บทที่ 10 สยบหัวใจจอมมาร EP10

หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีตื้นขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที แต่ไฟปรารถนาที่ลุกโชนบวกกับแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ทำให้เขาไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป เขาจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธออย่างอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม พึมพำชิดริมฝีปากบาง

“ชู่ว...ฉันขอโทษคนดี ผ่อนคลายนะ เดี๋ยวความเจ็บมันจะเปลี่ยนเป็นความสุขเอง”

เขาให้เวลาเธอปรับตัวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรักอีกครั้ง จากเชื่องช้าเนิบนาบ ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามแรงปรารถนา ความเจ็บปวดในคราแรกเริ่มจางหาย ถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อ พราวลดาเผลอจิกปลายเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวน เสียงหอบหายใจของทั้งสองประสานกันดังก้องห้องนอนกว้าง

สตีเวนนำพาเธอทะยานข้ามเกลียวคลื่นแห่งความหฤหรรษ์ระลอกแล้วระลอกเล่า เขาสอนให้เธอรู้จักกับไฟพิศวาสที่แผดเผาทั้งร่างกายและจิตใจ ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมกันในค่ำคืนที่ยาวนาน ค่ำคืนที่พราวลดาถูกพรากทั้งความบริสุทธิ์และศักดิ์ศรีไปจนหมดสิ้น เมื่อพายุอารมณ์สงบลง หญิงสาวก็หมดสติผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของผู้ชายที่เธอชิงชังที่สุด

แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนหรู พราวลดาพยายามขยับตัวให้แผ่วเบาที่สุดเพราะไม่อยากให้มัจจุราชร้ายที่กำลังหลับสนิทอยู่เคียงข้างรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทำร้ายเธอได้อีก หญิงสาวกวาดสายตามองสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยคาวโลกีย์ด้วยความสมเพชชิงชังตัวเอง

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกอยากตายและอยากหายไปจากโลกอันแสนโหดร้ายใบนี้ให้พ้นๆ ความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีที่เคยหวงแหนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี

ร่างบอบบางที่ร้าวระบมไปทุกสัดส่วนค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอสูดปากนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากช่วงท้องน้อย หยาดน้ำตาแห่งความอัปยศหลั่งรินลงมาอาบสองแก้มตอกย้ำความเหลวแหลกของชีวิต ความบริสุทธิ์ที่เธอเฝ้าถนอมไว้เพื่อมอบให้ชายหนุ่มที่รักในคืนวันแต่งงาน กลับถูกปล้นชิงไปโดยผู้ชายป่าเถื่อนที่เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ยิ่งคิดพราวลดาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าและสกปรกเกินกว่าจะมีผู้ชายดีๆ มารักจริงหวังแต่งกับผู้หญิงล้างหนี้แบบเธอ

ในเมื่อชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไป เธอก็ไม่ขอทนอยู่กับความขมขื่นนี้อีก หญิงสาวลากสังขารอันบอบช้ำตรงไปยังบานประตูไม้ที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องน้ำ ภายในนั้นกว้างขวางและประดับประดาด้วยสุขภัณฑ์หรูหราหลากหลายชิ้นสมฐานะและรสนิยมของมหาเศรษฐี พราวลดาเดินตรงไปยังอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ มือบางเอื้อมไปเปิดก๊อกปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบไหลรินลงมาจนเกือบเต็มอ่างอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เธอหันไปกดล็อกประตูห้องน้ำอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาขัดขวางวาระสุดท้ายของชีวิต

หญิงสาวก้าวลงไปแช่ในอ่างทั้งที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนบางพันกาย เธอทิ้งตัวลงนอนราบจนหยาดน้ำมิดเหนือใบหน้า พยายามกลั้นลมหายใจเพื่อปลิดชีพตัวเอง ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกลับดึงให้เธอพรวดขึ้นมาสูดอากาศเข้าปอดอย่างทุลักทุเล การกลั้นใจตายมันไม่ง่ายเลยสักนิด ขณะที่กำลังสิ้นหวัง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นตู้กระจกเงาซ่อนรูปเหนืออ่างล้างหน้าแบบที่เคยเห็นในภาพยนตร์ พราวลดารีบก้าวเท้าเปียกชุ่มลงเหยียบบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเยียบจนเหน็บหนาวไปถึงขั้วหัวใจ มือเล็กสั่นเทาเอื้อมไปเปิดบานกระจกออกและพบว่ามันคือตู้เก็บยาขนาดย่อม

เธอหยิบขวดยานั้นขวดยานี้ขึ้นมาดูอย่างเร่งรีบจนกระทั่งพบขวดยานอนหลับ คนที่ต้องการหนีความเจ็บปวดรีบเปิดฝาและเทเม็ดยาสีขาวจำนวนมากลงบนฝ่ามือโดยไม่คิดลังเล หญิงสาวกรอกยาทั้งหมดเข้าปากแล้วรองน้ำจากก๊อกดื่มตามลงไปรวดเดียวจนหมด ก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวลงในอ่างอาบน้ำอีกครั้งอย่างตั้งใจ

“ฉันจะไม่ยอมอยู่ให้ตัวเองถูกทำร้ายอีกต่อไป พอกันทีกับความอัปยศที่ได้รับ” พราวลดาพึมพำด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น “ถ้าฉันตายกลายเป็นผี ฉันจะมาหักคอคุณเป็นคนแรก ไอ้คนใจร้าย จากนั้นฉันจะตามไปฆ่าพี่ก้องให้ตายตกไปตามกัน หรือถ้าฉันไม่ตาย ฉันก็ขอสาปแช่งให้คนที่ทำร้ายฉันทั้งสองคนต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน อยากตายก็ไม่ได้ตาย ต้องทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ค่าและถูกคนตราหน้าว่าเป็นคนเลวจนสังคมรังเกียจและมีชีวิตอยู่ไม่ได้”

หญิงสาวพนมมือขึ้นเหนืออก สาปแช่งทั้งเจ้าของห้องและพี่ชายสายเลือดเดียวกันที่ผลักไสทำลายเธอลงนรกอย่างเลือดเย็น เธอจะไม่มีวันให้อภัยกรรชัยเด็ดขาด เพราะสิ่งที่เขาทำมันเกินกว่าที่มนุษย์จะให้อภัยได้ พราวลดาเอนศีรษะพิงขอบอ่าง เฝ้ารอเวลาให้ยานอนหลับออกฤทธิ์ ปริมาณยาที่ค่อนข้างมากทำให้ใช้เวลาไม่นาน หญิงสาวยกมือขึ้นป้องปากหาวหวอดๆ ความง่วงงุนเข้าจู่โจมจนเธอผล็อยหลับไปพร้อมกับร่างกายที่ค่อยๆ เลื่อนไถลจมดิ่งลงสู่ก้นอ่าง

ท่อนแขนแข็งแกร่งควานหาร่างระหงที่ตนนอนกกกอดมาทั้งคืน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า สตีเวนลืมตาขึ้นช้าๆ กะพริบตาปรับโฟกัสรับแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาจนสว่างไสว เตียงกว้างฝั่งข้างเคียงไร้รอยเงาของหญิงสาวเนื้อหวาน ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบห้องและพบว่ากระเป๋าสะพายของเธอยังคงวางอยู่ที่เดิม แสดงว่ายังไม่ได้หนีไปไหน ลางสังหรณ์ร้ายบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก เร่งเร้าให้เขารีบสืบเท้าตรงไปยังประตูห้องน้ำและพบว่ามันถูกล็อกเปิดไม่ออกราวกับมีคนอยู่ด้านใน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป