บทที่ 7 7
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องจักรที่ยังคงทำงานอยู่รอบนอก ธันวามองใบหน้าหวานที่พยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ เขาเกลียดน้ำตาผู้หญิง มันน่ารำคาญ แต่สำหรับน้ำตาของพริมา... เขากลับรู้สึกว่ามันมีราคา
"เช็คสิบล้าน ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉัน" ธันวาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยแต่น้อยคนนักที่จะสังเกตเห็น "ส่วนเรื่องตำแหน่งหัวหน้าสถาปนิก... ฉันอนุญาต"
ดวงตาของพริมาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหวังริบหรี่เริ่มสว่างไสวขึ้นในใจ
"แต่..." ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนปลายเท้าแทบจะชนกัน พริมาถอยหลังหนีไม่ได้เพราะติดกองวัสดุก่อสร้างด้านหลัง "ในเมื่อเธอจะเป็นหัวหน้าสถาปนิกของฉัน เธอต้องรายงานความคืบหน้าให้ฉันทราบ 'ทุกวัน'... และเธอต้องย้ายมาทำงานที่ออฟฟิศของ V-Group ภายใต้การควบคุมของฉันเท่านั้น"
"อะไรนะคะ? ทำไมฉันต้องย้ายไปทำงานที่ตึกของคุณด้วย? บริษัทของฉันก็มี!" พริมาแย้ง
"นี่คือข้อเสนอสุดท้าย พริมา" ธันวาก้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มใส "รับเงื่อนไขนี้ หรือจะปล่อยให้พ่อของเธอรอความตายอยู่ในห้องไอซียู ก็เลือกเอา"
พริมากำหมัดแน่น เธอเกลียดการถูกแบล็กเมล์ เกลียดรอยยิ้มเหนือกว่าของผู้ชายคนนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือก
"ก็ได้... ฉันตกลง" เธอเค้นคำตอบออกมาจากลำคอ
"ดีมาก หวังว่าเราจะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่นนะ... คุณสถาปนิก" ธันวากระตุกยิ้ม
ครืนนน...!
จู่ๆ เสียงเสียดสีของโลหะก็ดังสนั่นขึ้นเหนือหัวของทั้งสองคน พร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนงาน พริมาเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ และภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
เครนขนาดใหญ่ที่กำลังยกมัดท่อเหล็กและแผ่นคอนกรีตเกิดสลิงขาดกะทันหัน มัดเหล็กขนาดมหึมากำลังร่วงหล่นลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่อย่างรวดเร็ว!
"ระวัง!"
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ธันวาตวัดสายตาขึ้นมอง ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาพริมาอย่างเต็มแรง ท่อนแขนแกร่งตวัดรัดรอบเอวบางของหญิงสาว แล้วกระชากร่างของเธอให้ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษหินเพื่อหลบให้พ้นรัศมีของสิ่งของที่ตกลงมา
โครมมมม!!!
ท่อเหล็กและแผ่นคอนกรีตกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นสีเทาตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เศษหินและเศษดินกระเด็นกระดอนไปทั่ว แรงสั่นสะเทือนทำเอาพื้นดินสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆ
"บอสครับ!! บอส!!" เสียงของภามและบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ตะโกนเรียกด้วยความตื่นตระหนก วิ่งกรูกันฝ่ากลุ่มฝุ่นเข้ามา
พริมาหลับตาปี๋ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือเล็กๆ ของเธอกำเสื้อเชิ้ตของคนที่คร่อมทับเธอไว้แน่นจนข้อขาว เธอเตรียมใจรับความเจ็บปวดที่อาจจะทำให้ถึงตาย แต่กลับพบว่าตัวเองไม่เป็นอะไรเลยนอกจากอาการจุกเล็กน้อยจากการล้ม
เมื่อเสียงกัมปนาทสงบลง หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นฝุ่นควันอย่างลงตัว มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
พริมากะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ฝุ่น ก่อนจะพบว่าใบหน้าหล่อเหลาของมัจจุราชหน้าหยกอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่ถึงคืบ ธันวาใช้ร่างกายใหญ่โตของเขากำบังเศษซากปรักหักพังให้เธออย่างมิดชิด แขนข้างหนึ่งของเขาสอดรองอยู่ใต้ศีรษะของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้กระแทกกับพื้นหิน ส่วนอีกข้างยันพื้นเอาไว้เพื่อรับน้ำหนักตัวเองไม่ให้ทับเธอมากเกินไป
ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ในวินาทีนั้น เวลาหมุนช้าลง โลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่ง เสียงรอบข้างอื้ออึงไปหมด มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันอย่างบ้าคลั่ง
พริมาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่แค่เพราะความตกใจจากอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะระยะประชิดที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเขา และสายตาที่ไม่ได้มีความเยือกเย็นหรือเย้ยหยันอย่างที่เคยเป็น มันมีความเป็นห่วงเจือปนอยู่อย่างปิดไม่มิด
เขา... เอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ? ผู้ชายที่เพิ่งจะขู่บังคับเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเนี่ยนะ?
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยแหบพร่าและคุกคาม บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด
พริมาส่ายหน้าช้าๆ เหมือนคนละเมอ ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยแต่หาเสียงตัวเองไม่เจอ
ธันวาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมถึงต้องรู้สึกโล่งอกขนาดนี้ เขามองริมฝีปากสีพีชที่เผยอขึ้นน้อยๆ นั้นแล้วเกิดความรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอย่างประหลาด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ทำให้สติสัมปชัญญะของมัจจุราชหนุ่มเริ่มกระเจิดกระเจิง
"บอสครับ! ปลอดภัยไหมครับ!" ภามวิ่งฝ่าฝุ่นเข้ามาถึงตัว พร้อมกับบอดี้การ์ดที่รีบเข้ามาช่วยพยุงเจ้านายขึ้น
มนตร์สะกดถูกทำลายลงทันที ธันวาขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามปกติราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายื่นมือหนาไปตรงหน้าพริมาที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น
พริมามองมือนั้นอย่างชั่งใจ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือเล็กๆ ของตัวเองไปวางแหมะบนฝ่ามือใหญ่ ธันวาออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ร่างบางก็ลอยหวือขึ้นมายืนหยัดได้อย่างมั่นคง
