บทที่ 2 คืนเข้าหอ

ไฟในบ้านพงษ์สวัสดิ์ดับลง คงเหลือเพียงในห้อง นอนบางห้องที่ยังส่องสว่าง และในครัวที่ชั้นล่าง...บุษบากรยังคงฝังตัวเองอยู่ในนั้น หาเรื่องทดลองปรับสูตรขนมไปเรื่อยเปื่อย ด้วยเหตุผลเดียว...นอนไม่หลับเพราะความฟุ้งซ่าน หากฝังตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเมื่อไร หล่อนจะด่ำดิ่งลึกสู่ความเสียใจอาลัยอาวรณ์ทันที

คืนนี้เป็นคืนเข้าหอ...แค่คิดก็ใจสั่นจนมือที่กำลังกวนส่วนผสมสั่นตาม​ คนสองคนที่แต่งงานกันตามครรลองคลองธรรม​ แล้วจะเหลืออะไร...ไม่พ้นต้องจบลงด้วยสัมพันธ์รักลึกซึ้ง​ คือการเป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์

เขาคงไม่ทำแค่นอนจ้องตากันบนเตียง​ นั่นไม่ใช่นิสัยของจอมทัพ​ หล่อนรู้จักเขาดีกว่าใคร​ ไม่อย่างนั้น...หล่อนซึ่งค่อนข้างเรียบร้อย คงจะไม่รู้จักเรื่องเซ็กส์ในแบบผู้ใหญ่ตั้งแต่ช่วงวัยสิบเจ็ด!

จอมทัพ...เด็กนักเรียนนอกอิมพอร์ตจากแอลเอ เมื่อเรียบจบก็กลับมาช่วยสานต่อธุรกิจของทางบ้าน หนึ่งในนั้นคือสัมปทานรังนก บ้านของเขาคือครองกรรมสิทธิ์เกาะแห่งหนึ่งในภาคใต้​ มีมะพร้าวปลูกอยู่เกือบทุกตารางนิ้ว

มันเริ่มจากคืนนั้น...ที่บาหลี ในขณะที่ทุกคนออกไปเที่ยวข้างนอกกันหมด เหลือหล่อนกับเขาอยู่ในบ้านพักเพียงลำพัง

"อื๊อ...พี่จอม..."

"อืม...ดาวจ๋า...ดาวคนดี...อีกนิดสิครับ...ถ่างขาอีกนิด..."

"อื๊อ...พี่จอม...จะ…จะทำอะไร..."

พวงแก้มสาวแดงซ่านจากสัมผัสแปลกใหม่ เสียงหวานครางแผ่วเมื่อปลายนิ้วแกร่งลากไล้เคล้นคลึงเข้ากับเนื้อนุ่ม ๆ และกลีบดอกไม้ที่ยังคงปิดสนิทเพราะไม่เคยผ่านมือชาย สัมผัสได้ถึงกางเกงตรงส่วนนั้นเปียกลื่น แม้จะมีผ้าบาง ๆ ขวางกั้น แต่สัมผัสนั้นก็ทำให้หวามหวานจนขนลุกชันไปทั้งร่างกาย

หล่อนซึ่งไม่ประสีประสาถูกเขาหลอกล่อเพื่อมาทำในเรื่องที่ไม่เคยได้เรียนรู้...แม้มันจะจบลงด้วยการไม่ได้ล่วงล้ำลึกซึ้งเพราะทุกคนกลับกันมาก่อน แต่นั่น...ก็ทำให้หล่อนเข้าหน้าไม่ติดกับเขาไปหลายวัน

รู้จักกันมาในฐานะพี่ชายข้างบ้าน วันที่เขาสอนให้ได้รู้จักกับความสุขล้ำจากบทเรียนรักในแบบผู้ใหญ่ เขายังไม่เผยใจด้วยซ้ำ ว่าคิดกับหล่อนเช่นไร

ความที่รักและไว้ใจเขาประหนึ่งพี่ชายแท้ ๆ เมื่อเขาบอกให้ทำอะไรหล่อนจึงทำตามคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย...เพราะหลังจากนั้น...มันมีอีกหลายครั้งตามมา

และยังข่มขู่อีกด้วย...ห้ามบอกผู้ใหญ่หรือใครทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเขาจะจับหล่อนไปขังเกาะ หากมีคนรู้ถึงสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา

"อะแฮ่ม!"

".....!" เสียงกระแอมเบา ๆ ดึงคนด่ำดิ่งสู่ห้วงอดีตให้ทะลึ่งพรวดขึ้นมา...เขามาตั้งแต่ตอนไหน...ผู้ชายที่เข้ามาอยู่ในห้วงคำนึง ทุก ๆ ลมหายใจเข้าออกเลยก็ว่าได้

"พี่จอม!"

คนที่ยืนกอดอกพิงบานประตูห้องครัวกระตุกยิ้มมาให้ แววตาชิงชังจับจ้องมองมายังคนที่ยืนตัวแข็งอยู่ตรงโต๊ะทำขนม

เขากระตุกยิ้มเยือกเย็น เมื่อเหลือบมองดูเวลา...ห้าทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว

"จะให้พี่คิดอย่างไร ในขณะที่คนอื่นเข้านอน แต่เธอกลับลงมาทำขนมกลางดึก แบบนี้...เรียกว่ายั่วได้ไหม"

"พูดอะไรคะ!"

"เธอกำลังยั่วให้พี่เขยตัวเองย่องเข้าหา...มีใครเขาทำกันเหรอเพียงดาว ลุกมาขยันในเวลาที่ไม่ควรขยัน!"

ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย​ บุษบากรแอบขบกรามเพื่อข่มความรู้สึกกับคมน้ำคำบาดลึกห้วงอารมณ์​ ใจที่ถูกเขาเอามีดกรีดจนเป็นริ้วรอยแผลนั้นเจ็บจนเกินจะปั้นแต่งถ้อยคำใด​ ๆ​ มาต่อกร

ต้องเข้มแข็งแค่ไหนกับการเผชิญหน้ากับเขา​ ซ้ำร้ายยังต้องมาทนฟังคำหยามเหยียดจากคนที่รักสุดหัวใจ

หากเขาจะเห็นใจคนพ่ายแพ้...ช่วยทำเป็นไม่รู้จักกันไปเลยเสียยังจะดีว่าคอยตอแยเพื่อถากถาง​ มันไม่ต่างไปจากเขาใช้เท้าขยี้ลงบนใจที่แหลกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากแต่ในสายตาของคนใจร้าย​ หน้าและแววตาเศร้า​ ๆ​ นั้นใช้ไม่ได้กับเขาอีกต่อไป

"เวลาผู้ใหญ่พูดด้วย​ เธอก็ควรจะสนใจให้มันมาก กว่านี้!" ​

"แล้วพี่จอมต้องการอะไรจากดาวคะ ​ หรือจะต้องให้

ตายจากกันไปข้างถึงจะพอใจ!"

แววตาแดงก่ำสั่นระริก​ กลืนก้อนแข็ง​ ๆ​ ที่แล่นมาจุก อกกลับลงไป

แวบหนึ่งเขาเกือบใจอ่อน​ ความสัมพันธ์ทางกายคือบ่วงผูกมัดที่ไม่อาจสลัดพ้น​ แต่...หล่อนไม่คู่ควรกับเขาอีกต่อไป​ ทำกันเจ็บแสบและเขาจะเอาคืนให้สาสม

"ต้องการอะไรงั้นเหรอ...ต้องการให้เธอเจ็บจนตาย​ยังไงล่ะ​ เจ็บมากไหมเพียงดาว​ เมื่อสุดท้ายสะใภ้กุลล์ธาราไม่ใช่เธอ!"

"....."

"อีกทั้งตำแหน่งแม่ของลูก เธอไม่เหมาะสมใด​ ๆ​ ทั้งสิ้น​ เธอไม่ใช่เพียงรัก​ ไม่มีอะไรสู้พี่สาวเธอได้เล​ย แม้กระทั่ง...ลีลาบนเตียง!"

หล่อนไม่ไหวแล้ว...เหมือนมีเสียงกรีดร้องก้องอยู่ในหัว​ที่อื้ออึง เขามีอะไรกันแล้วก็ลงมาตอกย้ำให้ช้ำหนัก...หยาดน้ำไหลรินอาบร่องแก้ม​อย่างไม่อาจฝืน

สาสมใจเขาแล้ว​ เมื่อหล่อนทั้งเจ็บ​ ทั้งปวด​ หากแต่ได้รับกลับมาเพียงแววตาชิงชังเย็นชา...ผู้ชายคนนี้ช่างเลือดเย็นเหลือเกิน

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปซะ​ อย่ามาวุ่นวายกันอีก!"

หล่อนตะโกนไล่ใส่หน้าอย่างเหลืออด...เหมือนไปสะกิดปมฝังลึก​ ร่างสูงปราดเข้าหาคนที่ถอยหลังกรูดหนี...ถอยร่นจนไปติดเคาน์เตอร์ครัว​

เหมือนเข้าทางอสูรร้าย​ ทุกอย่างดูเอื้อให้เขาไปเสียหมด​ แม้กระทั่งการทำในสิ่งที่เอาแต่ใจ​ โดยไม่สนใจคนที่ถูกลากมาเกี่ยวข้องกับเกมนี้

จูบแสนป่าเถื่อนบดขยี้ราวต้องการระบายความโกรธขึ้ง...บุษบากรพยายามส่ายหน้าหนี​ กรงอุ้งมือขยุ้มลงบนเสื้อเนื้อดีแล้วใช้เล็บจิกแผ่นหลังกว้างหวังให้เขาล่าถอย...เหมือนเอาเข็มไปสะกิดผิวช้าง​ ความเจ็บปวดจากกรงเล็บไม่อาจทำให้เขาหยุดได้

จนเมื่อสาแก่ใจ​ หล่อนจึงหลุดพ้นจากพันธนาการ​ ตั้งสติสูดลมหายใจให้ลึก​ รู้สึกเหนื่อยหอบราวกับวิ่งหนีอะไรมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป