนไข?" ธันวาหัวเราะในลำคอ "คุณอยู่ในสถานะผู้แพ้ พริมา คนแพ้ไม่มีสิทธิ์ตั้งเงื่อนไข"

"นี่ไม่ใช่เงื่อนไขเรื่องเงินค่ะ แต่เป็นเงื่อนไขเรื่องงาน" พริมาเชิดหน้าขึ้น "ฉันจะขายที่ดินและมอบแบบแปลนให้คุณ แต่บริษัทสุวรรณเวชดีไซน์ จะต้องเป็นที่ปรึกษาหลัก และฉัน... พริมา สุวรรณเวช จะต้องเป็นหัวหน้าสถาปนิกผู้ควบคุมการก่อสร้างโครงการนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ"

ธันวาหรี่ตาลง มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน เธอไม่ใช่แค่ลูกแมวขู่ฟ่อๆ อย่างที่เขาคิด แต่เธอฉลาดพอที่จะหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง แม้จะยอมขายกรรมสิทธิ์ แต่เธอก็ยังดึงดันที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ เพื่อรักษาความภาคภูมิใจและผลงานของพ่อเธอเอาไว้

"ทำไมผมต้องยอมให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างคุณมาคุมโปรเจกต์หมื่นล้านของผมด้วย?"

"เพราะไม่มีใครรู้จักแบบแปลนนี้ดีเท่าฉันอีกแล้วค่ะ" พริมาตอบกลับอย่างมั่นใจ "คุณเพิ่งสั่งรื้อโครงสร้างเหล็กไปเมื่อกี้ใช่ไหมคะ? ถ้าคุณให้ฉันคุมงาน ฉันรับรองได้ว่าความผิดพลาดโง่ๆ แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ฉันจะทำให้ V-Complex เป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่แค่ตึกสี่เหลี่ยมทื่อๆ ที่มีแต่เงินแต่ไร้รสนิยม"

คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ดวงตาของธันวาวาวโรจน์ขึ้น เขาไม่ชอบคนที่กล้าวิจารณ์ธุรกิจของเขา แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับรู้สึกทึ่งในความกล้าหาญและความรู้จริงของเธอ

"แล้วถ้าผมปฏิเสธล่ะ?" เขาแกล้งถาม ลองเชิง

"ฉันก็จะไม่เซ็นสัญญา คุณก็ไปหาทางแก้ปัญหาที่ดินแหว่งตรงกลางเอาเอง" พริมายักไหล่ แม้ในใจจะเต้นรัวด้วยความกลัว "อ้อ... และเงื่อนไขข้อที่สองของฉันคือ ฉันต้องการเช็คเงินสดสิบล้านบาททันทีที่เซ็นสัญญา ภายในวันนี้"

"สิบล้าน? ทันที?" ธันวาทวนคำ น้ำเสียงเริ่มขุ่นมัว "คุณจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรด่วนขนาดนั้น? หรือว่าหนี้พนันของพ่อคุณมันบานปลาย?"

"พ่อฉันไม่ได้เล่นพนัน!" พริมาตะโกนสวนทันที ความอดทนของเธอขาดผึง "พ่อฉันเส้นเลือดในสมองแตก! กำลังรอผ่าตัดด่วนอยู่ในไอซียู! ฉันต้องการเงินไปจ่ายค่าหมอ ค่าโรงพยาบาล! เข้าใจไหมไอ้คนใจดำ!"

คำสารภาพที่หลุดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในดวงตากลมโต ทำให้ร่างสูงของธันวาชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นปราดเข้ามาในอก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเมื่อเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกที่แข็งกร้าวของเธอ

ผู้หญิงคนนี้กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเล็กๆ คู่นั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป