บทที่ 10 หนามรัก (2)

Chapter 5

หนามรัก

หล่อนฝืนยิ้มทั้งที่ใจแสนทุกข์ระทม...จริงอยู่ที่มารดาของชัยกรให้หล่อนไปทำงานด้วย แต่ทางนั้นก็สามารถจ้างได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น นั่นหมายถึงหล่อนจะมีรายได้เข้ามาไม่ถึงหมื่นบาทต่อเดือน แล้วจะไปพอได้อย่างไร แต่ก็ไม่อยากให้ปัญหาไปสุมอยู่ที่บิดาเพียงคนเดียว

คงจะต้องหารายได้เสริม แล้วจะทำอะไรที่ได้เงินเพิ่ม ยามนี้หล่อนคิดไม่ตก รู้สึกสับสนอับจนหนทางเหลือเกิน

หล่อนนึกไปถึงงานร้านอาหาร ไปเป็นเด็กเสิร์ฟเด็กล้างจาน หรืองานแม่บ้าน บางทีอาจไม่เคร่งเรื่องตรวจสุขภาพ หากมีที่ไหนรับนั่นเท่ากับว่าหล่อนจะมีรายได้เสริมเข้ามาอีกทาง

ยามถือถาดอาหารเดินออกมาจากห้องนั้นหยาดน้ำตาที่เอ่อท้นก็รินไหลอาบร่องแก้ม เมื่อนึกไปถึงอีกหนึ่งชีวิตที่ค่อย ๆ เติบโตอยู่ในกาย เมื่อคิดไปถึงค่าใช้จ่ายที่รออยู่ข้างหน้าความท้อก็เข้ามากัดกินใจ เงินในบัญชีก็มีแต่จะร่อยหรอลงไปทุกวัน

".....!"

หล่อนต้องชะงักปาดน้ำตาทิ้งด้วยหลังมือ เมื่อสองคนที่เดินเคียงคู่กันลงมาจากชั้นบน เดินมาเผชิญหน้ากับหล่อนเข้าพอดี

จอมทัพ...เขากำลังจะออกไปทำงาน ส่วนคคนางค์นั้นมีหน้าที่เพียงแค่ใช้เงิน ดูไม่เดือดร้อนอะไรกับการที่ทางบ้านกำลังจะล้มละลาย ต่างจากหล่อนที่วิ่งวุ่นหางานหัวซุกหัวซุน

แววตาคู่สวยสั่นสะริก กับการที่เห็นคนสองคนเดินหัวร่อต่อกระซิกกันมา ราวกับรักกันนักหนา..อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล เหม็นกลิ่นความรักเหลือเกิน

เขาทำเมินไม่มอง เดินคล้องแขนกันไปยังทางที่พาไปสู่ห้องอาหาร...มันไม่ง่ายเลยกับการตัดใจ แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่แท้จริงหล่อนอ่อนไหวกว่าที่คิด

ความผูกพันฆ่าคนได้...และหล่อนกำลังจะตายเพราะมัน

อยากออกไปจากที่นี่เหลือเกิน แต่เพราะสถานะการเงินไม่เอื้ออำนวย จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนหน้าด้านให้เขาเหยียบย่ำ ทนมองเขาครองรักกันด้วยใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี ไม่รู้ว่าใจจะทานทนได้อีกนานแค่ไหน และก็ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ถึงจะลืมพ่อของลูกได้ลง

ก็เดินหาบุษบากรขึ้นมาทันที มันมีเรื่องบางอย่างที่จำเป็นต้องเคลียร์ ไม่อย่างนั้นหล่อนคงนอนไม่หลับ ไม่อยากจมอยู่กับมันอีกต่อไปแล้ว

หล่อนรู้...วันนี้บุษบากรไม่ได้ออกไปไหน เหตุเพราะเป็นห่วงบิดาที่อาการเครียดเริ่มจะกลับมา และบิดาของหล่อนก็ชอบที่จะให้ลูกสาวคนโปรดคอยดูแล...ส่วนหล่อนนั้นเลิกพูด หล่อนไม่ฉอเลาะอ่อนหวานแบบนั้น ออดอ้อนเอาใจใครไม่เป็นดังเช่นที่บุษบากรทำ

และน่าแปลก...ผู้หญิงที่ดูเหมือนตามคนไม่ทันกลับหลอกล่อผู้ชายให้เข้าหา ร้อยทั้งร้อยมักตายเพราะเล่ห์ร้อยมารยากันทุกคน

เดินมาจนถึงหลังบ้าน...เห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งดูอะไรบางอย่างในโทรศัพท์อยู่ใต้ซุ้มพวงชมพู...หล่อนกระตุกยิ้มหยัน ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายจะทุกข์ร้อนอะไรสักเท่าไหร่นัก กับการที่บริษัทกำลังจะถูกธนาคารยึดทรัพย์จนไม่เหลืออะไร

เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา...บุษบากรเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงกดปุ่มหยุดเล่นเอาไว้ก่อน...คลิปทำคุ้กกี้ธัญพืชที่กำลังอยู่ในกระแส หล่อนกำลังคิดว่าจะลองทำตามแล้วเปิดขายออนไลน์

ไม่ต้องมีหน้าร้านไม่ต้องเสียค่าเช่า จะลองอาศัยขายให้คนรู้จัก เพื่อจะได้ปากต่อปากกันไป หล่อนกำลังนั่งฝันหวานถึงรายได้ที่จะเพิ่มเข้ามา แม้ไม่มากแต่ได้เป็นค่ากับ ข้าวให้แม่บ้านก็ยังดี

"ทำอะไรอยู่ ขอคุยด้วยหน่อยสิ"

บุษบากรคลี่ยิ้ม ในขณะที่คคนางค์เลือกนั่งลงฝั่งตรงกันข้าม

"เห็นว่าไปหางานทำ แล้วสรุปได้งานหรือยัง"

"ได้แล้ว สิ้นเดือนก็ไปเริ่มงาน"

เหมือนเข้าหน้ากันไม่ติดเพราะความบาดหมางอยู่ลึก ๆ บรรยากาศเลยอึดอัดไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก จนคคนางค์เป็นฝ่ายถอนหายใจออกมา

"เอาตรง ๆ เลยนะ ไม่อ้อมค้อม"

มีอะไรก็พูดมา...แววตาของบุษบากรบอกอีกฝ่ายแบบนั้น

"พี่ไม่สบายใจ ที่เธอยังอยู่ที่นี่!"

".....!"

"ในเมื่อได้งานแล้วก็ดี เธอควรออกไปอยู่ที่อื่น คงไม่ต้องบอกเหตุผลนะว่าเพราะอะไร แต่ไม่อยากให้เธออยู่ใกล้พี่จอม"

ไม่คิดว่ามันจะออกมาจากปากของคนที่อยู่ร่วมบ้านกันมา...แต่ก็อย่างว่า สามีใคร ๆ ก็หวง หล่อนเข้าใจถึงอารมณ์นี้ดี เพราะหล่อนเองก็เคยเป็น!

"บ้านของเขาก็มี ถ้ากลัวแล้วทำไมไม่พากันไปอยู่บ้านเขาล่ะ ทำไมต้องเป็นดาวที่ต้องระเห็จออกไป"

บุษบากรคิดว่ามันไม่ยุติธรรม เหยียบย่ำน้ำใจกันแล้วก็ยังจะขับไล่ไสส่ง...อดคิดไม่ได้ สรุปแล้วหล่อนกับพี่สาวใช่ฝาแฝดกันจริง ๆ หรือไม่ มันเหมือนไร้ซึ่งความรักในแบบพี่น้องอย่างที่ควรจะเป็น

คิดไปถึงภัคภัสสรและนันท์ภัสสร สองคนนั้นรักใคร่กลมเกลียวไร้ซึ่งความคิดริษยา อยากเป็นแบบนั้นบ้างแต่ก็คงหมดหวัง เมื่อสัมพันธ์นั้นร้าวฉานไปเสียแล้วเพียงเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว

และการที่บุษบากรต่อปากต่อคำ ทำท่าอิดออดไม่

ยอมอ่อนข้อ ยิ่งเข้าทางความคิดติดลบของคคนางค์ หล่อนกำลังคิดว่าอีกฝ่ายต้องการให้ท่าพี่เขยตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป