บทที่ 8 8

"จัดการเคลียร์พื้นที่! แล้วเรียกผู้รับเหมาบริษัทเครนมาพบฉันเดี๋ยวนี้!" ธันวาหันไปตวาดสั่งลูกน้องด้วยเสียงดังกึกก้อง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมารอบตัวจนน่าขนลุก "ถ้าฉันรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นการลอบกัด... ฉันจะสับพวกมันให้เละ!"

พริมายืนตัวสั่นเล็กน้อย มองดูแผ่นหลังกว้างที่กำลังเกรี้ยวกราด เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ท่อนแขนด้านซ้ายของเขามีรอยถลอกยาวจนเลือดซึมออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีดำ

"คุณ... แขนคุณเลือดออก" พริมาเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบาๆ ด้วยความลืมตัว

ธันวาชะงัก หันกลับมามองบาดแผลของตัวเองสลับกับดวงตาที่ฉายแววเป็นห่วงของหญิงสาว เขาปัดมือเธอออกอย่างไม่ใยดี

"แผลแค่นี้ ไม่ตายหรอก" เขาตอบเสียงห้วน "ภาม พาผู้หญิงคนนี้ไปที่ตึก V-Group ให้ทนายเตรียมสัญญาและเช็คสิบล้านให้พร้อม"

"ครับบอส"

"ส่วนเธอ..." ธันวาหันกลับมาจ้องหน้าพริมา "พรุ่งนี้แปดโมงเช้า โต๊ะทำงานของเธอจะถูกจัดเตรียมไว้ที่หน้าห้องทำงานของฉันบนชั้นห้าสิบ ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว"

พูดจบ ร่างสูงก็หันหลังเดินตึงตังออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที ทิ้งให้พริมายืนอ้าปากค้างอยู่กับความเผด็จการและอารมณ์ที่แปรปรวนดั่งพายุของเขา

ไอ้คนบ้าอำนาจเอ๊ย! อุตส่าห์จะเป็นห่วงสักหน่อย! พริมาบ่นอุบอิบในใจ แต่เมื่อนึกถึงวินาทีที่เขากระโดดเข้ามากอดป้องเธอไว้ ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"เชิญทางนี้ครับ คุณพริมา" ภามผายมือไปทางรถตู้สีดำคันหรูที่จอดรออยู่

พริมาพยักหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ การเจรจาวันนี้แม้จะแลกมาด้วยความตื่นเต้นเสี่ยงตาย แต่เธอก็ได้เงินไปช่วยพ่อ และยังรักษาผลงานชิ้นโบแดงของครอบครัวไว้ได้ แม้จะต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในถ้ำเสืออย่างใกล้ชิดก็ตาม

ศึกยกที่สองถือว่าลงเอยด้วยความเสมอตัว เขาได้ที่ดิน เธอได้เงินและงาน

แต่การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น... ในฐานะ 'หัวหน้าสถาปนิก' ภายใต้การควบคุมของพญามัจจุราชหน้าหยก เธอจะต้องเตรียมรับมือกับอะไรอีกบ้าง พริมาไม่อาจคาดเดาได้เลย

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านปรับแสงของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พริมายืนมองร่างของผู้เป็นพ่อที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงผู้ป่วยในห้องพักฟื้นระดับวีไอพี แม้จะมีสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจโยงยาง แต่สีหน้าของนายพลภพก็ดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อวานมาก

"การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีครับคุณพริมา ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการบวมของสมองและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง" คำพูดของนายแพทย์เจ้าของไข้เมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในหัว

หยาดน้ำตาร้อนๆ เอ่อล้นขึ้นมาในดวงตากลมโต แต่คราวนี้มันคือน้ำตาแห่งความโล่งอก เช็คเงินสดสิบล้านบาทที่ได้มาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น ถูกเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อลมหายใจให้พ่อของเธอเรียบร้อยแล้ว แม้รู้ดีว่าต่อจากนี้ชีวิตของเธอจะต้องผูกติดอยู่กับสัญญาทาสที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่เมื่อเทียบกับชีวิตของพ่อแล้ว... มันคุ้มค่าที่สุด

"แกลงไปจัดการเรื่องงานเถอะพรีม ทางนี้ฉันดูแลคุณลุงให้เอง" จีโน่ที่นั่งปอกแอปเปิลอยู่ตรงโซฟาเอ่ยขึ้น "แต่อย่าลืมนะยะ ไปอยู่ในดงมาเฟียแบบนั้น ต้องระวังตัวให้ดี อย่าไปต่อปากต่อคำกับตาบอสมัจจุราชนั่นให้มากนักล่ะ ฉันเป็นห่วง"

"รู้แล้วน่า จีโน่ ฉันไปทำงานนะ ไม่ได้ไปออกรบ" พริมาฝืนยิ้มให้เพื่อนรัก ก่อนจะเดินเข้าไปบีบมือที่เหี่ยวย่นของพ่อเบาๆ "หนูไปทำงานก่อนนะคะพ่อ พ่อรีบตื่นขึ้นมาดูความสำเร็จของโครงการเรานะ หนูสัญญา... ว่าหนูจะทำให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด"

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาที่หางตาออก แล้วหันหลังก้าวออกจากห้องพักผู้ป่วยด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว วันนี้เธอเลือกสวมชุดสูทกางเกงสีเทาเข้มตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าสูงดูทะมัดทะแมง บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพที่พร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์

เวลา 07.45 น. พริมาเดินทางมาถึงตึก V-Group สำนักงานใหญ่ เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหารด้วยบัตรผ่านพิเศษที่ภามให้ไว้เมื่อวาน ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอลิฟต์วิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนถึงชั้น 50 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดและเป็นอาณาจักรส่วนตัวของประธานกรรมการบริหาร

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ภามในชุดสูทสีดำสนิทก็ยืนรออยู่แล้ว ราวกับรู้เวลาที่แน่นอนของเธอ

"สวัสดีครับคุณพริมา เชิญทางนี้ครับ บอสสั่งให้จัดเตรียมโต๊ะทำงานของคุณไว้เรียบร้อยแล้ว" ภามเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบและใบหน้าที่ไร้อารมณ์ตามฉบับของเขา

"ขอบคุณค่ะ คุณภาม"

พริมาเดินตามหลังบอดี้การ์ดหนุ่มไปตามโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมสีเข้ม บรรยากาศบนชั้นนี้ยังคงเงียบสงัดและเย็นเยียบเช่นเคย จนกระทั่งภามพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานบานประตูไม้สลักลาย ซึ่งเป็นห้องของธันวา

สิ่งที่ทำให้พริมาต้องเบิกตากว้าง คือโต๊ะทำงานกระจกดีไซน์หรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่ 'หน้าห้อง' ของเขาโดยไม่มีฉากกั้นใดๆ ทั้งสิ้น แถมด้านหลังโต๊ะของเธอยังเป็นผนังกระจกใสบานใหญ่ที่มองทะลุเข้าไปเห็นโต๊ะทำงานของประธานบริษัทได้อย่างชัดเจน!

"นี่มันอะไรกันคะคุณภาม? ทำไมโต๊ะทำงานของฉันถึงมาตั้งอยู่ตรงนี้?" พริมาหันไปถามด้วยความตกใจ "แล้วกระจกใสนี่มันอะไร? แบบนี้เขาก็มองเห็นฉันตลอดเวลาสิคะ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป