บทที่ 1 สยบหัวใจจอมมาร EP1
ตอนที่ 1 จุดปะทะแห่งโชคชะตา
แสงไฟสลัวภายในห้องสวีตสุดหรูของปาร์กเกอร์แกรนด์โฮเทลไม่ได้ช่วยปกปิดร่องรอยความเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป สตีเวน ปาร์กเกอร์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษวัยสามสิบเจ็ดปี ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงกว้างด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาสีน้ำทะเลคู่คมฉายแววเฉยชา ขณะมองร่างเปลือยเปล่าของนางแบบสาวที่ยังคงนอนหอบหายใจอยู่บนเตียง โครงหน้าหล่อเหลาจดปลายคางและรูปร่างสูงใหญ่ทะลุร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทำให้เขาดูโดดเด่นไม่ต่างจากนายแบบแถวหน้า ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง เขาคือผู้กุมบังเหียนอาณาจักรนำเข้ารถซูเปอร์คาร์ระดับพรีเมียมและโรงแรมหรูระดับหกดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร
ชีวิตที่เกิดมาบนกองเงินกองทองและมีผู้หญิงพร้อมพลีกายให้ตลอดเวลา ทำให้สตีเวนมองความสัมพันธ์เป็นเพียงธุรกิจชั่วข้ามคืน จ่ายเงิน แลกกับความสุข แล้วจบกันไป ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีคำว่ารักหลุดออกจากปากผู้ชายที่เชื่อว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้สามารถซื้อได้ด้วยเงิน
“ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว” สตีเวนเอ่ยปากไล่เสียงเรียบขณะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำขึ้นมาสวมใส่
หญิงสาวบนเตียงหน้าเสีย รีบหยัดกายขึ้นนั่งพร้อมกับส่งสายตาเว้าวอน เธอพยายามออดอ้อนหวังจะมัดใจมหาเศรษฐีหนุ่มให้อยู่หมัด ทว่าลีลาที่ประดิษฐ์ประดอยจนเกินงามกลับทำให้คนที่รักความดิบเถื่อนและเป็นธรรมชาติรู้สึกรำคาญ
“คุณสตีเวนคะ ให้แพมมี่อยู่ดูแลคุณคืนนี้ไม่ได้เหรอคะ” หญิงสาวส่งเสียงหวานหยดย้อย
“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซาก” สตีเวนปรายตามองด้วยสายตาเย็นเยียบ เขาเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน หยิบเช็คเงินสดขึ้นมาจรดปลายปากกาเซ็นตัวเลขจำนวนหกหลักแล้วโยนลงบนเตียงกว้างอย่างไม่ใส่ใจ “หยิบเงินนี่ไป แล้วแต่งตัวออกไปซะ”
นางแบบสาวเม้มปากแน่นด้วยความขัดใจ แต่เมื่อเห็นตัวเลขบนกระดาษใบเล็ก ความไม่พอใจก็มลายหายไปสิ้น เธอรีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่และไม่ลืมที่จะหยิบเช็คใบนั้นติดมือไปด้วย
สตีเวนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาเหยียดหยาม ผู้หญิงทุกคนก็เหมือนกันหมด ปากบอกว่ารัก แต่สายตาจ้องมองแต่ข้าวของแบรนด์เนมและตัวเลขบนเช็ค สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงก็เป็นแค่นางบำเรอชั่วคราวที่ใช้เงินฟาดก็จบเรื่อง
ชายหนุ่มเดินไปรินวิสกี้สีอำพันลงในแก้วคริสตัล ยกขึ้นจิบช้าๆ เพื่อดับความหงุดหงิด คืนนี้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเกินกว่าจะนอนพักผ่อนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ความคิดที่จะลงไปตรวจตราความเรียบร้อยที่ผับของตัวเองผุดขึ้นมาในหัว สตีเวนวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปจัดการแต่งตัวในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวออกไปรับความสำราญในแบบของเขา
เสียงดนตรีจังหวะอีดีเอ็มดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณเอสดีเอผับแอนด์เรสเตอรองต์ สถานบันเทิงระดับท็อปคลาสที่รวบรวมนักท่องราตรีกระเป๋าหนักเอาไว้มากมาย พราวลดา เจตน์วรรณา หญิงสาววัยยี่สิบสามปีก้าวเข้ามาด้านในด้วยความรู้สึกอึดอัด เธอเกลียดสถานที่อโคจรแบบนี้ที่สุด แต่ที่ต้องจำใจก้าวเข้ามาก็เพราะพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอทำงานอยู่ที่นี่
หญิงสาวกดโทรศัพท์หาพี่ชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าปลายสายกลับไม่มีทีท่าว่าจะรับ ทั้งที่เคยตกลงกันไว้ดิบดี ว่าหากกรรชัยยังทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งนี้ เขาจะต้องรับสายเธอทุกครั้ง วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เขาสัญญานักหนาว่าจะลางานเพื่อกลับมาทำอาหารมื้อพิเศษฉลองด้วยกัน ทว่าเวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่น เขากลับยังไร้วี่แวว
ความเป็นห่วงบวกกับความน้อยใจทำให้พราวลดาตัดสินใจนั่งรถแท็กซี่ออกจากคอนโดมิเนียมเพื่อมาตามหาพี่ชายด้วยตัวเอง หญิงสาวอยากให้เขาใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป ทำงานกลางวันและพักผ่อนในเวลากลางคืน สถานบันเทิงเต็มไปด้วยอบายมุข เธอไม่อยากให้พี่ชายต้องคอยเอาใจลูกค้าสาวๆ หรือเผลอไผลไปกับสิ่งยั่วยุ
ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนเข้ารูปเดินเบียดเสียดฝ่าฝูงชนที่กำลังวาดลวดลายเต้นรำกันอย่างเมามัน สายตากลมโตชะเง้อมองหาผู้เป็นพี่ไปทั่วบริเวณ แต่ด้วยแสงไฟที่สลัวและกะพริบวูบวาบทำให้การมองเห็นเป็นไปอย่างยากลำบาก
ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังหันรีหันขวาง ร่างของเธอก็ถูกนักท่องราตรีคนหนึ่งเบียดจนเสียหลักถลาไปชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของบุรุษเพศที่เดินสวนมา แก้วเครื่องดื่มสีอำพันในมือของชายหนุ่มหกเลอะเทอะเสื้อสูทราคาแพงระยับของเขาทันที
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พราวลดารีบละล่ำละลักบอกพร้อมกับควานหากระดาษทิชชูในกระเป๋าสะพายออกมาหมายจะซับรอยเปื้อนบนเสื้อให้เขาอย่างรู้สึกผิด
สตีเวนก้มลงมองหญิงสาวที่กำลังวุ่นวายอยู่ตรงหน้าอกของเขา นัยน์ตาสีน้ำทะเลวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด เขาเพิ่งจะอารมณ์เสียจากผู้หญิงหิวเงินที่โรงแรมและตั้งใจจะมาดื่มเหล้าเงียบๆ แต่กลับต้องมาเจอผู้หญิงใช้แผนตื้นๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจอีกจนได้
