บทที่ 4 สายใยแห่งรัก

hapter 3

สายใยแห่งรัก

"ก็เพราะคุณมันโง่กว่าเพื่อน กว่าจะรู้ตัวก็ถูกยักย้ายสินทรัพย์ดีออกไปหมดแล้ว ปล่อยให้คนที่เหลืออยู่กับบริษัทที่จะเจ๊งอยู่รอมร่อ!"

"หยุด! แค่นี้ก็เครียดมากพอแล้ว"

"แล้วลูกเขยคุณเขาว่ายังไง สรุปจะช่วยมั้ย!"

"ไม่! ไม่รู้โว้ย!"

เสียงทะเลาะกันแต่เช้าตรู่ดังแว่วมาจากห้องรับประ ทานอาหาร...บุษบากรยืนแอบอยู่ในมุมอับ บรรยากาศแบบนี้หล่อนต้องเผชิญมานานหลายเดือน ปัญหาเดิม ๆ ที่บิดามารดายกมาถกเถียงกัน

ท่านคงไม่รู้หรอกว่าคนที่กำลังจะให้ช่วย เขาเองก็มีปัญหาภายในที่ต้องตามสะสางเช่นกัน ทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในการถือครองเกาะ รวมทั้งผลประโยชน์จากเกาะรังนก เขาคงไม่สะดวกที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยใครเวลานี้

แล้วหล่อนซึ่งเพิ่งเรียนจบ จะมีปัญญาไปกอบกู้อะไร

ได้ ประสบการณ์ก็ไม่มี คงไม่ริอาจไปต่อกรกับคนที่อยู่มานานจนเขี้ยวเล็บแหลมคม มีอยู่ทางเดียวที่จะทำให้บ้านมีรายได้เพิ่ม นั่นคือการรีบออกไปหางานทำให้เร็วที่สุด

แต่...จะมีที่ไหนรับ หากผลการตรวจเลือดฟ้องว่าหล่อนกำลังตั้งครรภ์

แค่คิดแววตาคู่สวยก็หมองเศร้าลงทันที คิดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ทำไมโลกช่างโหดร้ายกับหล่อนเช่นนี้ ส่งชีวิตน้อย ๆ มาเกิดในยามที่ปัญหาชีวิตกำลังรุมเร้า ทั้งเรื่องหนี้สินของทางบ้าน งานที่หาได้ยาก ซ้ำร้าย...พ่อของลูกยังหนีไปแต่งงาน ทุกอย่างประเดประดังจนเซซวนรวนเร ดั่งเรือลำน้อยที่ลอยคว้างอยู่กลางทะเลหาทางเข้าฝั่งไม่เจอ

วินาทีนี้หล่อนนึกถึงคน ๆ หนึ่ง หากบากหน้าไปขอความช่วยเหลือเธออาจจะรีบยื่นมือช่วย แต่อีกฝ่ายนั้นอยู่ไกลถึงเชียงใหม่...และแน่นอน ทุกคนจะต้องถามว่าเด็กในท้องลูกใคร

คล้ายกับชีวิตที่เพิ่งก่อเกิดจะรับรู้ว่าแม่ของเขากำลังทรมานตัวเอง จึงส่งสัญญาณเตือนทำให้เริ่มปวดแสบท้อง หากจะสู้ไปด้วยกันก็ควรวางทุกอย่างลงก่อน ควรรีบไปที่ห้องครัวเพื่อเติมพลังชีวิตให้มีแรงสู้ต่อไป

แต่...บรรยากาศตรงนั้นไม่ดีเอาเสีย หล่อนจึงเปลี่ยนใจที่จะไปทานมื้อเช้าข้างนอก วันนี้หล่อนตั้งใจจะไปฝากครรภ์ ส่วนจะหาทางบอกทางบ้านอย่างไรนั้นยังนึกไม่ออก แต่ก็คงปิดได้อีกไม่นาน เมื่อถึงวันนั้นความจริงจะต้องฟ้องออกมาตามอายุครรภ์

"อ๊ะ!" 

ต้องตกใจเมื่อหันหลังกลับแล้วชนกับร่างที่ยืนขวางเอาไว้...คนที่หล่อนไม่พร้อมจะเผชิญหน้า เขามาตั้งแต่เมื่อ ไหร่นั้นไม่อาจคาดเดา

"พี่จอม..."

ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยกรุ่น...กลิ่นอันแสนคุ้นเคยแต่ยามนี้เขาคือคนที่ควรถอยห่าง แต่น่าแปลก...ทำไมวันนี้เห็นหน้าเขาแล้วรู้สึกคลื่นเหียนอยากอาเจียน กลิ่นกายของเขากำลังทำให้โลกหมุนคว้างจนอยากทิ้งตัว

"อะ อุ๊บ!" 

หล่อนยกมือปิดปากเมื่อรู้สึกว่าของเหลวกำลังตีตื้นคลื่นเหียน วิ่งชนไหล่กว้างไปยังทิศทางที่พาไปสู่ห้องน้ำ ท่ามกลางสายตาที่มองตาม...ในความชิงชังคล้ายกับเจือความห่วงหาอาทร

และเขาก็อดไม่ได้ที่จะตอแย เปลี่ยนทิศทางเดินตามหล่อนไปถึงห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่าง...ในนั้น...เสียงอาเจียนดังออกมาถึงข้างนอก 

แผงคิ้วเข้มขมวดจนแทบชิดติดกัน เมื่อคนในนั้นยังคงไม่ออกมา

เมื่อทนไม่ไหว เพราะความอยากรู้ทำให้มือเอื้อมไปผลักบานประตู...เขาเห็นบุษบากรกำลังโก่งคออาเจียนอยู่ตรงอ่างล้างมือ

บุษบากรวักน้ำบ้วนปากและล้างมือ ก่อนจะทาบมือลงบนท้องที่รู้สึกเจ็บจากอาการเกร็งตอนอาเจียน...ไม่เคยทรมานเท่าครั้งไหนที่เคยพานพบ มันทั้งเวียนหัวทั้งคลื่น เหียนจนอยากทิ้งตัวลงนอน

".....!"

และคนที่ยืนขวางอยู่หน้าห้องน้ำตอนหล่อนกำลังจะออกไป ก็ทำให้แววตาฉายแววหลุกหลิกตามประสาคนมีความลับซ่อนหลบ หลุบตาหนีแววตาคมกล้าที่จับจ้อง

ยิ่งหนียิ่งไม่พ้น หล่อนกำลังคิดว่าทางที่ดี ควรพาตัวเองไปจากบ้านหลังนี้เพื่อตัดปัญหา

"เป็นอะไร"

เขาถามจนเกือบกระซิบ ไม่วายมองซ้ายมองขวา ราวกับว่ากำลังแอบทำความผิดจนต้องซ่อนหลบ

"ปะ เปล่า เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร"

หล่อนพยายามที่จะเดินหนี หากแต่เขากลับขวางเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปได้...ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว กลัวเหลือเกิน กลัวเขาจะทำในสิ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องผิดมหันต์ มันคือตราบาปติดอยู่ในใจหล่อนมาจนถึงวันนี้

เขาเก็บหล่อนไว้เป็นที่ระบายอารมณ์ เหมือนของเล่น...เช่นที่เขากระทำแม้กระทั่งกำลังจะแต่งงาน สัมพันธ์รักต้องห้ามก่อเกิดเลือดเนื้อเชื้อไขที่หล่อนเองก็ไม่ได้ตั้งใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป